View 9.94K / Share

5 คุชชั่นบ้านเกาฯ เลือกอันที่ใช่สุด และเบื้องหลังคุชชั่นที่เราไม่เคยรู้ #CushionUnpacked

BEAUTY/Beauty Tips - 5 คุชชั่นบ้านเกาฯ เลือกอันที่ใช่สุด และเบื้องหลังคุชชั่นที่เราไม่เคยรู้ #CushionUnpacked

นวัตกรรมบิวตี้พลิกโลกที่ชาวเกาฯ ภาคภูมิใจ แต่กว่าคุชชั่นจะมาถึงวันนี้ นับจากวันที่สาวไทยเคยเมิน จนตอนนี้ที่ยอดขาย100ล้านตลับในปี 2016 คุชชั่นมีดีอะไรถึงทำให้ผู้หญิงทั่วโลกเลือกใช้ และ 5 แบรนด์เกาฯ สุดฮิตนี้อันไหนเหมาะกับเราสุด เชิญชมค่ะ

เมื่อหลายเดือนก่อนเราได้ร่วมทริปไปงาน Cushion Unpacked ที่ปีนัง กับบริษัท Amore Pacific ใครไม่รู้จักบริษัทนี้ ขออธิบายนิดนึงแล้วกันว่านี่คือบริษัทผลิตเครื่องสำอางอันดับ 1 ของเกาหลี ที่มีแบรนด์ที่เราคุ้นเคยอยู่ถึง 5 แบรนด์ ทั้ง Sulwhasoo , Laneige , Mamonde , Innisfree และ Etude House เป็นที่มาของ 5 ตลับข้างบนที่เราจะบอกให้ว่าแต่ละอันมันต่างกันยังไง?

“Cushion is for everyone, cushion is beyond makeup.”

อมอร์แปซิฟิคได้กล่าวไว้ ก็อย่างที่เราบอกตอนแรกว่าคุชชั่นคือนวัตกรรมพลิกโลกบิวตี้เลยก็ว่าได้ โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมาบนโลกคือ เมื่อไปถามสาวเกาหลีว่าพวกเธออยากได้อะไรจากเครื่องสำอาง? พวกนางตอบว่า อยากได้
สกินแคร์ + เมคอัพ + ความสะดวกสบาย
สาวเกาฯ นางกลัวแดดกันมาก นางอยากทากันแดดเรื่อยๆ แต่ถ้าทากันแดดก็ทำให้เมคอัพเยินไง บวกกับนางอยากได้รองพื้นที่พกติดตัวได้สะดวกสบาย ใช้ง่าย จึงเป็นที่มาของการคิดค้นคุชชั่นออกมา
คุชชั่นอินสไปร์มาจาก???

ทีมวิจัยพัฒนาของอมอร์ฯ นางคิดกันหัวแตกว่ายังไงดีๆๆๆ สุดท้ายก็ไปเจอที่ปั๊มหมึกกับตรายาง ก็เลยเป็นบิ๊กไอเดียว่า เออ...ถ้าเทเบสเมคอัพลงในตลับเหมือนน้ำหมึกในตลับล่ะ พวกนางก็ไปคิดกันต่ออีกว่าแล้วจะทำยังไงให้สิ่งที่อยู่ในรูปลิควิด น้ำๆ เนี่ยพอเทมันลงไปในตลับแล้วมันจะไม่ไหลย้อยเยิ้มเลอะเทอะ? ก็เกิดพัฒนาต่อๆ กันเรื่อยมาจนกลายเป็นคุชชั่นอย่างที่เราได้ใช้กันอยู่ทุกวันนี้
เชื่อมั้ยกว่าจะมาถึงวันที่ทุกวินาทีมีผู้หญิงซื้อคุชชั่น คุชชั่นเคยเป็นสิ่งที่ขายไม่ออกเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่เข้าใจยากในตอนแรก แต่อมอร์ฯ นางก็ไม่ย่อท้อ ขายไม่ออกก็ลองเปลี่ยนช่องทางไปขายผ่านโฮมช้อปปิ้ง ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นความปากต่อปากก็ทำให้คุชชั่นกลายเป็นสิ่งที่ผู้หญิงร่ำร้องจะต้องมีใช้กันให้ได้ และวันนี้อมอร์แปซิฟิคประกาศกร้าวว่า จะพัฒนาให้คุชชั่นครองโลก!?!?! แหม่...ก็ไม่ขนาดนั้น เขาแค่หวังว่าในที่สุดแล้วผู้หญิงจะเลิกใช้รองพื้นแบบขวดๆ ที่ยุ่งยากและหันมาใช้คุชชั่นกัน 100% ก็เท่านั้นเอ๊งงงงง.....!!!!! 
ยาวไปละ เราว่าสาวๆ คงอยากรู้แล้วว่าแต่ละแบรนด์ในค่ายอมอร์ฯ ที่มีขายในไทยนี้ เราจะเลือกรุ่นไหน ตลับไหนมาใช้ดีล่ะ? ในเมื่อหน้าตามันก็คล้ายๆ กันไปหมด?

งานนี้เราได้พบกับเมคอัพอาร์ติสท์ของอมอร์แปซิฟิค คุณอัน มาอธิบายว่าแต่ละแบรนด์ต่างกันอย่างไร และมีเทคนิคการใช้ต่างกันอย่างไรด้วยนะ 

Sulwhasoo


คีย์เวิร์ดของโซลวาซู คือ Youthful ความอ่อนเยาว์ แน่นอนว่าด้วยความที่เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ แพงสุด ย่อมต้องจับกลุ่มสาวผู้มีรายได้ประมาณหนึ่งแล้ว โดยมากจึงต้องมีอายุสักหน่อย วัยทำงานมีตังค์ใช้ไม่ต้องแบมือขอแม่ไรงี้ ความต้องการของพวกเธอจึงเป็นเรื่องว่า ใช้แล้วต้องหน้าเด็กลง ปกปิดด้วยนะ บำรุงหน้าด้วยสิ ดังนั้นรุ่นนี้ Perfecting Cushion Brightening จึงช่วยปกปิดยาวนาน ฝ้ากระต้องมองไม่เห็น ให้ผิวสวยไร้ที่ติ ดูฉ่ำน้ำอิ่มน้ำอย่างสาวแรกรุ่น และมีส่วนผสมของสมุนไพรเกาหลีมากมายที่มีสรรพคุณชะลอวัยและให้ความชุ่มชื้น


เทคนิคใช้คุชชั่นของ Sulwhasoo

1.       Dabbing Technique กดให้ทั่วหน้าเพื่อให้การปกปิดที่เรียบเนียน สม่ำเสมอ

2.       Spreading Technique คือการลากพัฟไปทางกรอบหน้า เพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อรองพื้นดูบางลง

3.       Folding Technique คือการพับพัฟครึ่งหนึ่งเพื่อให้ส่วนสันขอบจากการพับเข้ามุมที่เกลี่ยยากได้อย่างง่ายดาย อย่างบริเวณปีกจมูก ใต้ตา หรือเปลือกตา

Laneige


ถ้าใครสังเกตจะเห็นว่าแบรนด์นี้จะใช้สีฟ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ ตามหลักปรัชญาของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความชุ่มชื้นในผิวที่สุด ผิวที่ชุ่มชื่นอิ่มน้ำคือผิวที่สวย ดังนั้นทุกผลิตภัณฑ์จึงต้องให้ความชุ่มชื่นผิว รวมทั้งคุชชั่นด้วย สำหรับคุชชั่นของลาเนจ จะเป็นเท็กซ์เจอร์แบบบีบี ให้การปกปิดปานกลาง เน้นความกระจ่างใสเป็นธรรมชาติของผิว และปรับความเรียบเนียนของผิวให้ดูอิ่มน้ำเปล่งปลั่ง โดยที่มีให้เลือกหลายสูตร ทั้งสูตร whitening, pore control และ anti-aging


เทคนิคใช้คุชชั่นของ Laneige


1.       Patting Technique ตบพัฟเบาๆ รัวๆ ให้ทั่วผิวหน้า เพื่อเกลี่ยให้บีบีกระจายทั่วผิวหน้าในปริมาณเท่าๆ กัน

2.       Retouching Technique คือการม้วนพัฟให้โค้งแล้วคลึงไปบนผิวหน้า ในบริเวณที่ต้องการปกปิดมากขึ้น

 
Mamonde


เป็นแบรนด์ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ ทุกโปรดัคท์ต้องมีส่วนผสมของดอกไม้ รวมทั้งคุชชั่นด้วย คุชชั่นของมามอนด์ตัวนี้ Cover Powder Cushion เป็นเนื้อแป้งลักษณะกลีบดอกพีช ถ้าเห็นคำว่า “พาวเดอร์” น่าจะเดาไม่ยาก คือพอลงผิวแล้วจะแห้งเหมือนแป้ง และให้การปกปิดสูงกว่า ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับอากาศชื้น สาวไทยเลือกใช้มามอนด์ได้เลย แต่อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับผิวแห้งนะ เพราะค่อนข้างแห้งเลยทีเดียว คือลงแล้วไม่จำเป็นต้องลงแป้งตาม


เทคนิคใช้คุชชั่นของ Mamonde


1.       Puff Technique เวลากดพัฟในคุชชั่นให้ใช้ 3 นิ้วกดลงไปเพื่อเนื้อรองพื้นจะได้ขึ้นมาเต็มแผ่นพัฟในปริมาณที่พอดี

2.       Patting Technique อาจจะต่างกับลาเนจ คือแตะตรงกลางให้เนื้อรองพื้นแปะลงไปบนผิวเลย แล้วตามด้วย

3.       Folding Technique คือกลิ้งพัฟให้กระจายเนื้อรองพื้นทั่วผิวหน้า ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

Innisfree


อินนิสฟรี มี “มายคุชชั่น” คอนเซ็ปท์คือลูกค้าสามารถปรับแต่งคุชชั่นให้เหมาะกับความต้องการผิวของตัวเองมากที่สุด ทั้งเนื้อคุชชั่นมี 2 สูตร พัฟที่มีให้เลือกถึง 4 ตัวเลือกเพื่อผลลัพธ์ที่ต่างกัน และสนุกตรงที่เราสามารถเลือกตลับคุชชั่นที่เราชอบได้กว่า 100 แบบ (ไม่นับลายลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ออกมาล่อหลอกเราอีกเรื่อยๆ) ตลับบางกว่าแบรนด์อื่นสุด สะดวกพกพาสุด รุ่นที่เราได้มาลองคือ Long Wear Cover Cushion เหมาะกับอากาศบ้านเรา ปกปิดดีอย่างรองพื้น คุมมัน ถ้าถามว่าแล้วต่างกับมามอนด์? ของอินนิสฟรีจะเป็นสัมผัสของรองพื้นเนื้อแมตต์ และที่ควบคุมความมันได้เพราะมีส่วนผสมของหินภูเขาไฟจากเชจู ซึ่งเป็นตัวคุมมันแบบที่ผสมในมาส์กโคลน ในขณะที่มามอนด์จะให้สัมผัสที่เมื่อลงผิวแล้วเหมือนแป้งเลย  
เทคนิคใช้คุชชั่นของ Innisfree


1.       Spreading Technique เทคนิคลากพัฟจากกึ่งกลางใบหน้าออกไป เพื่อให้รองพื้นกระจายทั่วหน้าตามทิศทางได้ง่ายกว่า

2.       Pressing Technique เทคนิคกดพัฟ กดบริเวณที่ต้องการให้เนื้อรองพื้นปกปิดมากๆ เพื่อความเรียบเนียนสม่ำเสมอ

Etude House


แบรนด์ที่ราคาน่ารัก ทุกอย่างดูกุ๊กกิ๊กเด็กสาวไปหมด จึงต้องออกแบบให้เข้าใจง่าย ใช้ง่าย สำหรับตัวคุชชั่นรุ่น Precious Mineral Any Cushion นี้จะเน้นความฉ่ำ สว่างใสเลย ใครชอบแนวหน้าฉ่ำแบบสาวเกาหลีก็เลือกตลับนี้เลย มีทั้งเอฟเฟ็คท์หน้าสว่างแบบไข่มุกไปอีก ให้การปกปิดเรียบเนียน พวกรอยสิว รอยแดงปิดหมด แต่เท็กซ์เจอร์จะมีความเปียกๆ ฉ่ำๆ หน่อยนะ ถ้าใครไม่ชอบก็อาจจะต้องตบแป้งฝุ่นทับนิดๆ หน่อยๆ  


เทคนิคใช้คุชชั่นของ Etude House
คล้ายๆ กับหลายแบรนด์เลย แต่นางแนะนำทิปส์เพิ่มมา คือ ลองสเปรย์มิสต์ฉีดหน้าลงไปบนพัฟก่อนเอามาแตะที่หน้า จะช่วยให้ผิวสดชื่นขึ้นอีก และสาวๆ สามารถเลือกใช้อุปกรณ์อย่าง แปรงลงรองพื้น หรือสปอนจ์ แทนพัฟก็ได้ เพื่อผลลัพธ์ที่แตกต่าง
ทั้งหมดนี้คือทิปส์และเทคนิคที่อมอร์แปซิฟิคบอกเรามา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราว่าเทคนิคของแต่ละแบรนด์ เราสามารถเอามาประยุกต์ให้เป็นสไตล์ที่เราถนัดได้ จะใช้เทคนิคไหน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องการความเรียบเนียน ดูเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ถูกมะ!

Fact!
หลายคนสงสัยว่าควรซักพัฟเดือนละกี่ครั้ง อะไรอย่างไร เราได้สอบถามกับทางผู้ออกแบบวิจัยค้นคว้ามาแล้ว เขาบอกว่าพัฟคุชชั่นนี้ออกแบบมาให้ใช้จนหมดอายุการใช้งานไปพร้อมๆ กับใช้คุชชั่นหมดตลับนั่นแหละ คือพอหมดตลับแล้วก็เปลี่ยนรีฟิลอันใหม่ ซึ่งมันก็มาพร้อมพัฟใหม่อยู่แล้ว ซึ่งเขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องซัก เพราะมันออกแบบมาให้สิ่งสกปรกหมักหมมยากอยู่แล้ว ถ้าคุณไม่ได้ซกมก สกปรกมาก ก็ไม่จำเป็นต้องซัก 

ตอนเวิร์คช็อป ลองแต่งหน้าตัวเองเราก็ได้เซ็ทนี้ทั้งเซ็ทมาลองใช้แบบสเต็ปบายสเต็ป 

welcome gift ตอนมาถึงห้องพักที่โรงแรม น่ารักเนอะ เป็นทราเวลเซ็ทมุ้งมิ้งให้ใช้

แถมให้ดู วิวจากห้องพักที่โรงแรมแชงกรีล่า ปีนัง 

หาดนี้สวยสงบที่สุดของปีนังเลยทีเดียว ขอบคุณ Amore Pacific สำหรับประสบการณ์ดีๆ และ K-Beauty นะคะ 

สามคุชชั่นตัวเด่นจาก JungSaemmool จะเลือกใช้ตัวไหนดี #เข้าไทยทุกตัว