View 745 / Share

สเต็ปการปัดมาสคาร่าให้ปังได้ดั่งใจดุจบาร์บี้มาเอง

BEAUTY/Beauty Tips - สเต็ปการปัดมาสคาร่าให้ปังได้ดั่งใจดุจบาร์บี้มาเอง

Hello! ซิส การแต่งหน้าแบบมีเทคนิค สาวๆ จำเป็นต้องรู้ไว้นะจ๊ะ และทิปอย่างหนึ่งที่เราจะมาแนะนำคือ การปัดมาสคาร่ายังไงดีน้า ให้มีดวงตาดวงโตไม่พอ แต่ยังต้องเด้งดึ๋งดั๋งตลอดวันอีกด้วย ซึ่งการใช้มาสคาร่าหลายคนก็สงสัยว่าจะยากอะไรขนาดนั้นก็แค่ปัดๆ ให้มีสีดำคมเข้มพอ แต่ช้าก่อนจ้ะซิส การปัดมาสคาร่าถ้าเราใส่ใจและมีเทคนิค นอกจากจะมีดวงตาคมแล้ว ยังสามารถเพิ่มเลเวลให้ดวงตามีความโดดเด่น และดูตาไม่ตกได้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ก็ต้องทำให้อยู่ทนตลอดวันด้วยเทคนิคตามนี้เลย

1. ทำความสะอาดขนตา 

บางคนเคยไหมที่ตื่นมา ล้างหน้าเสร็จเรียบร้อย เอ๊ะ! ทำไมใต้ตายังดูดำเป็นปื้ด ขอให้สาวๆ สังเกตให้ดีเลยว่า เมื่อคืนทำความสะอาดมาสคาร่าหมดหรือยัง! เพราะหากเรายังเช็ดของเก่าออกไม่หมดแล้วถมของใหม่ลงไปนอกจากขนตาจะเกาะเป็นก้อนไม่งามแล้ว ก็อาจจะติดเชื้อในอนาคต ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากการหมักหมมนั่นเอง

2. ดัดขนตาก่อนทุกครั้ง 

ฝึกการดัดขนตาให้ชินเลยนะสาวๆ ซึ่งการดัดขนตาที่ดีนั้นควรเริ่มต้นตั้งแต่การเลือกที่ดัดขนตาที่ได้คุณภาพ เพราะถ้าที่ดัดไม่ดี ยางตรงส่วนที่ต้องสัมผัสกับขนตาเราแข็งเกินไป ก็อาจทำให้เส้นขนตาหักได้ และเวลาดัดขนตานั้นให้พยายามชิดโคนขนตา และค่อยๆ หนีบขึ้นไปให้ถึงปลายขนตา ซึ่งขณะที่ดัดนั้นควรมองลงเพื่อให้เราสามารถเห็นว่า ขนตานั้นงอนงามขึ้นหรือไม่ และยังเป็นวิธีที่ถนัดอีกด้วย

3. ปัดเบสโค้ด หรือไพรเมอร์

คล้ายกับการทาเบสโค้ดสำหรับการทาเล็บ แต่เพียงใช้เบสโค้ดหรือไพรเมอร์สำหรับการปัดขนตา ซึ่งในวงการบิวตี้บ้านเราก็มีหลายยี่ห้อให้เลือกมากมาย โดยการปัดเบสโค้ดนี้จะเป็นเหมือนการเตรียมตัวก่อนที่จะปัดเนื้อมาสคาร่าลงไป และยังเพิ่มประสิทธิภาพการล็อกให้ขนตาเด้งทั้งวันอีกด้วย

4. ใช้มาสคาร่าที่ดี 

ซึ่งคำว่ามาสคาร่าที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้มาสคาร่าที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่จะต้องดูวันหมดอายุด้วย ซึ่งปกติบนแท่งมาสคาร่าจะบอกว่าหมดอายุภายในกี่เดือนหลังจากเปิดใช้ เพื่อเป็นการป้องกันอาการแพ้และอาการอักเสบของดวงตาจ้า นอกจากนี้เวลาใช้ ให้หมุนวนลักษณะตามภาพ จะช่วยให้เนื้อมาสคาร่าด้านในไม่แห้งง่ายอีกด้วย

5. เลือกมาสคาร่าให้เหมาะกับที่เราต้องการ 

เคยสังเกตไหมว่ามาสคาร่าแต่ละอันจะมีหัวแปรงและสูตรที่ไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละอันก็จะต่างคุณสมบัติออกไป โดยเราต้องดูที่ชื่อรุ่นหรืออ่านจากหลังผลิตภัณฑ์ก็ได้ ยกตัวอย่าง บางรุ่นจะเป็นรุ่น curl ซึ่งช่วยให้ขนตางอน บางรุ่น Long ช่วยให้ขนตายาว หรือ Strong คือทำให้ขนตาดูหนาขึ้น Fix คือการล็อกให้อยู่นานตลอดวันนั่นเอง โดยเราสามารถใช้ร่วมกันได้แต่ละสูตร แต่ก็ต้องระวังอาการหนักขนตา หรือเป็นก้อนนะจ๊ะ

6. ท็อปโค้ดล็อกได้ใจ 

การจัดท็อปโค้ดลงไปหลังจากเนื้อมาสคาร่าแห้งแล้วก็เหมือนกับเป็นการล็อกให้ขนตาเราอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน ซึ่งปกติแล้วตัวนี้จะไม่มีสี เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะยิ่งหนาหรือทำให้สีเพี้ยน โดยลักษณะการทำงานจะเป็นตัวฟิลม์ไปเคลือบให้ขนตา และบางแบรนด์จะใส่ตัวบำรุงขนตาอีกด้วย 

7. หวีเส้นขนตา

ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่เราอยากให้สาวๆ ทำจนชิน เพราะจะเป็นการตรวจตราความเรียบร้อยของการปัดมาสคาร่าว่าเนื้อมาสคาร่าเกาะตัวเป็นก้อนไหม หรือปัดทั่วรึเปล่า รวมถึงการเพิ่มดีกรีให้เส้นขนตาดูแพเรียงตัวกันสวยงาม โดยแปรงหวีขนตาก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านบิวตี้ทั่วไป ซึ่งควรเลือกที่มีความถี่ของซี่หวีสลับสั้นยาว เพื่อให้หวีได้เข้าถึงทุกเส้นขนตา

แหมๆ กว่าจะทำให้มีเส้นขนตาสวยงามงอนดุจบาร์บี้ได้ก็เล่นเอาเหนื่อยถึง 7 สเต็ป แต่จริงๆ แล้วแต่ละสเต็ปไม่ได้ใช้เวลานาน และไม่ยุ่งยากเกินไปเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่สาวๆ จะได้มีดวงตาสวย เอาเป็นว่าลองทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะชินไปเอง อิอิ

สามคุชชั่นตัวเด่นจาก JungSaemmool จะเลือกใช้ตัวไหนดี #เข้าไทยทุกตัว