View 730 / Share

Hair Diary : สาบานว่าไม่เคยมี good hair day ที่ง่ายขนาดนี้มาก่อน แถมไม่ง้อช่างผมด้วยนะ

BEAUTY/Hair - Hair Diary : สาบานว่าไม่เคยมี good hair day ที่ง่ายขนาดนี้มาก่อน แถมไม่ง้อช่างผมด้วยนะ

ขอบันทึกไดอารี่ผมสวยด้วยมือเราด้วยวิธีที่ง่ายแสนง่ายแบบที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าชาตินี้จะทำเองก็ได้ง่ายจัง มาเขียนเล่าให้สาวๆ girldaily ได้อ่านกัน ใครมีปัญหาหัวฟู ผมแห้ง จัดทรงยาก เราคือเพื่อนกัน!

สาวผมยาว เส้นใหญ่แถมเจอสภาพอากาศที่ร้อนระอุแบบนี้หัวยิ่งฟูง่ายอย่างเราคงเข้าใจกันดีว่า กว่าจะเซ็ททรงให้ออกจากบ้านได้มันไม่ง่าย นอกจากเดินเข้าร้านนั่นแหละที่ค่อนข้างชัวร์ว่าเดินออกจากร้านจะได้ทรงที่ตรงเป๊ะ สลวยสวยเก๋แน่ๆ 

ก่อนอื่นต้องขอมอยก่อนว่าเราเป็นคนที่สภาพผมคือหนามาก ผมก็เส้นใหญ่ และบางทีก็มีปัญหาหัวหยิก หยอย ให้หงุดหงิดใจตลอด จะไปไหนทีลำบ๊ากกก...ลำบาก ยิ่งถ้ามีทริปนี่ต้องแพลนเลยว่าต้องเอาอุปกรณ์อะไรไปดูแลทรงผม จะมีที่รีดผมมั้ย? โรงแรมจะมีไดร์เป่าผมพลังช้างพลังม้าให้ใช้มั้ย? ต้องเอาแปรงกลม แปรงไดร์ไปด้วยมั้ย? ไม่งั้นได้มัดมันทั้งทริปแน่นอน

วิธีแก้ปัญหาชีวิตที่ผ่านมาคืออะไร?

ใช่ฮ่ะ ก็ทำรีบอนดิ้งบ้าง ช่วงที่ทำมาใหม่ๆ ก็ดี๊ดีค่ะคุณ แต่ผ่านไปเดือนสองเดือนก็กลับสู่สภาพเดิมแล้ว ทีนี้ก็มาเจออีกอันคือ Brazilian Blowout อันนี้ก็ดีนะ ทำมาผมสลวยสวยเก๋เลยทีเดียว เคยเขียนไว้ในบทความนี้ (คลิก) แต่ราคาก็ค่อนข้างสูง ทำบ่อยก็มิไหวจิเคลียร์(ค่าบัตรเครดิต) งั้นพักก่อน 

ด้วยการทำงานเป็นนักเขียนบิวตี้เนาะ ก็ทำให้เราได้ทดลองผลิตภัณฑ์นู่นนี่ไปเรื่อย รวมทั้งผลิตภัณฑ์ผมต่างๆ ต้องบอกว่ามีไอเท็มในดวงใจอยู่เยอะนะ ของใช้ดีจากหลากหลายแบรนด์เลยทีเดียว แต่สำหรับช่วงนี้ต้องขอบอกว่าประทับใจจ๊อดกับเซ็ทนี้ที่สุด! 

โปรดสังเกตที่หลอด คือบู้บี้แล้ว ที่ปากขวดแชมพูก็มอมแมมมาก รับประกันว่าใช้จริงและใช้จนจะหมดแล้วด้วย กรี๊ดดดดด....!!! 

ที่กรี๊ดนี่เพราะว่ามันใช้ดีมาก และยังไม่อยากให้หมดเล้ยยยย... จริงๆ เอาล่ะ ถ้ายังอ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงอยากจะกรี๊ดบ้างว่า บอกซะทีว่ามันดียังไง!?! อะ...เดี๋ยวสิ มา How To กันก่อน

Step 1 : แชมพู

ก็ต้องสระก่อนถูกมะ? สระให้สะอาดก่อนสัก 2 รอบ Damage Remedy™ Restructuring Shampoo (1,200 บาท) ทำความสะอาดสิ่งสกปรก และมลภาวะที่ทำร้ายผมสวยด้วยส่วนผสมสกัดจาก babassu oil ที่มอบความชุ่มชื้นและชำระล้างสิ่งสกปรกที่ติดแน่นอยู่บนเส้นผมให้หลุดออก พร้อมการฟื้นบำรุง เสริมความแข็งแรงของเส้นผม แชมพูนี้กลิ่นดี๊ดีนะ มีความสมุนไพร พืชสวนโลก ผ่อนคลายสติและจิตใจได้ด้วย 

Step 2 : ทรีทเม้นท์ 

ขั้นตอนนี้คือหลายคนแบบ อัลลัยยยย...!!! ต้องมีด้วยเหรอ! คือมีเหอะ เชื่อนี่ มีแล้วดี มีแล้วผมสวยสะบัดแฮร์ไม่แคร์เวิล์ดได้จริงอะไรจริง หลังจากสระผมแล้วก็รีดน้ำออกให้มากที่สุด หมาดๆ เลย แล้วบีบทรีทเม้นท์ไม่ต้องเยอะมาก (มันเปลือง) ชโลมให้ทั่วช่วงกลางผมมาทางปลายผม เสร็จแล้วรอแป๊บนึง ประมาณ 10 นาทีก็ได้ ถ้าใครอาบน้ำที่ฟิตเนส แนะนำให้เดินเข้าห้องสตีมหรือซาวน่าไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา ขั้นตอนนี้สำคัญมั้ย? สำคัญฮ่ะ! แต่ "ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่สระผม" เพราะนี่คือการบำรุงผมแบบเข้มข้นจริงๆ ทำสัปดาห์ละครั้งก็พอนะ ดังนั้นสเต็ปนี้บางครั้งก็ข้ามได้นะยูว์ 

Damage Remedy™ Intensive Restructuring Treatment (1,800 บาท) ที่สุดแห่งทรีตเมนท์บำรุงผมเสียและผมที่ผ่านการทำสารเคมี ด้วยส่วนผสมจากกรดไขมันและโปรตีนที่จำเป็น ตรงเข้าบำรุงผมเสียอย่างชาญฉลาด ตรงจุด ตั้งแต่รากจรดปลายและให้การปกป้องตามธรรมชาติ ป้องกันผมเสียในอนาคต 

Step 3 : ครีมนวดผม

เราเคยสัมภาษณ์ช่างผมมา นางบอกว่าขั้นตอนทรีทเม้นท์ กับขั้นตอนคอนดิชันเนอร์ หรือครีมนวดผม ไม่ใช่ขั้นตอนที่ทดแทนกันได้นะยูว์ คือหลายคนมีความเข้าใจผิดว่า ถ้าวันไหนเราบำรุงทรีทเม้นท์ผม ก็ไม่ต้องลงครีมนวดแล้วก็ได้ ซึ่งมันผิด เหมือนกับเราเข้าใจว่าบำรุงผิวหน้าด้วยเซรั่มแล้วไม่ต้องลงมอยส์เจอไรเซอร์ก็ได้ เปรียบเทียบแบบนี้เข้าใจแล้วใช่มะ? คือสองสิ่งนี้ทำหน้าที่คนละอย่างกัน ครีมนวดผมคือทำให้พื้นผิวของเส้นผมเรียบลื่น นุ่มสลวย แต่ทรีทเม้นท์จะเข้าไปบำรุงลึกที่แกนผม ดังนั้นขั้นตอนครีมนวดผมจึงไม่ทำไม่ได้ เพียงแต่ขั้นตอนนี้เราไม่จำเป็นต้องทิ้งไว้ นวดๆ ให้ทั่วเส้นผมแล้วก็ล้างออกได้เลย และครีมนวดขวดนี้ก็ดีงามต่อเส้นผมของเดี๊ยนมากค่าาาาา Damage Remedy™ Restructuring Conditioner (1,200 บาท) ช่วยให้ผมเรียงตัวสวย ไม่พันกันและเสริมปราการปกป้องการขาดของเส้นผม ผมแลดูนุ่มลื่นน่าสัมผัส

Step 4 : เป่าให้แห้ง

ขั้นตอนนี้แหละฮ่ะ ถือเป็นขั้นตอนปราบเซียน เป็นขั้นตอนที่น่ากลัวม้ากกกกกก.... เพราะถ้าจังหวะเวลาไม่ดี ผมแห้งแล้วก็จะฟูฟูได้ แต่ถ้าทำตามนี้ ที่เราทดลองมาหลายครั้งแล้วพบว่า เอ๊ย...มันเวิร์คจริงๆ คือ หลังจากเช็ดผมให้แห้งหมาด อาจจะใช้ออยล์บำรุงผมอะไรก็ได้ที่เราใช้เป็นประจำลูบไล้ให้ทั่วเน้นที่ปลายผม อย่าหยิบอะไรมาใช้มากมาย เพราะมันจะทำให้ผมฝืด ไม่สลวย แล้วก็เป่าค่ะ เป่าๆๆๆๆๆ ขั้นตอนนี้คือต้องใช้ไดร์เป่าผมพลังม้า พลังแรง ไดสันก็ได้ (ถ้ามี) ถ้าไม่มีก็ไดร์อะไรก็ได้ที่ต้องพลังเป่ารุนแรง ไดร์ดำๆ แบบของช่างก็ใช้ได้ แต่เทคนิคคือให้ถือไดร์เป่าผมแบบชี้ลงพื้น ถ้าผมหนามาก อาจจะก้มหัวแล้วเน้นเป่าที่หนังศีรษะให้แห้งก่อน แล้วค่อยเป่าผมแบบหัวไดร์ชี้ลงพื้น คือให้ทิศทางลมช่วยในการจัดทรงผมไปในตัวน่ะ นึกออกมะ เราอยากให้เส้นผมเรียบตรงทิ้งตัวสลวยก็ให้ถือไดร์แบบนี้ แค่นี้เอง จริงๆ เป่าจนแห้งสนิทโดยไม่ต้องใช้หวีกลม หวีแปรง ที่หนีบผม ที่รีดผม อะไรมาช่วยเลย! แค่เป่าให้แห้งอย่างเดียวจริงๆ 

นี่น้ำตาจะไหล ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ที่ชีวิตไม่ต้องเซ็ทผมก็ได้ จากในรูปหลายคนอาจจะมองว่า นี่(ผม)สวยแล้วเหรอ? แกรรรรรรรร... มองด้วยตามันก็อาจจะไม่ได้อะไรมากมาย แต่ลองสัมผัส ลองลูบไล้ ผมเรียบลื่นนุ่มสลวยมาก ลองกำผมแล้วบีบๆ ดู ถ้าคนที่ผมแห้ง ผมกรอบ ผมฟูจะรู้ว่าบีบแล้วผมจะกรอบแกรบ แต่นี่กำแล้วบีบคือนุ่ม ไม่รู้สึกกรอบแกรบเลย ลองรวบผมเป็นหางม้าดู คนที่ผมฟูจะเซ็งมากเพราะโพนี่เทลเราจะอ้วนป่องพองไม่พลิ้วสะบัด แต่นี่รวบแล้วหางม้าเราพลิ้วทิ้งตัวสวย จะเสยซ้าย เสยขวา ก็ดูเป็นธรรมชาติ และสิ่งที่เราชอบม้ากกกก... คือ ผมไม่ตรงเป๊ะปัง เป๊ะบ้านโป่งเกินไป แบบใช้แปรงกลมๆ ไดร์ผมจะตรง ยิ่งใช้ที่รีดผมยิ่งตรงเป๊ะ แต่นี่คือผมไม่ตรงเป๊ะมาก ดูเป็นทรงแบบทรงธรรมชาติของเส้นผมเราเอง คือวันไหนที่ good hair day เราจะรู้ตัวไง ไม่ต้องให้ใครมาบอก แค่จับสัมผัส ลูบๆ คลำๆ ก็รู้สึกดี๊ดี 

และอย่างที่บอกว่ากว่าจะมาเขียนแฮร์ไดอารี่ให้อ่านกันได้นี่ เราทดลองเองหลายครั้งแล้วจริงๆ มีบางครั้งที่ผลลัพธ์อาจจะไม่ฟีลกู้ดสุดๆ ซึ่งบางครั้งก็มีปัจจัยบางอย่างที่ทำให้สภาพผมไม่ได้อย่างใจไปเสียทุกครั้งที่ลองสระด้วยเซ็ทนี้ อาทิเช่น บางครั้งเราปล่อยให้แห้งเองไม่รีบไดร์ทันที หรือใส่สไตลิ่งโปรดัคท์อย่างอื่นเยอะไป ก็จะไม่ได้ผมสลวยแบบที่ต้องการเท่าที่ควร 

สำหรับผลิตภัณฑ์ผมของ AVEDA มีหลายกลุ่มให้เลือกนะ แล้วแต่สภาพผม แต่สำหรับเราเท่าที่ลองแล้วชอบที่สุด ใช้ดีที่สุดก็คงเป็นกลุ่มนี้นี่ล่ะ damage remedy เดี๋ยวโอกาสหน้าถ้าได้ลอง hair item เด็ดๆ ตัวไหนใช้ดีอีก เราจะรีบเอามาบอกสาวๆ girldaily เลยนะ โปรดติดตามค่ะ 

 

 

 

สวมวิญญาณเซเลบฯ ด้วยแบบทรงผมสั้นที่ต้องลองสักครั้ง