View 18.16K / Share

ลงสเต็ปการแต่งผิวอย่างถูกวิธี ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เป็นคราบแน่นอน

BEAUTY/How to - ลงสเต็ปการแต่งผิวอย่างถูกวิธี ช่วยให้เครื่องสำอางไม่เป็นคราบแน่นอน

ใช้เครื่องสำอางแพงแค่ไหน ก็แพ้คนที่แต่งหน้าอย่างถูกวิธีนะจ๊ะ เพราะคุณสมบัติของแต่ละชิ้นนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ในแบบของตัวเอง เช่น ถ้าลงแป้งแล้ว แต่ลืมลงรองพื้น ก็คิดจะลงตามไปเลย ซึ่งอย่าได้ทำแบบนี้เด็ดขาด เพราะตัวรองพื้นอาจทำให้ผิวหน้าเกิดเป็นขุยแป้งระหว่างวันได้นั่นเอง

อธิบายแบบนี้คงเข้าใจกันบ้างแล้วนะว่า การลงขั้นตอนแต่งหน้าอย่างถูกวิธีนั้นสำคัญอย่างไร เราจึงมาบอกเล่าให้สาวๆ อย่างหลงไปใช้ผิดนะจ๊ะ

ขั้นตอนแรก ไพรเมอร์ / เบส

หลายคนอาจจะไม่เห็นคุณค่าของการใช้ไพรเมอร์ แต่รู้ไหมว่าไพรเมอร์เป็นตัวช่วยที่จะทำให้รองพื้นหรือแป้งติดผิว และอำพรางรูขุมขน ผิวหน้าจึงดูเรียบเนียนขึ้นเวลาแต่ง ให้ผลลัพธ์ได้อย่างเนียนยิ่งขึ้น สีของตัวไพรเมอร์หรือเบสก็จะมีหลายแบบ เพื่อช่วยในการปรับสภาพผิวได้เช่นกัน

2. ซีซี ครีม

มักจะนำคุณสมบัติของเบส ไพรเมอร์ ครีมกันแดด หรือบางแบรนด์นำรองพื้นและสารบำรุงผิวรวมเข้าไปด้วย แต่คนที่ต้องการเรื่องปกปิดนั้นยังไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากเนื้อสัมผัสค่อนข้างเบาที่สุดเมกอัพที่ให้การปกปิด

3. บีบี ครีม

มีคุณสมบัติคล้ายๆ กับซีซี ครีม แต่เกิดก่อนเท่านั้นเอง จะเน้นเรื่องการปกปิดได้ดีกว่า เนื้อสัมผัสจะไม่เบาเหมือนซีซี แต่ก็ไม่หนาเท่ารองพื้น ใครที่ผิวมีริ้วรอยบ้าง รอยแดงเล็กๆ และต้องการปกปิด บีบี ครีมก็ช่วยได้ดีระดับหนึ่ง

4. รองพื้น

จริงๆ ชิ้นนี้ไม่ต้องแนะนำอะไรมาก เพราะสาวๆ (เกือบ) ทุกคนคงเคยใช้กันแล้วล่ะ ซึ่งก็มีหลายเนื้อสัมผัส ทั้งเนื้อครีม แบบน้ำ หรือเนื้อลิควิค ล้วนแล้วแต่ให้การปกปิดที่คงข้างแนบสนิทกับผิว คนที่มีปัญหาผิวที่กังวลก็สามารถเอาอยู่ด้วยรองพื้นนี่แหล่ะ แต่ต้องดูด้วยว่าจะทำให้เกิดการอุดตันหรือไม่อย่างไร

5. คอนซีลเลอร์

หน้าที่คอนซีลเลอร์มี 3 อย่างบนใบหน้า คือการกลบรอยหมองคล้ำบริเวณใต้ตา, จุดที่ต้องปกปิด เช่น ริ้วรอยข้างแก้ม รอยแดง สิว, เพิ่มมิติให้ใบหน้าบริเวณกลางหน้าผาก ใต้โครงคิ้ว เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้ได้หลังลงไพรเมอร์ ซีซีหรือบีบี ครีม และรองพื้นเรียบร้อย

6. แป้งอัดแข็ง / แป้งชนิดฝุ่น

สาวๆ มักจะชินกับการทาแป้งอยู่ดี ไม่ว่าจะลงรองพื้นมาแน่นแค่ไหนก็ตาม เพราะเชื่อว่าตัวแป้งนี่แหล่ะจะช่วยให้ผิวหน้าเราไม่มันระหว่างวันได้ เนื้อสัมผัสจะมีหลายแบบ แต่โดยปกติจะลงตามหลังรองพื้น

7. การลงคอนทัวร์, บรอนเซอร์ และไฮไลท์เตอร์นั้นให้ดูว่าเป็นชนิดเนื้อครีมหรือแบบฝุ่น ถ้าเนื้อครีมให้ลงก่อนลงแป้ง แต่ถ้าเนื้อฝุ่นให้ลงหลังลงแป้งได้ หรือจะไม่ลงแป้งแล้วตามด้วยคอนทัวร์, บรอนเซอร์ และสุดท้ายปัดไฮไลท์เตอร์ได้เลย

ส่วนหน้าที่ของแต่ละตัวมีตามนี้

- คอนทัวร์ ส่วนมากจะมาในรูปแบบแท่ง ไว้สำหรับวาดโครงหน้า เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวเล็กได้เมื่อมองด้วยตาเปล่า

- บรอนเซอร์ ชิ้นนี้ก็มีหลายเนื้อสัมผัสเช่นกัน แต่มักจะอยู่ในรูปแบบตลับอัดแข็ง และใช้คู่กับแปรงปัดหน้า ปัดบริเวณ ใต้โหนกแก้ม ไรผม หรือส่วนข้างสันจมูก เพื่อเพิ่มมิติให้ส่วนต่างๆ บนใบหน้าเป๊ะขึ้นอีกขั้น

- ไฮไลท์เตอร์ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนก็ช่วยให้ผิวหน้าเราดูเปล่งปลั่ง เรามักจะค่อยๆ เกลี่ยหลังจากลงแป้งถ้ารูปแบบเนื้อครีม ส่วนรูปแบบอัดแข็ง เราจะใช้แปรงปัดบริเวณหน้าผาก สันจมูก คาง หรือแม้กระทั่งช่วงโหนกแก้มเพื่อสร้างผิวให้แลดู 'หน้าพุ่ง' อิ่มน้ำ และกระจ่างใสในแบบโกลว์

8. Setting Makeup

เป้นขั้นตอนสุดท้ายของการแต่งหน้า มีทั้งรูปแบบเนื้อฝุ่น แป้งอัดแข็ง และสเปรย์ เหมือนตัวช่วยล๊อกเมกอัพให้คงอยู่ตลอดวัน และสามารถใช้ได้ระหว่างวันโดยไม่ทำให้เมกอัพหลุด นอกจากนี้ยังเพิ่มความชุ่มชื้น ผิวสดชื่นขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าของผิวได้เช่นกัน

ส่วนคุชชั่น เมกอัพยอดฮิตสำหรับสาวทั่วโลก จะอยู่ขั้นตอนไหนนั้นต้องดูถึงคุณสมบัติของตัวคุชชั่นเอง ว่าช่วยการปกปิด หรือว่าเป็นตัวเพิ่มความแวววาว กระจ่างใส ถ้าเป็นแบบปกปิดก็ข้ามขั้นตอนการลงบีบี ซีซี หรือรองพื้นไปได้จ้า

ที่เราแนะนำเป็นขั้นตอนการลงเมกอัพที่มีคุณสมบัติทั่วไป แต่ก็จะมีบางแบรนด์ที่นำคุณสมบัติล้ำๆ นวัตกรรมใหม่มาลงในตัวเมกอัพเช่นกัน อันนี้ก็ต้องไปลองดูบนผลิตภัณฑ์อีกทีว่าควรใช้ขั้นตอนไหนอย่างไร เพื่อความเข้าใจในการใช้ที่ถูกต้องด้วย

อีกหนึ่งเทคนิคการทารองพื้นให้ดูไม่แต่ง(แต่แต่ง)