View 14.80K / Share

Review: สลีพปิ้งมาส์กออกใหม่ ตัวนี้แหละเหมาะกับวันที่ต้องการกู้ผิวอย่างเร่งด่วน

BEAUTY/Review - Review: สลีพปิ้งมาส์กออกใหม่ ตัวนี้แหละเหมาะกับวันที่ต้องการกู้ผิวอย่างเร่งด่วน

เฮลโลว์! กลับมาพบ ลีน่า Beauty Writer ประจำ Girldaily อีกครั้งกับปัญหาที่ว่า "จะทำอย่างไรให้ผิวกลับมาสุขภาพดีขึ้นเพียงข้ามคืน?" และโจทย์นี้ไม่ง่ายเลย เนื่องจากทุกวันนี้สาวสวยอย่างเราต้องเผชิญมลภาวะภายนอกเยอะมาก ทั้งฝุ่นละออง แสงแดด ควันรถ ฯลฯ ซึ่งทำให้ผิวไม่แข็งแรง แต่งหน้าไม่ค่อยติด และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือ เกิดจากตัวเรา ทั้งความเครียด พักผ่อนไม่พอ ผิวก็ต้องเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา ความหมองคล้ำ และริ้วรอยก็ถามหา

แล้วรู้หรือไม่ว่าช่วงเวลาไหนที่จะฟื้นฟูผิวเราฉบับเร่งด่วนได้? คำตอบคือ ช่วงเวลานอนนั่นเอง เพราะฉะนั้นการปรนนิบัติผิวช่วงกลางคืน จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และวิธีที่จะมาแนะนำคือการใช้สลีพปิ้ง ชนิดไม่ต้องล้างออก ซึ่งเราชอบตรงที่ใช้ง่ายกว่ามาส์กชนิดแผ่น และไม่ต้องกลัวจะหลุดหรือไม่พอดีกับหน้าอีกด้วย สามารถใช้หลังครีมบำรุงอื่นๆ ได้เลย และชิ้นที่เราจะนำมารีวิว คือมาส์กตัวใหม่จาก L’Oreal Paris ที่เค้าคอนเฟิร์มเลยว่า ใช้ L’Oreal Sleeping Mask หนึ่งครั้งเท่ากับการใช้ Sleeping Mask ถึง 4 แผ่น อย่างนี้ต้องมีการพิสูจน์ด้วยตัวเลขกันแล้วล่ะ

L’Oreal Paris White Perfect Sleeping Mask มีคุณสมบัติที่ช่วยฟื้นฟูผิวในขณะเราหลับ กับส่วนผสมสำคัญของสารแอนตี้ ออกซิแดนท์ ซึ่งมีวิตามินอีที่ผสมอยู่ในเม็ดบีท ช่วยปกป้อง และฟื้นฟูผิวตลอดทั้งคืน พร้อมสารไวท์เทนนิ่ง อย่างวิตามินบี3 และวิตามินซีจี ลดจุดด่างดำ เพิ่มผิวเปล่งปลั่ง และหลังใช้ 4 สัปดาห์ สีผิวจะแลดูสม่ำเสมอ ผิวเรียบเนียน และกระจ่างใสขึ้น

เนื้อมาส์กนุ่มเด้งเหมือนเยลลี่ และสังเกตได้ว่าจะมีเม็ดบีทสีขาวเล็กๆ ด้วยเช่นกัน โดยเม็ดบีทนี้ไม่ทำให้บาดผิวแน่นอน

เพื่อให้ได้เห็นผลชัดขึ้น เราจึงหยิบอุปกรณ์ช่วยมาเลย กับเครื่องวัดความชุ่มชื้นของผิว เพื่อบอกค่าความมัน (ความมันที่จำเป็นสำหรับผิวนะจ๊ะ ไม่ใช่ความมันส่วนเกิน) และน้ำในผิว บอกความชุ่มชื้นกันก่อนว่าอยู่ระดับใด ทั้งก่อนใช้ และหลังใช้ ซึ่งเราจะดูจากค่าเปอร์เซ็นต์ และสีหน้าจอ (แดง=ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น, เขียว=มีความชุ่มชื้นพอประมาณ ผิวกระชับ และส้ม=ผิวสุขภาพดี)

โดยจะเปรียบเทียบให้เห็นระหว่าง L’Oreal White Perfect Sleeping Mask และมาส์กชีทอื่นๆ โดยวัดผิวบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ซึ่งผลก็เป็นไปตามภาพคือ มีค่าใกล้เคียงกัน ทั้งน้ำมันใต้ผิวน้อย ผิวแห้ง ขาดความยืดหยุ่น 

งั้นเรามาเริ่มปฏิบัติการกู้ผิวกันเลย โดยพับมาส์กชีทครึ่งนึง แล้วมาส์กทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที (เพราะถ้าสาวๆ ทิ้งไว้นาน จะยิ่งกลายเป็นการดูดความชุ่มชื้น และผิวจะแห้งกว่าเดิม) ส่วนลอรีอัล สลีพปิ้ง มาส์ก ให้เกลี่ยเนื้อมาส์กบนผิวหน้าให้เยอะพอประมาณ โดยการนวดกดที่ผิว เพื่อให้เม็ดบีทแตกตัวกระจายทั่วหน้า และซึมลงสู่ผิว สามารถทาทิ้งไว้ทั้งคืนได้เลย 

พอตื่นเช้า เราก็มาวัดความชื้นของผิวอีกครั้งก่อนล้างหน้า

สังเกตได้ว่า ฝั่งที่เป็นมาส์กชีท ก่อนมาส์กมีค่าน้ำมันใต้ผิวอยู่ที่ 14.3% ซึ่งถือว่าน้อยมาก ผิวจึงขาดความยืดหยุ่น ส่วนค่าของความชุ่มชื้นอยู่ที่ 31.9% ซึ่งถ้าเปอร์เซ็นต์น้อยเท่าไร ผิวก็จะยิ่งแห้งมากเท่านั้น แต่เมื่อวัดอีกครั้งในตอนเช้ากลับมีค่าน้ำมันใต้ผิวเพิ่มขึ้นเป็น 17.2% และเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเขียว แสดงว่าผิวเริ่มมีความกระชับ ยืดหยุ่นขึ้น และค่าความชุ่มชื้นเพิ่มเป็น 38.4% ผิวจึงแลดูแข็งแรงขึ้นในระดับหนึ่ง

ส่วนตัวเลขฝั่งลอรีอัล สลีพปิ้ง มาส์กนั้น ก่อนมาส์กค่าตัวเลขเป็นสีแดง คือ 14.1% สำหรับน้ำมันใต้ชั้นผิว และ 31.5% สำหรับค่าความชุ่มชื้น ซึ่งถือว่าผิวแห้ง ขาดความกระชับ แต่พอหลังจากมาส์กทิ้งไว้ทั้งคืน ผลที่ได้ต้องบอกว่าเกินคาดสำหรับเรา เพราะได้จอสีส้มกันเลย คือ 26.5% และ 59.1% นั่นหมายถึงน้ำมันใต้ชั้นผิวที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้ผิวนั่นมีมากขึ้น พร้อมมีความชุ่มชื้นในระดับผิวสุขภาพดี จึงมีความต่างจากก่อนใช้ลอรีอัล สลีพปิ้ง มาส์กถึง 27.6% เพียงคืนเดียวเท่านั้น 

สรุปผลรีวิวที่ได้ : ลีน่าเป็นคนที่มีผิวค่อนข้างแห้งบริเวณแก้ม และแอบยอมรับเลยว่าขี้เกียจบำรุงผิวก่อนนอน จึงชอบใช้สลีพ ปิ้ง มาส์ก มาส์กหน้าแล้วนอนไปเลย ซึ่งพอได้ลองใช้ลอรีอัลตึวนี้ รู้สึกได้ว่าผิวนุ่มขึ้น ชุ่มชื้น และแข็งแรงกว่าเดิม เวลาแต่งหน้าเครื่องสำอางจะติดผิวดีขึ้น ลีน่าจึงขอยกรางวัลชนะเลิศให้ชิ้นนี้โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวเพียงคืนเดียวเท่านั้น แถมเนื้อมาส์กก็นุ่มเด้งเหมือนเยลลี่สุดๆ มีกลิ่นหอม ส่วนราคาก็น่าคบหาอย่างมากเพียง 399 บาทเท่านั้นเองจ้า นอกจากนี้สาวๆ ต้องมีวินัยในการบำรุงผิวเป็นประจำ หรือลองใช้ตัวสลีพปิ้ง มาส์กก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยขั้นเร่งด่วน เพื่อจะได้ตื่นมาพร้อมผิวที่ดีขึ้นเหมือนกับลีน่ายังไงล่ะ

เป็นสาวตัวหอม ด้วยโลชั่นกลิ่นหอมติดทนนานกันเถอะ