View 52.39K / Share

ทดสอบครีมกันแดดที่ดีที่สุด 5 ตัว ตัวไหนไม่มัน-ไม่เกิดสิว มาดูกัน !

BEAUTY/Review - ทดสอบครีมกันแดดที่ดีที่สุด 5 ตัว ตัวไหนไม่มัน-ไม่เกิดสิว มาดูกัน !

ครีมกันแดดหลายตัวมักจะทำให้เกิดสิวโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากความมันที่อยู่ภายในเนื้อครีม เราจึงหยิบนำเอาครีมกันแดด 5 ตัวมาทดสอบความมันเพื่อหา "ครีมกันแดดที่ดีที่สุด"

ทดสอบครีมกันแดดที่ดีที่สุด 5 ตัว ตัวไหนไม่มัน-ไม่เกิดสิว มาดูกัน!

การทาครีมกันแดดในประเทศไทยได้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ปัญหาคือหลายๆครั้งที่ต้องเลือกซื้อครีมกันแดด สาวๆหลายๆคนอาจจะเกิดความสงสัยว่า “ครีมกันแดดที่ดีที่สุด” คือตัวไหนและครีมกันแดดที่ดีที่สุดควรมีคุณสมบัติอะไรบ้าง วันนี้เราจะมาทำการทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุดกัน โดยหยิบเอาครีมกันแดด 5 ตัวมาผ่านกระบวนการทดสอบ

ปัญหาอย่างหนึ่งในสิ่งที่ทำให้สาวๆหลายคนเป็นกังวลเมื่อต้องทาครีมกันแดดคือ ความมันที่อยู่ในเนื้อครีม เพราะความมันของเนื้อครีมมักจะเป็นต้นตอที่ทำให้เกิดสิว นอกจากนี้ ครีมกันแดดหลายๆตัวยังทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้บนใบหน้าอีกด้วย ทำให้เกิดความรู้สึกรำคาญในระหว่างวัน โดยเฉพาะสาวๆที่เป็นสิวง่าย การเลือกครีมกันแดดที่ดีที่สุดควรหลีกความมันและความเหนอะหนะเป็นอย่างยิ่ง

ครีมกันแดดที่ดีที่สุดต้องไม่ทำให้เกิดสิว

Girldaily เข้าใจหัวอกคนเป็นสิวง่าย แพ้ง่าย ว่าการใช้ครีมกันแดดที่ทิ้งความมันเยิ้มบนใบหน้าอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และยิ่งแสงแดดแรงเท่าไรก็จะยิ่งทำให้ผิวหน้าผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นเท่านั้น และทำให้เกิดการอักเสบ จนในที่สุดก็การเป็นสิวนั่นเอง นี่คือปัญหาที่สาวๆส่วนใหญ่มักจะพบเจอเวลาใช้ครีมกันแดด คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆถ้าป้องกันแดดแต่ได้รับสิวกลับมาแทน

ฉะนั้นแล้วคุณสมบัติของกันแดดที่คนเป็นสิวง่าย มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย ต้องใส่ใจเป็นอย่างมากเวลาเลือกซื้อก็คือ การเลือกครีมกันแดดที่มีเนื้อครีมไม่มัน ไม่เหนอะหนะ และต้องบางเบาหรือถ้าให้ดีก็ลองสังเกตคำว่า Non-Comedonic ซึ่งจะบ่งบอกว่าไม่ทำให้อุดตันจนเกิดสิว เพื่อความมั่นใจสาวๆอาจจะลองหาครีมกันแดดที่ได้รับการยอมรับจากแพทย์ผิวหนังก็ยิ่งดีฝุดๆไปเลย

ทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด

เพราะฉะนั้น Girldaily จึงเลือกทำการทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด โดยวิธีการคือเลือกเอาครีมกันแดด 5 ตัวยอดฮิตในหมู่สาวๆ มารีวิวกันว่าตัวไหนจะมีคุณสมบัติไม่ทำให้เกิดสิวบ้าง ตัวไหนมีความมันน้อย และเนื้อของครีมกันแดดไม่เหนอะหนะ แบ่งการทดสอบออกเป็น 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. แนะนำครีมกันแดดทั้ง 5 ตัวให้รู้ข้อดีของแต่ละตัว

2. เปรียบเทียบเนื้อครีมเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด

3. ทดสอบความมันเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด

ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูรายละเอียดการทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุดทั้ง 3 ขั้นตอนกันเลย

1. ทำความรู้จักผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ตัว

กันแดดหน้าไม่มัน

SpectraBan Sensitive SPF 30 (20 g/315 บาท): ป้องกันรังสียูวี ทั้งยูวีเอ และยูวีบี เป็นครีมกันแดดที่ช่วยปกป้องผิวหน้าได้อย่างมั่นใจ มีส่วนผสมที่สำคัญอย่าง Tinosorb M ในการดูดซับ สะท้อน และกระจายรังสียูวี จึงช่วยชะลอกเกิดริ้วรอยและลดความหมองคล้ำของใบหน้าได้ นอกจากนี้ยังปกป้องการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดี พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวได้อย่างไม่ทำให้ผิวหน้าแห้ง ให้ความรู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ สามารถใช้ได้เป็นประจำทวัน ควรทาครีมตัวนี้ก่อนออกไปเผชิญแสงแดดประมาณ 15-20 นาที

กันแดดหน้าไม่มัน

La Roche-Posay Anthelios XL (15 ml/490 บาท): ตัวนี้จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA/UVB อินฟราเรด และมลภาวะ ด้วยรูปแบบสารกรองแสงลิขสิทธ์เฉพาะ Mexoplex® สามารถกันน้ำได้ เนื้อผลิตภัณฑ์แห้งบางเบา ไม่ทิ้งคราบขาว แถมยังเป็นสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันอีกด้วย จึงช่วยปกป้องผิวจากการเกิดฝ้าที่มาจากแสงแดด ช่วยปกป้องจุดด่างดำและริ้วรอยต่างๆที่เกิดขึ้นก่อนวัยอันควร พร้อมช่วยเสริมปราการปกป้องผิว ผู้ที่มีผิวอ่อนโยน แพ้ง่าย ก็สามารถใช้ได้ โดยปราศจากสารระคายเคือง อย่างสารพาราเบน และน้ำหอม

กันแดดหน้าไม่มัน

Mizumi UV Water Serum (40 g/ 890 บาท) ตัวถัดมาเป็นครีมกันแดดที่มีแร่ธาตุจากธรรมชาติ 100% ทำหน้าที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันผิวจากรังสียูวีได้ยาวนาน พร้อมด้วย SPF50+ PA++++ นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสสูตรน้ำ เบาสบาย และผสานเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น ZT-Shield และ Yuki-CE สารสกัดจากดอกยูคิ ช่วยป้องกันผิวได้สูงสุดเพื่อไม่ให้ผิวร่วงโรยก่อนวัย ลดความหมองคล้ำ จึงไม่ทำให้เกิดฝ้าแดด กระ จุดด่างดำ เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวบอบบาง โดยปราศจากสารระคายเคือง

กันแดดหน้าไม่มัน

Biore UV Aqua Rich Watery Essence (50 g/420 บาท) ด้วยพลัง 3 หลักการทำงาน กับการป้องกันผิวหมองคล้ำและริ้วรอยที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนวัย ด้วย UV Aqua Jelly Capsule ในการกักเก็บ SPF50+ PA++++ ในแคปซูลอนุภาคเล็ก ช่วยปกป้องผิวจากรังสี ยับยั้งการเกิดริ้วรอยบนผิวหน้า รวมถึงลดสาเหตุการทำลายชั้นคอลลาเจน โดยไม่มันเหนอะหนะ ด้วยสูตรน้ำ บางเบาพิเศษ สามารถใช้ซ้ำได้ระหว่างวัน พร้อมผ่านการทดสอบการระคายเคืองผิว อีกทั้งเพิ่มความชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ผ่านไฮยาลูรอนิก แอซิด สารสกัดจากน้ำนมผึ้ง สารสกัดเกรฟฟรุ๊ต ออเรนจ์ และเลมอน

กันแดดหน้าไม่มัน

Eucerin Sun Acne Oil Control  (50 ml/ 1,260 บาท)  ตัวสุดท้ายเป็นครีมกันแดดที่แนะนำอย่างมากสำหรับคนที่มีผิวมันและเป็นสิวได้ง่าย เพราะครีมกันแดดตัวนี้มีประสิทธิภาพในการกันแดดเป็นที่เลื่องลือ การันตีด้วย “ขายดีอันดับ 1 ในกลุ่มเวชสำอาง” สามารถคุมมันได้นานถึง 8 ชั่วโมงและนอกจากจะป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ดีแล้ว ยังสามารถลดการทำร้ายจาก Visible Light ความเข้มข้นสูง ที่ทำให้เกิดจุดด่างดำและริ้วรอยได้อีกด้วย ครีมกันแดดสูตรนี้ยังมีคาร์นิทีนควบคุมความมันระหว่างวัน ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงเป็นกันแดดตัวแรกที่ไม่เพียงป้องผิวหน้าจากแดด แต่ยังช่วยลดสิวเหมาะกับคนที่มีผิวมันและเป็นสิวได้ง่าย คนที่มีผิวบอบบางก็สามารถที่จะใช้ได้

ตอนนี้เมื่อเรารู้จักกับครีมกันแดดทั้ง 5 ตัวแล้ว รู้ว่าตัวไหนมีข้อดีอย่างไร เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน ก็ถึงเวลาที่เราจะนำเอาทั้ง 5 ตัวมาทำการทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด โดยการทดสอบแรกจะทำการเปรียบเทียบเนื้อครีมของทั้ง 5 ตัวกัน

2. เปรียบเทียบเนื้อครีม

กันแดดหน้าไม่มัน

เราได้นำเอาครีมกันแดดทั้ง 5 ตัวมาทดลองใช้ทากันดูจริงๆ แล้วลองเกลี่ยลงไปเป็นผิวเพื่อทดสอบเนื้อสัมผัสของครีมกันแดดทั้ง 5 ตัวนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาเป็นดังนี้

SpectraBan: เนื้อครีมแอบเกลี่ยยากนิดหน่อยถ้าเทียบกับตัวอื่น ไม่มีกลิ่น แต่ขนาด 20g จะค่อนข้างเล็กไปหน่อยสำหรับสาวๆ ที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ

La Roche-Posay: เนื้อครีมแน่น แต่เกลี่ยง่าย ซึ่งถ้าใครชอบพกครีมกันแดดขนาดเล็ก ชิ้นนี้ก็คงเป็นอีกทางเลือก ด้วยขนาด 15 ml

Mizumi: เนื้อครีมสีขาวกึ่งน้ำ จึงมีน้ำหนักเบา ไม่มีกลิ่น ให้ความรู้สึกสดชื่นผิวหลังใช้ แอบมีคราบขาวๆ อยู่บนผิวนิดหน่อย

Biore: เนื้อเอสเซ้นต์ที่มีลักษณะกึ่งๆ น้ำมากที่สุดใน 5 ตัว และมีกลิ่นแนวผลไม้ชัดมากจากส่วนผสมของกันแดดนั่นเอง

Eucerin: เนื้อเจลครีม มีความบางเบามาก และให้สัมผัสที่เกลี่ยง่าย สัมผัสได้ถึงความรู้สึกชุ่มชื้น ไม่ทิ้งความมันไว้บนผิว ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำให้ผิวแห้ง

3. เทสความมัน

แล้วก็มาถึงขั้นตอนที่สาม การรีวิวนั้น จะทดสอบผลระดับความมันหลังจากทาทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงเพื่อให้เสมือนอยู่ในชีวิตประจำจริงๆ โดยจะทดสอบด้วยการใช้กระดาษซับหน้ามันมาซับที่ผิวเพื่อดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไปดูกันเลยว่าอันไหนมันน้อยที่สุด

ครีมกันแดด

สรุปการทดสอบจากรีวิวทั้ง 5 ตัว

จากผลการรีวิวจะเห็นว่าครีมกันแดดที่นำมาทดสอบนั้นจะมีความมันใกล้เคียงกันมาก ซึ่งอยู่ในระดับโอเคเลยค่ะ เพราะแต่ละตัวล้วนเป็นที่นิยมอยู่แล้ว แต่จะสังเกตว่าจากในรีวิวสุดท้าย กระดาษซับหน้ามันที่เปลี่ยนเป็นสีเข้มน้อยที่สุดคือ ตัว Eucerin Sun Acne Oil Control กับ Mizumi ซึ่งทั้งสองตัวมีเนื้อสัมผัสที่เบาบาง ซึมซาบเร็วและมีน้ำหนักเบา ซึ่งสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องสิวแพ้ง่ายหรือผิวผลิตความมันออกมามากเกินควร การใช้ Eucerin น่าจะตอบโจทย์กว่า เพราะมีสารที่ช่วยคุมมันได้นานถึง 8 ชั่วโมง มีสารลดสิว และมีสารกันแดด ที่ต่างไปจากของคนอื่น ซึ่งคือ broad spectrum oxidant filter นั่นเอง

ส่วนการทดสอบเรื่องผิวสัมผัสพบว่าตัว Eucerin เป็นครีมกันแดดที่ให้เนื้อสัมผัสบางเบา เมื่อเกลี่ยแล้วจะละมุมไปกับผิวหน้าเช่นเดียวกับตัว La Roche-Posay ที่ให้สัมผัสที่เกลี่ยง่ายเช่นเดียวกัน รู้ของสัมผัสเนื้อครีมก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลด้วย

คำแนะนำ: ผลการใช้อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละคน เนื่องจากสภาพผิวที่ต่างกัน

ก็จบกันไปแล้วกับการทดสอบเพื่อหาครีมกันแดดที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญในการเลือกซื้อครีมกันแดดที่ดีที่สุดไม่ใช่เพียงแค่ปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องช่วยปกป้องผิวหน้าไม่ให้เกิดสิวง่ายอีกด้วย คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆถ้าทาครีมกันแดดแล้วเกิดสิว แน่นอนว่าความมันเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดสิว หวังว่าการรีวิวครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่านนะคะ

อิลลามาสก้า VS มิลเล่ ลิปแมตต์จิ้มจุ่มสุดฮ็อตแท่งไหนแดงโดนใจกว่ากัน #lipbattle