View 37.32K / Share

ท้าเปลือยหน้าสด รีวิวรองพื้นสุดเนี๊ยบตัวไหนติดทน ปกปิด คุมความมันได้ดี!

BEAUTY/Review - ท้าเปลือยหน้าสด รีวิวรองพื้นสุดเนี๊ยบตัวไหนติดทน ปกปิด คุมความมันได้ดี!

รองพื้นเป็นหนึ่งไอเท็มที่อย่าได้ขาดบนโต๊ะเครื่องแป้งเด็ดขาด เพราะเป็นตัวช่วยฉุกเฉินยามหน้าเยินได้ดีอย่างมาก ช่วยทั้งอำพรางจุดปัญหาบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นรอยแดง ริ้วรอย สีผิวไม่สม่ำเสมอ และยังเพิ่มความมีออร่าให้ผิวผู้หญิงเราดูโดดเด่นอีกด้วย แต่สาวๆ หลายคนมักจะเผชิญปัญหาหนักผิว มีความมันส่วนเกินหลังจากลงรองพื้น แต่กระแสของรองพื้นตัวทั้ง 4 ตัวที่เราจะนำมารีวิวนี้ เค้าว่ากันว่านางดีมาก มีความเนี๊ยบขั้นสุด ซึ่งเราเองก็อยากรู้ว่าตัวไหนเป็นยังไงกันบ้าง แล้วถ้าต้องให้เลือกได้เพียงหนึ่งขวดจริงๆ จะเลือกแบรนด์ไหน เอาล่ะซี่! ความท้าทายใหม่กำลังจะเกิดขึ้น ณ บัดนี้

ครั้งนี้ ลีน่า Girldaily จึงขอท้าหน้าเปลือย ปะทะกับ 4 รองพื้นจากเคาน์เตอร์แบรนด์ อาจเรียกได้ว่าเป็น 4 จตุรเทพเลยก็ว่าได้ โดยงานนี้มีทั้งตัวคลาสสิก และตัวใหม่ที่สาวล่าผิวเนี๊ยบเค้าได้ลองแล้วกรีดร้องขอชีวิตในความดีงามกันเลย งั้นอย่าพูดพรรณนาลอยๆ กันดีกว่า เราจะขอเปลือยหน้าสด ให้เกียรติไฮแบรนด์ทั้ง 4 ตัวที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ และด้วยความที่อยากสัมผัสถึงประสิทธิภาพจริงๆ จึงตัดสินใจลงรองพื้นหลังทำความสะอาดผิวหน้าเลย โดยไม่บำรุงหน้าหรือทาครีมกันแดดใดๆ ลงไป รวมถึงไม่ทาแป้งทับรองพื้น เพราะเราอยากรู้ถึงผลลัพธ์การควบคุมความมันว่าเอาอยู่ไหมหลัง 8 ชั่วโมงนั่นเอง งั้นมาดูผลการทดสอบกันดีกว่า ลืมบอกไปว่าต้องขออภัยถ้าบางภาพทำร้ายจิตใจผู้ชมมากเกินไป อิอิ

Dior Skin Forever Perfect Makeup Everlasting Wear Pore-Refining Effect SPF 35 PA+++ (2,400 บาท)

รีวิวรองพื้น

รีวิวรองพื้น

เป็นรองพื้นตัวคลาสสิกของแบรนด์เลยก็ว่าได้ เป็นเนื้อลิควิด สูตรออยล์ฟรี ที่ให้สัมผัสแบบแมตต์ ซึ่งตัวนี้จะมีส่วนผสมของตัวบำรุงผิวในตัวเพื่อให้ผิวสุขภาพดี และมีกันแดดด้วย SPF 35 ปกป้องทั้งยูวีเอและยูวีบี เหมาะกับทุกสภาพผิว มี 15 เฉดให้เลือก

รีวิวรองพื้น

ความรู้สึกหลังใช้ทันที: ปริมาณการใช้ต่อหนึ่งครั้งประมาณ 5-6 ปั๊ม ทั่วหน้าและลำคอ ซึ่งตัวหัวปั๊มใช้งานสะดวกต่อการใช้แต่ละครั้ง เนื้อสัมผัสค่อนข้างเบาเป็นธรรมชาติ เมื่อสัมผัสลงบนผิวจึงรู้สึกไม่ทำให้หนักผิว อีกทั้งยังให้ความแมตต์แต่ไม่แห้ง ใครที่มีค่อนข้างผิวดี ไม่ค่อยมีรอยอารยธรรมบนผิวหน้าเท่าไร เราแนะนำให้ใช้ตัวนี้ได้เลย เอาอยู่ เพราะสามารถปิดรอยแดงจางๆ แต่บางรอยที่เห็นชัด รวมถึงรอยคล้ำใต้ตา ควรใช้คอนซีลเลอร์ช่วยในการปกปิดอีกขั้นนึงจะดีกว่า

รีวิวรองพื้น

หลัง 8 ชั่วโมง: วันที่ได้ลอง Dior เป็นวันที่ทั้งแดดออกและฝนตก ไม่ได้นั่งในห้องแอร์สวยๆ สักเท่าไร ก็ถือว่าเนื้อรองพื้นยังคงติดผิวเราได้ดี ไม่หมองระหว่างวัน แต่ยังคงมีความมันในช่วงทีโซนอยู่เช่นกัน สังเกตได้จากกระดาษซับหน้ามันเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มอยู่บ้าง ซึ่งพอใช้กระดาษซับหน้ามันซับหน้ารอบนึง ผิวก็ยัง โอเคเมื่อตอนที่ลงรองพื้นใหม่ๆ ก็ถือว่าเป็นรองพื้นที่น่าคบหาไว้อีกตัวเช่นกันนะจ๊ะ ถ้าใครต้องการงานผิวธรรมชาติตัวนี้ตอบโจทย์ค่ะ

Yves Saint Laurent All Hours Foundation SPF 20 (2,500 บาท)

ysl

รีวิวรองพื้น

รองพื้นน้องใหม่ล่าสุดจากทั้ง 4 แบรนด์ในนี้ ที่มาแรงด้วยเฉดสีที่มีให้เลือกถึง 22 เฉด ติดทนนานถึง 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังเป็นสูตรกันน้ำ กันเหงื่อ และเป็นสูตรออยล์ฟรีทำให้ผิวไม่มันและคงความแมตต์ แถมช่วย ปกปิดขั้นสุด มี SPF 20 ปกป้องผิวจากแสงแดดอีกด้วย

รีวิวรองพื้น

ความรู้สึกหลังใช้ทันที: ตัวแพ็คเกจใช้งานง่ายด้วยหัวปั๊ม ซึ่งความรู้สึกส่วนตัวแล้วเราว่ากลิ่นเนื้อรองพื้นคล้ายแตงโมเบาๆ เวลาลงบนผิวจึงรู้สึกสดชื่น เนื้อรองพื้นนุ่ม และเบาผิวมาก พอส่องดูในกระจกจะเห็นความเงาของผิว แต่ไม่ได้ดูมัน ในขณะเดียวกันยังมีความแมตต์ ไม่แห้งหรือเป็นคราบตกร่องแก้ม สำหรับการปกปิดนั้น ช่วยกลบรอยกังวลต่างๆ บนผิวหน้าได้แนบสนิท โดยเฉพาะใครที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอและมี   รอยแดงจางๆ สบายใจหายห่วงได้เลย เพราะรองพื้นตัวนี้ทำได้ดีเยี่ยม จากผิวใต้ตาที่ดูล้าๆ ก็กลบได้ดี จึงถือได้ว่าเป็นรองพื้นที่เนื้อสัมผัสนุ่มเบา เรียบเนียนฝุดๆ โดยใช้ประมาณ 4-5 ปั๊ม ก็ทั่วใบหน้าและลำคอแล้วล่ะ

รีวิวรองพื้น

หลัง 8 ชั่วโมง: เป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องเผชิญทั้งฟ้าฝนลมแดดที่โหมกระหน่ำมาที่ผิวหน้า แต่ยังไม่มีวี่แววของการหลุดลอกของเนื้อรองพื้น ผิวยังคงเนียนไม่เป็นคราบ บริเวณที่เราต้องการปกปิดอย่างช่วงร่องแก้ม หรือจุดบกพร่องอื่นๆ ถือว่ายังเนียนสนิท ปกปิดได้ดีเยี่ยม โดยไม่ต้องมานั่งเติมแป้งระหว่างวัน กันน้ำกันเหงื่อได้ดี ยังคงความผิวแมตต์สวย ส่วนเรื่องของการควบคุมความมัน ในช่วงทีโซนหรือหน้าแก้มจะมีความมันอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับรองพื้นที่เคยใช้มาถือว่าเริ่ดค่าสาวๆ และจะแดนซ์อีกกี่ Floor ก็เอาอยู่ค่าคุณๆ ตัวนี้จึงเหมาะกับสาวทุกสภาพผิวโดยไม่ทำให้มีความมันเพิ่มขึ้น แต่งได้ทั้งลุคใสๆ ถึงขั้นปกปิดเรียบเนียน

Marc Jacobs Re(Marc)able Full Cover Foundation Concentrate (2,300 บาท)

รีวิวรองพื้น

รีวิวรองพื้น

รองพื้นสูตร Full Cover จึงมีความเนียนตลอดวัน ด้วยเนื้อครีมแบบลิควิค ไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่าย และปราศจากสารกันเสีย ตัวแพ็คเกจมาพร้อมหัวที่ไว้สำหรับตักเนื้อรองพื้นในขวด และดีไซน์ขวดทรงกลมดู ทันสมัย มี 9 เฉดสีที่เหมาะกับสาวเอเชีย

รีวิวรองพื้น

ความรู้สึกหลังใช้ทันที: ด้วยความที่เป็น Full Coverage ตัวเนื้อครีมจึงค่อนข้างแน่นมากๆ และแห้งไว สามารถกลบรอยใต้ตาได้ หรือแม้กระทั่งรอยแดงที่เห็นชัด โดยไม่ต้องลงคอนซีลเลอร์ ในช่วงระหว่างวัน รองพื้นยังเซ็ตตัวติดผิวหน้า ทนน้ำทนเหงื่อสุดๆ ขอเสริมทริคการใช้อีกนิดว่าควรจะผสมเนื้อรองพื้นกับครีมบำรุงที่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่สาวๆ ใช้อยู่ประจำเพื่อลดความข้นของตัวเนื้อรองพื้นลง และทำให้เราเกลี่ยเนื้อครีมได้ง่ายขึ้น รองพื้นของ Marc Jacobs ตัวนี้เหมาะกับแต่งในวันสำคัญ เช่น วันรับปริญญา วันแต่งงาน เป็นเพื่อนเจ้าสาว ประมาณนี้ ซึ่งถ้าหากเป็นวันทำงานธรรมดา ต้องการความเป็นธรรมชาติ สูตรนี้อาจไม่เหมาะเท่าไร อีกหนึ่งอย่างที่เราว่าต้องควรระวังนิดนึง คือตัวขวดจะเป็นฝาเกลียว ซึ่งอาจจะเลอะตรงหัวขวดเวลาจะพกพาไปไหน

รีวิวรองพื้น

หลัง 8 ชั่วโมง: เรื่องความเนียนเรายกให้ Marc Jacobs ตัวนี้จริงๆ เพราะหลังจาก 8 ชั่วโมงแล้ว ผิวหน้าก็ไม่เป็นคราบหรือตกร่องผิว แต่อย่างที่บอกว่ารองพื้นตัวนี้จะมีความแน่นของเนื้อสัมผัสมาก ถ้าเป็นวันสบายๆ อาจจะหนักผิวไปสักนิด มองแล้วอาจจะดูแต่งเยอะเกินไปไหม ในเรื่องของความมันนั้น ความรู้สึกส่วนตัวคือ ก็มันอยู่อ่ะนะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงทีโซนนี้ อาจเหมากระดาษซับหน้ามันไปหนึ่งแผ่นได้ ซึ่งได้อย่างก็อาจมีเสียอย่างบ้าง ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่านผู้ใช้แต่ละคนนะจ้า

Estee Lauder Double Water Stay-in-Place Makeup SPF10 PA++ (1,950 บาท)

รีวิวรองพื้น

รีวิวรองพื้น

อีกหนึ่งตัวดังจากฝั่งฝรั่งเศส รองพื้นตัวนี้ทำมาเพื่อผิวที่ต้องการความติดทนนาน สดชื่น และต้องดูเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความมลภาวะอากาศต่อเนื่องตลอดวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรองพื้นที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน อีกทั้งยังผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังถึงความปลอดภัยแล้วด้วย มีทั้งหมด 14 เฉดสี

รีวิวรองพื้น

ความรู้สึกหลังใช้ทันที: เนื้อรองพื้นค่อนข้างมีเทกเจอร์ที่เข้มข้น จึงใช้พวกฟองน้ำแต่งหน้าหรือแปรงรองพื้นช่วยเกลี่ยในการกระจายตัวเนื้อครีมได้ดีกว่า สำหรับคนที่มีผิวแห้งถึงแห้งมาก แนะนำให้ทาครีมบำรุงผิวก่อนลงรองพื้น เนื่องจากเนื้อรองพื้นพอซึมลงสู่ผิว จะมีเทกเจอร์ใกล้เคียงกับเนื้อแป้ง  เพราะฉะนั้นถ้าคนที่มีผิวแห้งอาจรู้สึกตึงผิวหน้าเล็กน้อย การใช้ครีมบำรุงผิวก่อนลงรองพื้น จึงช่วยให้สบายผิวขึ้น อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญสำหรับหลายๆ คน เนื่องจากตัวขวดไม่มีหัวปั๊ม จะต้องเทเนื้อรองพื้นออกจากปากขวดโดยตรง จึงอาจจะไม่สะดวกต่อการใช้และพกพา เนื่องจากเนื้อครีมจะเลอะฝาได้ แต่สำหรับเราแล้วไม่ค่อยได้พกรองพื้นเท่าไร จึงถือว่าไม่เป็นปัญหา

รีวิวรองพื้น

หลัง 8 ชั่วโมง: ตัวเนื้อรองพื้นถือว่าไม่เบาหรือหนาจนเกินไป อยู่ระดับกลางๆ จึงแต่งได้ทั้งลุคแบบธรรมชาติหรือวันสำคัญ ซึ่งถ้าใช้รองพื้นตัวนี้ ไม่ต้องลงแป้งทับอีกรอบได้ และเมื่อใช้กระดาษซับหน้ามันซับผิวหน้า จะสังเกตว่าฟิล์มเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มกระจายทั่วๆ แผ่น แต่จะไม่ถึงกับซึมเป็นสีโปร่งแสงเท่าไหร่ จึงถือว่าควบคุมความมันระดับนึง เพราะเนื่องด้วยอากาศบ้านเราเป็นเมืองร้อน การมีความมันอยู่บ้างจึงอาจถือว่าเป็นเรื่องปกติ แค่ไม่เหนอะหนะผิวเราว่าโอเคนะสาวๆ แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าคนผิวแห้งควรบำรุงผิวก่อนใช้นะจ๊ะ เพื่อความสบายผิวยิ่งขึ้น

และแล้วการท้าเปลือยหน้าสดเพื่อลอง 4 รองพื้นตัวดังในบรรดาสาวไทยและสาวเทศเป็นอันจบเรียบร้อย พร้อมแนะนำทริคแทรกในการรีวิวไว้บ้าง แต่ถ้าถามว่าเราปลื้มปริ่มตัวไหน และต้องเลือกได้หนึ่งขวดจริงๆ เราขอเทใจไปทาง Yves saint Laurent แล้วกัน ด้วยเหตุผลหลักๆ 3 อย่าง คือ

1. ด้วยความที่เราชอบผิวแบบธรรมชาติ จึงต้องการรองพื้นที่ไม่หนา หรือทำให้หนักผิว ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ผิวเราเรียบเนียนขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้ YSL ก็สามารถตอบโจทย์ได้ดี แถมเนื้อครีมไม่เหลวเกินไป มีกลิ่นหอมอ่อนๆ อีกทั้งยังมีตัวบำรุงผิว และสารป้องกันแสงแดดมาให้ครบเสร็จสรรพ

2. ควบคุมความมันได้ดีเวอร์ หลังจากที่ได้ลองใช้รองพื้นตั้งแต่เช้าจรดเย็น แล้วลองซับหน้าบริเวณทีโซนด้วยกระดาษซับหน้ามัน ผลคือจะมีความมันติดผิวอยู้บ้าง แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รองพื้นก็กันเหงื่อได้ดี และยังปกปิดได้ขั้นสุด ไม่ต้องคอยเติมหน้าระหว่างวัน

3. ตัวแพ็คเกจใช้งานง่าย ไม่ต้องกลัวเลอะเวลาพกพา และด้วยปริมาณ 25 ml เมื่อเทียบกับราคาถือว่าคุ้ม แถมยังเป็นของใหม่อีกด้วย ก็ประมาณว่าเห่อๆ นิดนึงอ่ะค่ะ อิอิ

สรุปแบบภาพรวมกันเลย คือแต่ละตัวนั้นสามารถปกปิดได้ตั้งแต่ระดับปานกลางถึงมาก พร้อมยังช่วยให้ผิวของเรามีความเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ส่วนแต่ละคนจะเหมาะกับชิ้นไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ที่สาวๆ ต้องการจะโชว์หน้าในแต่ละวัน อีกสิ่งที่หลายคนกังวลคือการควบคุมความมัน ซึ่งเมื่อเราเทียบ 4 แบรนด์ให้เห็นก็เป็นตามภาพนะจ๊ะ โดยเรียงลำดับจากที่เราคิดว่าควบคุมความมันได้ดีถึงปานกลางตามลำดับ ทั้งนี้ต้องบอกว่าลีน่าเองเป็นคนผิวผสมคือจะมันช่วงทีโซน เพราะฉะนั้นแล้วผลของการใช้รองพื้นแต่ละตัวจึงอาจต่างไปตามแต่ละผิวของเรา รีวิวรองพื้น

แป้งตลับให้ลุคธรรมชาติ เผยผิวสวยได้ ไม่ง้อรองพื้น