View 33.67K / Share

รีวิวคุชชั่นตัวใหม่จาก Mamonde เลือกสียังไงให้เหมาะกับผิวเรา

BEAUTY/Review - รีวิวคุชชั่นตัวใหม่จาก Mamonde เลือกสียังไงให้เหมาะกับผิวเรา

'เบา สดชื่น กลิ่นหอม' นี่คือ 3 คำนิยามที่เราให้กับคุชชั่นตัวใหม่ในตระกูลบิวตี้เกาหลี กับ Mamonde Brightening Cover Cushion ซึ่งหลายคนคงได้ลองกันมาบ้างแล้ว เพราะมีวางขายที่เคาน์เตอร์ไทยเรียบร้อย แต่ครั้งนี้เราจะมารีวิวการเลือกสีคุชชั่นยังไงให้เข้ากับอันเดอร์โทนของเรา และแน่นอนว่าคุชชั่นจากมามอนด์ก็ช่วยให้ผิวของสาวๆ เพอร์เฟคยิ่งขึ้นด้วย 4 เฉดสี 2 สูตร สงสัยงานนี้ศึกคุชชั่นเกาหลีจะอีกยาวแน่นอน

mamonde

ก่อนที่จะไปเลือกเฉดสี เราต้องรู้จักข้อมูลพื้นฐานของคุชชั่น เพราะนางมาด้วยกัน 2 สูตร ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองสูตรนั่นย่อมมีความต่างกัน

mamonde

อย่างตัวตลับฝาขาวมุก สวยหรูหราเหมือนมีชิมเมอร์วิบๆ ด้านใน คือตัว Brightening Cover Powder Cushion ซึ่งต่อยอดมาจากสูตรเดิมที่ขายดีสุดๆ ถึง 2 พันล้านตลับ อูยยยย แล้วสูตรนี้มันก็ต้องดี๊ดีเป็นเรื่องธรรมดา แต่แนะนำว่าตัวที่เป็นสูตรพัฒนาตัวนี้จะเหมาะกับผิวมัน เพราะตัวเนื้อสัมผัสจะเป็นแบบแมตต์ฟินนิช ควบคุมความมัน เนื่องจากมีตัวส่วนผสมของสารสกัดของหน่อดอกพีชบลอสซัมนั่นเอง

mamonde

ส่วน Brightening Cover Watery Cushion จะเหมาะกับผิวแห้งมากกว่า ชื่อก็บอกอ่ะนะว่า Watery จึงให้ผิวที่ชุ่มชื่น ดูเปล่งปลั่ง และอิ่มน้ำ เป็นผลมาจากคุณค่าจากสารสกัดของเปราะรากดอกนาร์ซิสซัส ช่วยเก็บความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวได้ยาวนานจึงให้ความรู้สึกสบาย เป็นธรรมชาติ และผิวแลดูดิวอี้ขึ้น

mamonde

หากสังเกตจากการเปรียบเทียบระหว่างที่ทาลงบนผิวมือ ดูจากรูปแล้วแทบไม่เห็นความต่าง ซึ่งผลลัพธ์คือผิวก็กระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้น และยังดูชุ่มชื้น แต่ถ้าได้ลองตัวเนื้อคุชชั่นจริงๆ จะสัมผัสได้ถึงความต่างตรงที่สูตรแมตต์ฟินนิช(velvet-matte) จะให้ความเป็นกึ่งแป้ง แต่ไม่แห้ง ส่วนอีกฝั่ง Dewy จะให้ความฉ่ำเหมือนของเกาหลีที่เราคุ้นเคยกัน(แต่ไม่แวววาวเกินไป)

ความต่างของทั้ง 2 สูตรเราก็บอกไปล่ะ แต่แท้จริงนางมีรากฐานที่เหมือนกัน คือ ตัวเนื้อคุชชั่นมีความแนบเนียนสนิทไปกับผิว  และช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีสารป้องกันแสงแดดด้วย SPF 50+ PA+++ โดยไม่ทำให้ผิวเหนียวเหนอะหนะ

ทีนี้มาถึงคิวการเลือกสีให้เข้ากับอันเดอร์โทนของเรา ต้องเข้าใจก่อนว่าอันเดอร์โทนนั้นไม่ได้หมายถึงผิวที่เรามองเห็นกันภายนอก แต่มันคือใต้ชั้นผิวที่บอกว่าเราควรเลือกสีเมคอัพต่างๆ ยังไง ช่วยให้ผิวไม่ดรอประหว่างวันได้ รวมถึงเอาเทคนิคนี้ไปเลือกสีเสื้อผ้าและเครื่องประดับได้อีกด้วยนะจ๊ะ อ่ะๆ วิธีการดูตามที่เว็บไซต์เมืองนอกเค้าอัพเดตกัน คือการดูสีเส้นเลือดที่ข้อมือเรา ก็ไม่ต้องไปกรีดข้อมืออะไรให้ยุ่งยาก (เราไม่โหดร้ายทารุณขนาดนั้น) แค่มองด้วยตาเปล่าเนี่ยแหล่ะ 

ถ้าเราเห็นเส้นเลือดของเราเป็นสีออกน้ำเงินหรือม่วง แสดงว่าเรามีอันเดอร์โทนแบบ Cool Tone หรือมีเบสของสีชมพู

ถ้าเราเห็นเส้นเลือดของเราไม่เป็นทั้งสีน้ำเงิน ม่วง หรือเขียว แสดงว่าเรามีอันเดอร์โทนแบบ Neutral Tone หรือมีเบสอมเหลือง

ตัวของมามอนด์จึงมีให้เลือก 4 เฉดสี ในแต่ละสูตร สูตรละ 2 โทนสีผิว คือ ตัวย่อ C (Cool Tone) และ N (Neutral Tone) แล้วค่อยเลือกระดับความขาวอีกที

mamonde

อย่างสีที่รีวิว สูตร Brightening Cover Powder Cushion เป็นแบบ Velvet-matte กับโทนสี 21N Medium Beige ออกเหลือง ให้ผิวแลดูเป็นธรรมชาติ และ 21C Medium Peach เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น

mamonde

Brightening Cover Watery Cushion  สีรีวิวจะเป็น 23N Natural Beige จะออกเหลือง และ 23C Natural Peach ออกอมชมพูเช่นกัน

mamonde

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับการใช้คุชชั่น คงหนีไม่พ้นพัฟพ์ฟองน้ำ ซึ่งจากข้อมูลแล้ว นางมีความละเอียดกว่า 800,000 รู โอ๊ๆๆๆๆ เพื่ออะไรรู้ไหมล่ะ ก็เพราะช่วยปรับโทนสีผิวให้ทาได้เรียบเนียน และปิดจุดบกพร่องได้แนบผิวขึ้น แต่สำหรับเราประทับใจตั้งแต่ได้ลองสัมผัส ก็นางช่างนิ๊มนิ่ม

วัยตัยแหล่ว! ลืมบอกราคาไปเลย คุชชั่นทั้ง 2 สูตรนี้ราคา 800 บาทเท่านั้นค่า เราว่าคุ้มนะ เพราะสามารถซื้อรีฟิลมาเติมได้ โดยไม่ต้องเปลี่ยนตลับ ยังไงก็ไปลองที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะจ๊ะ (เช็คสาขา facebook Mamondethailand) แล้วจะติดใจแบบเรา

เป็นสาวตัวหอม ด้วยโลชั่นกลิ่นหอมติดทนนานกันเถอะ