View 831 / Share

รีวิวคุชชั่น 2 ชั้น พร้อมข้อมูลลับที่คุณต้องทึ่ง

BEAUTY/Review - รีวิวคุชชั่น 2 ชั้น พร้อมข้อมูลลับที่คุณต้องทึ่ง

มาดูกันว่าครั้งนี้ลาเนจจะยังคงรักษาตำแหน่ง เจ้าแม่แห่งคุชชั่นไว้ได้หรือไม่? แล้ววลีเด็ดของนางอย่าง "ใครก็เทียบไม่ได้" จะยังขลังอยู่มั้ย? เชิญสาวๆ อ่านรีวิวนี้ของเราได้เลย ขอบอกว่าเรามีข้อมูลลับที่เราไปล้วง แคะ แซะมาได้ถึงความล้ำของนวัตกรรมนี้มาบอกกันด้วยนะ

เรารู้ว่าสาวๆ ต้องวอแวกับคุชชั่นตัวนี้แน่ๆ หลังจากที่วางขายอย่างเป็นทางการในไทย เราก็รีบไปสอยมารีวิวให้สาวๆ ได้ดูกันเลย เอาตรงๆ คือเราเองก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน แค่ได้อ่านข้อมูล เห็นรูปภาพทีเซอร์มากมายก็ยิ่งทำให้อยากลองมากขึ้นไปอีก

อะ... ไม่เวิ่นละ มาดูกันเลยดีกว่า

มาดูที่ตลับก่อนเลย ทรงกลมๆ รีๆ มนๆ แตกต่างจากตลับบีบีคุชชั่นไปเลย มาในสีโรสโกลด์ สีที่กำลังฮิต แต่ขอบอกว่าไม่ใช่อยู่ๆ นางก็มโนจะใช้สีนี้หรอกนะ สาเหตุที่ใช้สีนี้ก็เพราะว่ามันเป็นสีที่ลิงค์กับไลน์สกินแคร์ Fresh Calming ที่เพิ่งออกไปเมื่อปีที่แล้ว โดยมันจะมีส่วนผสมบำรุงผิวหลักอย่างสารสกัดจากลิ้นจี่ ผสมอยู่ด้วย ก็เลยได้ตลับออกมาเป็นสีนี้ บวกกับการดีไซน์ตลับ และความเมทัลลิคก็เลยดูชิคเวอร์

ตัวตลับก็ไม่ได้หนาอย่างที่คิด แม้จะเป็นคุชชั่นสองชั้น ก็เท่าตลับแป้งทั่วไป พกพาสะดวก

เราเอาเบอร์ 23 Sand มาลอง ใช้เบอร์เดิมกับที่ใช้บีบีคุชชั่นเลย ทางแบรนด์เคยให้ข้อมูลมาว่า ควรไปลองเทสต์สีที่เคาน์เตอร์ก่อน เพื่อความแน่ใจในเรื่องเฉดสี แต่เท่าที่เราลอง มันก็ใช่เบอร์นี้แหละ เบอร์เดิม

ซึ่งในส่วนของเฉดสี เราก็ขอแนะนำว่าสาวไทยควรซื้อเคาน์เตอร์ในไทยจะดีกว่า สำหรับสาวผิวเข้มนะ เพราะเฉดสีอย่าง 31 33 ที่เกาหลีอาจจะไม่มีขายนะ

เปิดตลับมาก็จะหน้าตาแบบนี้ สังเกตว่าพัฟฟ์จะมีความมนๆ เหมือนรูปไข่ ไม่ใช่พัฟฟ์ทรงกลมแบบเดิม และดูดีๆ จะเห็นว่าเท็กซ์เจอร์ด้านบนเป็นแผ่นผ้า ซึ่งส่วนนี้ก็มีทีเด็ด เดี๋ยวเล่า มาดูข้างในกันก่อน

เปิดมาก็จะเห็นเป็น 2 ชั้นแบบนี้ที่เมื่อปิดฝามันจะประกบกัน ถ้ายังไม่ได้เปิดก็จะมีฟอยล์แบบนี้เก็บความสดใหม่ ขอบอกว่านี่ก็เทคโนโลยีล้ำอีกแล้ว เพราะการที่จะทำให้เท็กซ์เจอร์ของทั้ง 2 ชั้นนี้ไม่ไหลมากองรวมกันมันไม่ง่ายนะ ไม่เชื่อลองสังเกตคุชชั่นแบรนด์ทั่วไป ขนาดมีแค่ชั้นเดียวบางทียังมีไหลเลย

ส่วนตัวฟองน้ำคุชชั่น หน้าตาจะเหมือนๆ กับแบรนด์อื่น หรือรุ่นเก่าๆ ของลาเนจ ไม่ใช่แบบทรีดีข้าวหลามตัดอย่างที่เห็นในบีบี คุชชั่น ซึ่งเขาก็มีเหตุผลของเขานะ ไม่ได้ประหยัดงบแต่อย่างใด

แตะให้ดูส่วนฝาบนก่อน ส่วนนี้คือ คอนซีลลิ่งเบส เท็กซ์เจอร์จะเป็นเนื้อครีมแน่น ทึบ ก็ง่ายๆ มันก็ทำหน้าที่เหมือนคอนซีลเลอร์ปกปิดความไม่เพอร์เฟ็คต์ ซึ่งเมื่อลงผิวแล้วมันจะเปลี่ยนจากเนื้อครีมเป็นเนื้อแป้ง

ส่วนนี้ฝาล่าง หรือที่เรียกว่าส่วน เลเยอร์ริ่งเบส เท็กซ์เจอร์ก็จะต่างกันเลย คือเป็นเนื้อที่เหมือนน้ำ เบาสดชื่น ซึ่งลาเนจบอกมาว่า มันจะไม่ได้รวมเป็นเนื้อเดียวกันนะ แต่มันจะเหมือนการเลเยอร์ชั้นบางๆ เมื่อทาทับลงไป แต่จะกลมกลืนกันเป็นธรรมชาติ

มาดูในส่วนของพัฟฟ์กันบ้าง รุ่นนี้เราว่าสอด 3 นิ้วจะแน่นไปนะ สอด 2 นิ้วพอ

พลิกให้ดูด้านหลัง นี่ล่ะนวัตกรรมพัฟแบบใหม่ เพราะเท็กซ์เจอร์มันแตกต่างจากบีบี นี่คือเท็กซ์เจอร์แบบใหม่ ดังนั้นการดีไซน์พัฟฟ์ให้ใช้กับเท็กซ์เจอร์ที่เหมาะสมจึงต้องควบคู่กันไปกับการพัฒนาเนื้อผลิตภัณฑ์ด้วย

ซูมให้ดูส่วนบนของพัฟฟ์ ที่จะมีความแหลมมน ส่วนนี้จะเป็นผ้าแบบคล้ายๆ ผ้าลูกฟูก ลาเนจให้ข้อมูลไว้ว่าเป็นพัฟฟ์เนื้อเวลเว็ต ซึ่งเอาไว้ใช้กับส่วนที่เป็นคอนซีลลิ่งเบส เพราะเท็กซ์เจอร์ของคอนซีลลิ่งเบสจะมีความหนา เป็นครีมทูพาวเดอร์ การออกแบบพัฟฟ์ให้กดเนื้อครีมติดบนผิวแล้วดูเนียนเรียบจึงต้องใช้ผ้าแบบนี้

ส่วนแผ่นใหญ่ที่เอาไว้สำหรับเกลี่ยเลเยอร์ริ่ง หรือส่วนที่เป็นเนื้อรองพื้น ถูกออกแบบพิเศษ เราซูมให้ดูแบบใกล้ๆ เมื่อพับให้พัฟฟ์บิขยายจะเห็นรูเล็กๆ บนแผ่นพัฟฟ์นี้ ซึ่งตรงนี้ล่ะมีความเจ๋งซ่อนอยู่ นั่นคือ เราเคยเรียนรู้ทิปส์ในการแต่งหน้าลงรองพื้นให้ติดทน นั่นคือเมื่อลงรองพื้นแล้วให้ฉีดมิสต์ลงในฟองน้ำแล้วกดซับลงไป จะช่วยให้รองพื้นดูสวยสดชื่นและติดทน ซึ่งลาเนจพัฒนาพัฟฟ์สำหรับคุชชั่นตัวนี้มาจากทิปส์การแต่งหน้าอันนี้! โดยเมื่อเราเอาพัฟฟ์แตะเนื้อรองพื้น น้ำที่มีส่วนผสมบำรุงผิวและเป็นส่วนประกอบของรองพื้นจะซึมเข้าไปตามรูนี้ แต่ตัวรองพื้นจะอยู่บนหน้าแผ่น เมื่อเรากดพัฟลงบนผิว รองพื้นจะติดที่ผิวหน้าก่อน แล้วน้ำที่ซึมอยู่ตามรูเล็กๆ นี้จะถูกกดลงมาบนผิวเราอีกที บูม! เป็นไงคะซิส คิดได้ไงเนี่ย เริดมาก!

ทาให้ดูกันชัดๆ ภาพบนสุด นั่นหน้าสด แต่ขออภัยที่แสงอาจจะดูสว่างไปหน่อย เพราะมุมใกล้หน้าต่างมากไปนิด เราเลยเขยิบมาหน่อย ก็จะเห็นว่ามีรอยแดง ใต้ตาดำตรงช่วงหัวตา

ภาพตรงกลางคือแต้มเฉพาะส่วนคอนซีลลิ่งเบสให้ดู นี่ลองครั้งแรกเลยจริงๆ ปะลงไปช่วงเหนือหน้าแก้มนิดนึง กะว่าให้เป็นกึ่งๆ ไฮไลต์ไปด้วยเลย ก็ตบๆ ให้เนียนก่อน แล้วก็ตามด้วยเลเยอร์ริ่ง รู้สึกว่ามันก็เบาๆ ฉ่ำๆ สดชื่นผิวดีนะ คือแนะนำว่าระหว่างกดๆ ตบๆ บนผิวเนี่ยเอาให้เนียนเลย ตรงไหนที่ตบแล้วรู้สึกมันเป็นคราบก็ให้กดซ้ำจนมันเนียน แล้วรอให้เซ็ตตัวสักพัก อย่ารีบจับรีบแตะ เพราะผิวจะเป็นคราบ พอมันเซ็ตตัวแล้ว ผิวจะเป็นแบบเซมิแมตต์ แมตต์กว่าตัวบีบีคุชชั่น

รูปนี้ถ่ายอีกวัน ที่เราก็ลองใช้อีก อันนี้คืออยากให้ดูว่าเราใช้คุชชั่นตัวนี้ประมาณเที่ยง แล้วก็ไม่ได้ทัชอัพเลย มีใช้กระดาษทิชชูซับหน้านิดหน่อย รูปนี้คือเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ซึ่งก็ถือว่ายังโอเคอยู่เลย มีคราบจากหน้ามันนิดหน่อย แต่โดยรวมผิวยังดูสวยฉ่ำ เป็นที่พอใจมาก ซึ่งแบรนด์บอกมาว่า คุชชั่นตัวนี้ใช้ครั้งเดียวจบเลย ไม่ต้องทัชอัพระหว่างวันอะไรกันอีก มีความติดแน่นทนนานเลยทีเดียว

ที่ชอบอีกอย่างคือ ปกติแล้วเราต้องเลือกคอนซีลเลอร์แยกกัน บางทีเลือกสีไม่แมตช์กับรองพื้นก็มี ซึ่งปัญหานี้ก็จบไป เพราะตลับเดียวแมตช์มาให้เลย เฉดไม่เพี้ยนไม่โดด ลงใต้ตาไม่ลอยเป็นค่างแว่น แต่ตินิดนึง คือส่วนคอนซีลเลอร์ พอแห้งเซ็ตตัวแล้วก็มีตกร่องนะ แต่ปัญหานี้แก้ได้คือ ก็อย่าโปะใต้ตาแน่น อย่าโบก คือแตะเฉพาะส่วนที่คล้ำใต้ตาซึ่งมันมีแค่ช่วงหัวตาแล้วเบลนด์ให้กลมกลืน ไม่ต้องปาดไปทั้งใต้ตา แต่หน้าแก้ม โหนกคิ้ว คือทาเป็นไฮไลต์ได้ มันก็สร้างมิติให้ใบหน้าได้เป็นธรรมชาติ

ต้องบอกว่าช่วงนี้ได้ลองคุชชั่นใหม่ๆ หลายตัวเลยทีเดียว ถามว่าชอบมั้ย? ก็ต้องตอบว่าหลายตัวทำได้ดีมาก เป็นที่น่าพอใจอยู่หลายแบรนด์ เลิฟอยู่หลายตลับแบบรักพี่เสียดายน้อง เลือกไม่ได้จริงๆ แต่ตลับนี้ต้องยอมใจตรงที่ความเหนือชั้นกว่าชาวบ้านเค้าทั้งในแง่ดีไซน์ เทคโนโลยี ที่มันล้ำกว่าไปแล้ว ณ จุดนี้ก็ต้องยอมให้นางไปค่ะ แต่ในแง่ของกลิ่น สัมผัส เท็กซ์เจอร์ ความชื่นชอบในแบรนด์ ส่วนผสมบำรุงต่างๆ ที่แต่ละแบรนด์ก็งัดกลยุทธมาใช้แตกต่างกันไป อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนแล้วล่ะ แต่ถ้าจะเอาในแง่ของข้อเท็จจริง ก็คงต้องบอกว่าตลับนี้ตอนนี้ล้ำที่สุดจริงๆ

ที่สำคัญคือค่าตัวไม่ได้สูงอย่างที่่คิด ตลับนี้ราคาในไทยแม่ค้าพรีออเดอร์ก็จะหนาวๆ หน่อย เพราะไม่ได้ต่างจากที่เกาหลีมากนัก คือ 1,100 บาทเท่านั้น ก็ซื้อที่ไทยเหอะ บางทีแลกพอยต์บัตรเครดิต ออนท็อปโน่นนี่นั่น ราคาสมาชิกลาเนจ ก็จะยิ่งได้ถูกลงไปอีก แถมยังมีสีให้เลือกที่เหมาะกับสาวไทยเยอะกว่า อย่างเบอร์ 31 33 ที่เกาหลีไม่มีด้วยนะเธอ!

 

 

 

รีวิวกันแดดยุค 4G ครอบคลุมทุกปัญหาผิว เป๊ะปังทุกองศา

รีวิวของดีราคาไม่เกิน 1,000 มีแต่คำว่าคุ้มและโดนใจ