View 1.78K / Share

รีวิวกันแดดยุค 4G ครอบคลุมทุกปัญหาผิว เป๊ะปังทุกองศา

BEAUTY/Review - รีวิวกันแดดยุค 4G ครอบคลุมทุกปัญหาผิว เป๊ะปังทุกองศา

ทำไมกันแดดต้องเปลี่ยนสูตรใหม่ตลอดเวลา? ก็เพราะมลภาวะ สิ่งแวดล้อมภายนอกมันกลายสภาพไปจากเดิมล่ะสิ ยิ่งถ้าสาวๆ เคยได้ยินข่าวค่าฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นมาดุจหมอก ยิ่งเป็นตัวตอกย้ำได้ดีว่า ของบางอย่างก็ต้องมีการพัฒนาสูตรให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เหมือนอย่างกันแดดยังไงล่ะ ซึ่งกันแดดแต่ละตัวที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ เป็นสูตรล่าสุดและตัวใหม่เด่นๆ ทั้งนั้น และยังมีคุณสมบัติต่อสู่กับมลภาวะในปัจจุบัน

Nivea Sun Protect&White Instant Aura Serum SPF 50+PA+++ (15 ml / 149 บาท)

ตัวนี้มาเพื่อฆ่ากันแดดหน้าลอยโดยเฉพาะ แต่ยังคงความกระจ่างใสหลังทากันแดด ความพิเศษของตัวนี้จึงไม่ได้มีแค่ความเบาในแบบเนื้อเซรั่ม แต่ยังมีพิงค์ ไพรเมอร์ ผสมอยู่ด้วย ซึ่งตัวนี้แหละที่จะช่วยให้ผิวหลังใช้ยิ่งดูมีออร่าตามชื่อ แถมเนื้อสัมผัสก็เบาจริงอะไรจริง จะโดนน้ำกี่ขัน โดนเหงื่อกี่หยดก็ไม้เป็นคราบ คือดีตรงนี้!

กันแดดนีเวียตัวใหม่ตัวนี้นอกจากจะทำหน้าที่เป็นกันแดดปกป้องผิวจากรังสียูวีแล้ว ยังสามารถใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าได้ เพื่อปรับให้ผิวดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ และตัววิตามินอีและสารสกัดจากธรรมชาติจากลิโคไรซ์ที่อยู่ในกันแดด จะช่วยฟื้นฟู เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว โดยไม่ต้องกลัวผิวมันเหนอะหนะ อีกหนึ่งความสำคัญเลยถึงแม้ว่าเนื้อเซรั่มจะเป็นสีออกชมพูแต่เวลาเกลี่ยจะค่อยๆ ซึมลงผิว สีก็จะไม่ขาวลอย กลืนลงสู่ผิวได้แนบเนียนมาก ซึ่งตัวนี้ก็หาซื้อง่าย มี 3 ขนาด 3 ราคาให้เลือก

L'Oreal UV Perfect SPF 50 PA++++ (30 ml / 339 บาท)

ตอนนี้ลอรีอัลออกกันแดดมาถึง 4 สูตรแล้วนะจ๊ะ ซึ่ง 4 สูตรนี้เค้าก็มีความต่างกันออกไปตามแต่ละสี ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยใช้สูตรสีเขียว ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะกับวันที่เราอยากเต็มหน้าแบบจัดเต็ม เพราะจะช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน และทำให้เมคอัพติดทนนานขึ้น แต่บางวันเกิดอาการขี้เกียจแต่งหน้าเลยหันมาใช้สีฟ้าอีกตัวนึง ซึ่งสีฟ้าจะเป็นเนื้อเจลสีขาว เบาที่สุดใน 4 สูตร ต่างจากสีเขียวที่เป็นเนื้อครีม ตัวสีฟ้าเนี่ยจะเหมาะกับแต่งหน้าใสๆ สบายผิว มีความเย็นๆ ผิวเบาๆ

ส่วนอีกสองสี คือ สีชมพู เหมาะกับการโชว์ผิวโดยเฉพาะ อาจจะเป็นวันหยุด วันช้อปปิ้ง ไม่ต้องลงเมคอัพเยอะ เพราะตัวนี้จะมีวิตามิน เพิ่มความเป็นผิวกระจ่างใสขึ้น และยังมีสัมผัสแบบเนื้อเซรั่ม สัมผัสจึงเบา ซึมซาบไว ในส่วนของสีขาว เราเชียร์ให้คนที่มีปัญหาผิว โดยเฉพาะต้องการจะปกปิดรอยแดง หรือรอยดำจางๆ ต้องเลือกตัวนี้ เนื่องจากตัวเนื้อสัมผัสแบบน้ำนมสีเบจ จะเป็นตัวช่วยอำพรางจุดบกพร่องบนผิวหน้าได้ดี

Shiseido Suncare

อีกหนึ่งกันแดดที่กระชากเสียงกรี๊ดของเราไปได้ ซึ่งเราชอบตั้งแต่ตัวแพ็คเกจที่ดูมีเอกลักษณ์และสีดึงดูดน่าใช้มาก ไม่ว่าจะเป็นตัว Perfect UV Protector SPF50+ PA++++ (50 ml/1,500 บาท) ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรล่าสุดที่ให้การป้องกันผิวจากรังสียูวีมากขึ้น กันน้ำกันเหงื่อให้ผิวดูเป๊ะเวอร์ทั้งวัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะล้างออกยากนะคะ แค่คลีนเซอร์ก็ล้างออกได้ง่าย

และอีกตัวมีความอยากให้ได้ลองมากที่สุดคือตัวกันแดดรูปแบบแท่ง Clear Stick UV Protector (15 g/950 บาท) ซึ่งตัวแท่งจะเป็นเนื้อโปร่งใส กันยูวีได้เหมือนตัวเนื้อครีม ไม่ทิ้งความมันส่วนเกินบนผิวหน้าอีกด้วย ตัวนี้สาวๆ สามารถพกพาไปได้ทุกที เติมกันแดดได้ทุกเวลา แม้ว่าจะแต่งหน้าแล้ว! เหมาะกับเรามาก เพราะบางทีแต่งหน้าไปแล้วเกิดการมโนขึ้นได้ว่าลืมทากันแดด แต่ตอนนี้หายห่วงนะจ๊ะ เจ้ากันแดดแท่งตัวนี้ทาลงทับเมคอัพได้เลย สบายมาก แถมไม่ทำให้เมคอัพหลุด ขอเสริมอีกนิดว่ากันแดดตัวใหม่จากชิเซโด้ 2 ตัวนี้ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เมื่อผสานกับเหงื่อ จะเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมสดชื่น ดี๊ดี

La Roche-Posay Anthelios Ultra Cream SPF 50+ PA++++ (50 ml / 1,300 บาท)

ขยับมาที่กันแดดราคาที่สูงขึ้นอีกนิด แต่ปริมาณก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ตัวนี้เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย และยังสามารถทาได้แม้บริเวณรอบดวงตา ซึ่งตัวนี้ผ่านการปรับสูตรใหม่ให้มีความอ่อนโยนยิ่งขึ้น ความพิเศษที่ไม่เหมือนใครของสูตรนี้คือ เป็นสูตรที่จำกัดจำนวนสารให้มีจำนวนน้อยลงและผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง อีกทั้งสัมผัสก็ยังเบาบาง เนียนนุ่มเช่นเคย

เนื้อครีมเป็นสีขาวนวลเนียน และซึมลงสู่ผิวได้ง่าย และเหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนผิวอ่อนโยนที่ต้องไปเจอมลภาวะต่างๆ มากมาย ที่สำคัญคือกันน้ำได้ดีมากเวอร์ นอกจากนี้แล้วตัวแพ็คเกจก็ยังใช้งานง่ายแค่กดตรงหัวปั๊มก็สามารถกำหนดการใช้ปริมาณต่อหนึ่งครั้งได้ คุ้มค่ากับราคาแน่นอน

Lancome UV Expert Youth Shield Tone Up Milk (30 ml/ 2,100 บาท)

นี่ไม่ใช่กันแดดธรรมดาทั่วไปนะจ๊ะ มันดีเกินราคาจริงๆ เพราะตัวนี้เป็นทั้งกันแดดและโทนอัพ แถมยังมีกลิ่นหอมแบบน้ำนม ซึ่งมาจากส่วนผสมสำคัญอย่างน้ำนมมะพร้าว เสริมด้วยตัวเนื้อครีมนุ่มเนียน ไม่หนักผิว นอกจากนี้ยังส่วนผสมที่มีชื่อเป็นทางการว่า Fairy Powder ส่วนผสมจากเปลือกหอยที่มีไทเทเนียมเพื่อช่วยกระจายแสง ผิวจึงกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้จริงๆ เค้าจึงบอกว่า ตัวนี้ไม่ใช่เป็นกันแดดธรรมดา และยังปรับผิวได้อีกหนึ่งระดับ แบบไม่หน้าขาวลอย

สังเกตว่าผิวในด้านที่ทานั้นจะดูเนียน สว่างขึ้น และไม่ทิ้งความเงามัน ผิวเราจึงไม่เหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน แต่สำหรับคนผิวแห้งมากแนะนำว่าควรบำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ก่อน แล้วค่อยตามด้วยการทากันแดดตัวนี้ ก็จะสบายผิวขึ้น และไม่ทำให้เกิดความมันส่วนเกิน ส่วนคนที่ผิวอ่อนโยนก็ใช้ได้นะจ้าเพราะเป็นสูตรปราศจากพาราเบน มิเนอรัล ออยล์ ซิลิโคน และพิกเม้นต์ชนิดมีสี อุ๊ย! เกือบลืมบอกว่ากันแดดตัวนี้ พี่สู่ขวัญ บอกเลยว่าของมันต้องมี!

Pola Whitissimo UV Block Shield White Plus (50 ml/ 1,500 บาท)

เป็นเนื้อเซรั่มกึ่งน้ำนมเบามากกกก และซึมลงสู่ผิวง่ายมาก ไม่ทิ้งความเหนอะหนะผิวใดๆ เลย แถมยังเป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อ เหมาะกับทุกสภาพผิว แถมตัวนี้สามารถใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย แนะนำว่าให้เขย่าก่อนใช้ จะทำให้เนื้อครีมกรจายตัวได้ดีทั่วผิวหน้า ซึ่งความพิเศษของแบรนด์ Pola สูตรนี้ ถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง จะยิ่งช่วยให้มีผิวกระจ่างใสขึ้น เพราะมีตัวที่ภาษาทางการเค้ารียกว่า 'Function C' บำรุงให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น สุขภาพดีขึ้น

แบรนด์ Pola กล่าวไว้ว่า กันแดดไอเท็มนี้จะกลายเป็นหนึ่งในสกินแคร์ที่ขาดไม่ได้ในแต่ละวัน และถือเป็นตัวที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Pola Whitissimo เพราะนอกจากจะปกป้องผิวจากรังสียูวีแล้ว ยังเพิ่มการบำรุงผิวให้สว่างสดใสขึ้นไปพร้อมๆ กัน ขอบอกว่าใครที่กำลังมองหากันแดดคู่ใจ ไอเท็มนี้ก็น่าสนใจนะจ๊ะ อีกทั้งยังมีปริมาณถึง 50 ml ใช้ได้นานและคุ้มค่าการลงทุน

Supergoop! Unseen Sunscreen Board Spectrum SPF40 (50 ml/1,250 บาท)

ไอเท็มนี้ได้รับฉายาว่า กันแดดล่องหน ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับแบรนด์ Supergoop! แต่ถ้าเคยไปช้อปปิ้งที่ช็อปเซโฟร่าจะต้องเคยเห็น เพราะถือเป็นแบรนด์ยอดฮิตของช็อปนี้เช่นกัน แต่ถ้าเราพูดอีกว่าเป็นแบรนด์กันแดดที่คุณก้อย รัชวิน ใช้ ตอนที่ไปวิ่งคนละก้าวกับพี่ตูน ยิ่งถึงบางอ้อกันเลยใช่ม่ะ ซึ่งตัวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสูตรของแบรนด์ ตัวแพ็คเกจก็ไม่ต้องพูดถึงอะไรมาก แค่เห็นหน้าตาก็อยากใช้แล้ว

เนื้อสัมผัสเป็นแบบเจลที่จะเปลี่ยนเป็นเนื้อบาล์มในขณะที่เกลื่ยเนื้อสัมผัส หลังจากทาก็ผิวยิ่งนุ่มลื่นขึ้น ไม่เหนอะหนะ และยังมีความเป็นผิวแมทท์กำลังดี อีกทั้งยังทำหน้าที่แทนไพรเมอร์ได้ วิธีการใช้คือให้ทาก่อนการออกแดด 15 นาที สามารถทาได้ทุกๆ 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังเหมาะกับทุกสภาพผิว ช่วยลดการอักเสบของผิวที่เกิดจากผิวไหม้จากแสงแดด และข้อดีของกันแดดประเภทเนื้อเจลบาล์มคือ  ช่วยปกป้องแบบที่ไม่ทิ้งความขาวลอย หรือเปลี่ยนสีหรือดรอประหว่างวัน แต่ยังให้การปกป้องแสงแดดได้ตลอดวัน กันแดดตัวนี้จึงถูกยกให้เป็นกันแดดล่องหนที่จะอยู่ในดวงใจสาวๆ 

Yves Rocher Solaire Peau Parfaite Spray Lotion (150 ml/ 990 บาท)

ใครจะปล่อยให้หน้าขาว ตัวเกรียมกันเล่า เลยขอปิดท้ายไปด้วยสเปรย์กันแดดเนื้อน้ำนมสำหรับผิวกาย ที่จะต้องมีพกติดกายไว้เลย เนื่องจากใช้งานง่ายมาก เพราะนี้คือ สเปรย์กันแดด กันเหงื่อ กลิ่นก็หอมมากกกก คล้ายดอกมะลิผสมวานิลา

ใครที่ชอบความเป็นธรรมชาติ กันแดดสำหรับผิวกายตัวนี้ตอบโจทย์มาก มีสารสกัดของ Sea Holly จึงช่วยทั้งป้องกันรังสียูวี ปกป้องการเกิดริ้วรอย และช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ วิธีใช้ก็แค่เขย่าก่อน แล้วฉีดให้ทั่วผิวกายได้เลย ค่อยๆ เกลี่ยเนื้อครีมให้ซึมลงสู่ผิว ฉีดก่อนออกแดดสัก 30 นาทีก็ดีนะจ้า เพื่อให้เนื้อครีมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

คำแนะนำ: ผลการใช้ครีมกันแดดจะดีตามคำรีวิวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับผิวของแต่ละคนด้วยนะออเจ้า! ทั้งนี้ผลลัพธ์ของการใช้กันแดดจึงขึ้นอยู่กับพื้นผิวแต่ละคน การรีวิวเป็นเพียงข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น

สงกรานต์ปีนี้ต้องเปียกไม่โป๊ะ เมคอัพไหนทนน้ำตามมาดู

รีวิวคุชชั่น 2 ชั้น พร้อมข้อมูลลับที่คุณต้องทึ่ง