View 114.78K / Share

ครีมกันแดดคุมมันสุดเริ่ดแห่งปี 2018 หน้าเป๊ะปังไม่เยิ้ม

BEAUTY/Review - ครีมกันแดดคุมมันสุดเริ่ดแห่งปี 2018 หน้าเป๊ะปังไม่เยิ้ม

หนึ่งในสาเหตุของการวางกันแดดเป็นเครื่องประดับบนโต๊ะเครื่องแป้ง อันดับหนึ่งเลยคือเวลาใช้แล้วผิวหน้ามันเยิ้ม โดยเฉพาะระหว่างวัน จนคนข้างๆ ถึงกับอุทานว่า หน้าทอดไข่ได้แล้วจ้า! ซึ่งเราคงไม่อยากได้ยินประโยคนั้นให้เสียเซลฟ์ขำๆ แต่นอกจากจะทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจในใบหน้าของเราแล้ว เจ้าความมันยังเป็นตัวร้ายของสาเหตุการเกิดผิวอุดตัน และก่อให้เกิดสิวอีกด้วย หลายคนจึงตัดปัญหาเลิกใช้กันแดดซะเลย!

แต่ต้องบอกว่าการบอกเลิกใช้ครีมกันแดดไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่เราต้องรู้จักการเลือกครีมกันแดดที่มีคุณภาพ เหมาะกับสภาพผิว โดยเฉพาะตัวที่สามารถควบคุมความมันได้ตลอดทั้งวัน และมีประสิทธิภาพในการกันแดดได้จริง เพื่อช่วยยืดอายุผิวของเราให้มีสุขภาพดี ไม่หมองคล้ำ รวมถึงกันแดดบางตัวยังสามารถเป็นเมคอัพเบสได้ดี นี่จึงเป็นที่มาของการรีวิวกันแดดคุมมันสุดเริ่ดแห่งปี 2018 โดยทั้งหมดที่เรารีวิวจะเหมาะกับทุกสภาพผิว เพื่อให้สาวๆ กล้าเผชิญแดดได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกลัวหน้าเยิ้มอีกต่อไป แล้วต่อจากนี้ทุกคนจะมีความสุขในการทาครีมกันแดดยิ่งขึ้น

โดยเราจะทำการรีวิวประสิทธิภาพของสุดยอดครีมกันแดดคุมมันแห่งปี 2018 ด้วยการทดสอบ 2 อย่าง

1. ทดสอบกับแผ่นกระดาษหลังจากที่ทาครีมกันแดดช่วงท้องแขนทิ้งไว้ 5 นาที

2. ทดสอบความมันบนผิวหน้าเมื่อทากันแดดทิ้งไว้ 2 ชั่วโมงโดยไม่ลงเมกอัพใดๆ ตาม (โดยเทียบทั้ง 5 แบรนด์)

เรามาเริ่มการรีวิวกันเลย

Nivea Sun Protect&White Oil Control Serum SPF50+ PA+++ (30 ml / 279 บาท)

ครีมกันแดดตัวนี้ชื่อก็บอกว่าเป็น Oil Control หรือสูตรควบคุมความมัน โดยความพิเศษคือการมีส่วนผสมที่เป๊ะปังอยู่หลายอย่าง ซึ่งตัวที่มีความสำคัญในการลดความมันและควบคุมความมันได้นานคือ L-Carnitine ซึ่งควบคุมความมันจากต่อมไขมัน ช่วยคุมมันยาวนาน แม้ว่าอยู่ในอากาศร้อน และผิวเรียบเนียนขึ้น ส่วนระดับการปกป้องผิว จะมี Ultra Deep UVA1 Protection ป้องกันผิวได้ทั้งรังสี UVA และ UVB รวมถึงเป็นเกราะให้ผิวจากการโดยทำร้ายลึกของ UVA1 ต้นเหตุของการเกิดจุดด่างดำ ฝ้าแดด อีกด้วย ผลคือสาวๆ จะมีผิวหน้ากระจ่างใส ผสานกับ Licorice Extract ช่วยปกป้องและฟื้นฟูสภาพผิวที่ถูกทำร้ายโดยแสงแดดอีกด้วย

เนื้อสัมผัสจะเป็นแบบเซรั่มบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เนื่องจากเป็นสูตร Non-Comedogenic ปราศจากพาราเบน และน้ำหอม จึงไม่อุดตันรูขุมขน เหมาะกับทุกสภาพผิว นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเมคอัพเบสได้เลย ทำให้ผิวหน้าไม่หนักจนเกินไป สามารถลงรองพื้นหรือทาแป้งทับได้เลย โดยไม่ต้องลงเบสอื่นๆ อีก อีกทั้งสีผิวไม่วอกหรือหน้าลอย

ระดับการทดสอบกับแผ่นกระดาษ: ติดผิวขึ้นมาเล็กน้อยมาก ผิวส่วนที่ทากันแดดนีเวียยังคงมีความชุ่มชื้น ผิวแมทท์ และไม่เหนียวเหนอะหนะ

L'Oreal UV Perfect Matte&Fresh SPF50+PA++++ (30 ml / 339 บาท) 

บนหน้าแพ็คเกจบอกเลยว่า 100% Oil-Free ซึ่งมาจากพลังการทำงานของ MEXORYL SX/XLTM สารกรองรังสียูวีสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ ช่วยต่อต้านมลภาวะ พร้อมประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวี โดยเฉพาะ Long UVA หรือ UVA1 เพื่อลดโอกาสการเกิดความหมองคล้ำ คงให้ผิวของเรามีความกระจ่างใส โดยไม่ทำให้เกิดความมันระหว่างวัน นอกจากนี้ยังมีตัวบำรุงผิวผ่านสารสกัดพืช 3 ชนิดและเพียวแมททิฟายอิ้งเคลย์ ที่มีคุณสมบัติดูดซับความมันส่วนเกิน ไม่ทำให้เมกอัพไหลเยิ้ม เตรียมพร้อมผิวให้แต่งหน้าในขั้นตอนต่อไป

เนื้อสัมผัสจะเป็นครีมสีขาวขุ่น ซึมลงสู่ผิวง่าย ไม่หนักผิวหน้า ไม่มีกลิ่น เมื่อทาลงบนผิว ถึงแม้ว่าตัวเนื้อครีมจะดูขาวกว่าผิวค่อนข้างมาก แต่เมื่อซึมลงสู่ผิวแล้ว หน้าก็ไม่วอกหรือขาวลอย อีกทั้งยังให้ความแมทท์อีกด้วย

ระดับการทดสอบกับแผ่นกระดาษ: มีแผ่นกระดาษติดมาเล็กน้อย อยู่ในระดับใช้ได้ ไม่เหนอะผิว ซึ่งช่วงบริเวณที่เพิ่งทาครีมกันแดดจะรู้สึกมีความลื่นของตัวเนื้อครีม แต่พอเกลี่ยให้ซึมลงสู่ผิวจะเปลี่ยนเป็นผิวแมทท์ทันที

MizuMi UV Water Serum (40 g / 890 บาท)

เป็นอีกหนึ่งครีมกันแดดที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย เพราะเป็นกันแดดหน้าที่ไม่มีสารเคมี 100% เนื่องจากนำแร่ธาตุธรรมชาติมาเป็นตัวส่วนผสม เพื่อการป้องกันผิวจากแสงแดดยูวี ไม่ว่าจะเป็น UVA / UVA/ UVA1 รวมถึงส่วนผสมที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ จึงลดโอกาสการเกิดริ้วรอยก่อนวัย และความหมองคล้ำ จุดด่างดำที่เป็นสาเหตุมาจากการสัมผัสแดด ตัวนี้ถ้าพูดถึงความพิเศษ เราคงต้องยกให้กับความอ่อนโยนของตัวเนื้อครีม เพราะผ่านทางทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังมาแล้วนั่นเอง

เนื้อสัมผัสจะมีความกึ่งน้ำกึ่งครีม จึงมีน้ำหนักที่เบามาก ยิ่งเวลาสาวๆ ทาลงบนผิว แทบจะไม่รู้สึกเลยว่าทาแล้ว รวมถึงเป็นสูตรไม่มีกลิ่น แต่คนที่มีผิวแห้งมากๆ แนะนำให้ลงมอยส์เจอร์ไรเซอร์ก่อนลงกันแดดหน้าตัวนี้ เพราะธรรมชาติของคนผิวแห้งเมื่อต้องเผชิญแดดหรือมลภาวะมากๆ ผิวก็จะขาดความชุ่มชื้นได้ซึ่งกันแดดตัวนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องของการคงความชุ่มชื้นของผิว

ระดับการทดสอบกับแผ่นกระดาษ: มีแผ่นกระดาษติดผิวมาเล็กน้อย เนื่องจากผิวที่รีวิว ผิวค่อนข้างแห้ง จึงดูดซึมเนื้อครีมไม่ดีพอ เมื่อไม่ได้มีการบำรุงผิวก่อนทากันแดด เนื้อครีมจึงมีโอกาสตกร่องผิวได้ โดยเฉพาะครีมกันแดดที่เน้นการปกป้องมากกว่าการบำรุงผิว

Anessa Perfect UV Sunscreen Aqua Booster (60 ml/ 859 บาท)

เป็นกันแดดสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้การการันตีจากสำนักบิวตี้หลายๆ สถาบันหลายปีซ้อนทีเดียว เนื่องจากตัวของ Aqua Booster ช่วยให้ประสิทธิภาพของการกันแดดเพิ่มมากขึ้น ผิวเหงื่อออก หรือโดนความชื้นจากอากาศ จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันผิว นอกจากนี้ยังมีตัวฟื้นบำรุงผิวหลังจากสัมผัสแดดด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อตัวแม่เลยทีเดียว

เนื้อสัมผัสเป็นครีมน้ำนม บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ แต่ตัวนี้จะมีกลิ่นคล้่ายกับแอลกอฮอล์ค่อนข้างชัด เพราะฉะนั้นถ้าคนไหนที่มีประวัติเคยแพ้แอลกอฮอล์ ควรจะมีการทดสอบก่อนการใช้กับผิวหน้า เพื่อทดสอบอาการแพ้ในเบื้องต้นนะจ้า นอกจากนี้ตัวรูปทรงแพ็คเกจอาจจะมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นๆ ราคาจึงสูงขึ้นตาม

ระดับการทดสอบกับแผ่นกระดาษ: ถือว่าใช้ได้มากๆ เลยล่ะ หลังจากทาทิ้งไว้ 5 นาที เนื้อครีมค่อนข้างเซ็ตตัวเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ 

Biore UV Perfect Face Milk SPF50+ PA+++ (30 ml / 260 บาท)

มาที่กันแดดอีกหนึ่งตัวดังของบิโอเร และเป็นตัวที่สาวๆ ญี่ปุ่นชื่อชอบกันมาก เนื่องจากตัวนี้เป็นกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มในลักษณะของเนื้อโลชั่นน้ำนม ที่ใส่เทคโนโลยี Sebum Absorbing ในการล็อกให้เมกอัพอยู่ตลอดวัน และช่วยควบคุมความมันได้ยาวนานขึ้น รวมถึงมี Ultra Protection ป้องกันผิวจากรังสียูวีต่างๆ ผิวจึงไม่คล้ำเสีย ลดการเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัย อีกทั้งยังมีคุณสมบัติกันน้ำ กันเหงื่อ ปรับผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใสขึ้น

เนื้อสัมผัสเป็นโลชั่นน้ำนม บางเบา ซึมลงสู่ผิวง่าย และแห้งไวมาก (จึงควรรีบเกลี่ย) ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกเหมือนทาแป้งหลังจากซึมลงสู่ผิว อย่างที่บอกว่ากันแดดตัวนี้เป็นสูตรกันน้ำกันเหงื่อ จึงไม่ทำให้เกิดคราบขาว หรือเป็นขุยระหว่างวัน ไม่มีน้ำหอม และสีเป็นส่วนผสม จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว นอกจากนี้ยังสามารถใช้แทนเมกอัพเบสได้ โดยไม่ทำให้หน้ามันวาว ควรเขย่าขวดก่อนใช้ด้วยนะจ๊ะ

ระดับการทดสอบกับแผ่นกระดาษ: ตอบโจทย์สาวผิวมันได้ดีแน่นอน เพราะมีแผ่นกระดาษติดมาเล็กน้อย ค่อนข้างสบายผิว 

และจากการทดสอบความมันหลังจากทาบนผิวหน้าไว้ 2 ชั่วโมง เรามาดูทีละตัวกันเลย

Nivea  จะไม่มีความมันติดมาที่กระดาษซับหน้ามัน และยังมีความแมทท์ ผิวไม่แห้ง ถือว่าตอบโจทย์คนที่ชอบผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ และต้องแต่งหน้าทุกวันเพื่อควบคุมและปกป้องผิวจากแสงแดด ครีมกันแดดตัวนี้ถือว่าเวิร์คเลย

L'Oreal จะมีความมันติดที่ผิวออกมาอยู่บ้าง โดยเฉพาะถ้าสาวๆ ไม่ทิ้งไว้ให้เนื้อครีมซึมลงผิวให้แนบสนิทก่อน เพราะฉะนั้นก่อนจะแต่งหน้าขั้นต่อไป ควรเกลี่ยเนื้อครีมให้เรียบเนียนไปกับผิว ก็จะช่วยให้ความมันลดน้อยลงได้ 

MizuMi ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีในเรื่องของการควบคุมความมัน อาจด้วยเทกเจอร์ของกันแดดที่มีความเบามากจริงๆ จึงมีส่วนช่วยในการลดความมันในรูขุนขนได้ดี และเนื้อครีมเองก็ซึมลงผิวได้ไว แนบสนิท โดยเฉพาะคนผิวมันถึงผิวผสม

Anessa ตัวนี้ก็ควบคุมความมันได้ดีเช่นกัน อาจจะความมันติดที่ตัวซับหน้ามาบ้างเล็กน้อย ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง เหมาะกับคนที่มีผิวมันถึงผิวผสม แต่อย่างที่บอกว่าคนที่แพ้แอลกอฮอล์อาจจะต้องทดสอบการแพ้ก่อนใช้

Biore ค่อนข้างจะควบคุมความมันได้ดี แต่อาจจะมีความมันช่วงทีโซนอยู่บ้าง ส่วนคนผิวแห้งมากๆ ควรลงมอยส์เจอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าก่อนลงกันแดดตัวนี้ เนื่องจากระหว่างวันกันแดดจะช่วยรักษาระดับความมันส่วนเกินได้ดี แต่เรื่องเพิ่มความชุ่มชื้นผิวอาจจะยังน้อยสำหรับคนผิวแห้ง

ถ้าให้พูดถึงองค์รวมทั้ง 5 ตัวที่เรารีวิวไปนั้น พูดถึงการควบคุมความมันค่อนข้างใกล้เคียงกันทั้ง 5 ตัว ซึ่งทั้งนี้อาจจะขึ้นอยู่กับเมกอัพที่สาวๆ เลือกใช้ด้วยเช่นกัน เพราะเมกอัพก็ถือว่าเป็นหนึ่งในไอเท็มที่เป็นตัวการเพิ่มความมันนอกเหนือจากอากาศ แต่กันแดดจะเป็นขั้นตอนที่ช่วยลดโอกาสการเกิดความมันส่วนเกินได้ การเลือกกันแดดที่ดี จึงมีความสำคัญนั่นเอง

ซึ่งถ้าให้เราดูที่ความเหมาะสมทั้งเรื่องของคุณภาพที่ควบคุมความมันได้ ราคาที่อยู่ระดับกลางๆ ซื้อแล้วคุ้ม และเนื้อสัมผัสที่ดี มีความเบา ซึมง่าย เหมาะกับทุกสภาพผิว ในที่นี่เราขอเรียงลำดับเลยล่ะกัน โดยเราให้ Nivea มาเป็นอันดับแรก แถมตัวนี้ยังสามารถเป็นเบสเมกอัพได้ รองลงมาคือ Mizumi แต่ตัวนี้จะราคาค่อนข้างสูงนิดนึง ลำดับต่อมาเป็น L'oreal ต่อด้วย Biore เนื่องจากเราเป็นคนผิวแห้งโดยเฉพาะบริเวณแก้ม จึงต้องบำรุงผิวเพิ่ม และสุดท้ายเป็น Anessa ขอแอบตัดคะแนนเรื่องกลิ่นแอลกอฮอล์ 

**ทั้งนี้การรีวิวถือเป็นความคิดเห็นของเราเท่านั้น การที่สาวๆ ไปใช้จริง อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันไป เนื่องจากสภาพผิวนั้นแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น อากาศที่เราต้องสัมผัสในทุกๆ วัน เครื่องสำอางที่ใช้ การรีวิวจึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลประกอบการพิจารณาในการเลือกซื้อเท่านั้นจ้า

นี่คือสติ๊กฟาวเดชั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยลอง

หน้าปั๊ว ปากเป๊ะ กับหลากเฉดลิปชมพู ในราคาหลักร้อย