View 228 / Share

รีวิวไอเท็มต้องลองตั้งแต่หัวจรดเท้า มาเม้าท์กันว่าตัวไหนเวิร์ค

BEAUTY/Review - รีวิวไอเท็มต้องลองตั้งแต่หัวจรดเท้า มาเม้าท์กันว่าตัวไหนเวิร์ค

ถือว่าเป็นครั้งแรกของเราก็ว่าได้ กับการแนะนำไอเท็มที่ใช้ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า นั่นหมายความว่าเราจะมีทั้งตัวผลิตภัณฑ์ผม ผิว และตัว มารีวิวว่าแต่ละชิ้นนั้นดียังไง และมีส่วนผสมอะไรบ้าง ซึ่งทุกตัวนั้นผ่านมือผ่านผิวเราเพื่อทดลองใช้มาแล้ว แต่ถ้าใครซื้อใช้ตาม สาวๆ ก็ได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ เพราะจบรีวิวปุ๊ป ทุกชิ้นก็สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ที่ร้านบิวตี้ สโตร์ ทั่วประเทศ หรือตามเคาน์เตอร์แต่ละแบรนด์เลยจ้า ของดีใครเก็บไว้ก็เก็บไป แต่เราสายป้ายยาเด้อค่า

Arcona Triad Pads Refresh (1,290 บาท) เป็นที่เช็ดเครื่องสำอางที่ชุบมาให้พร้อมใช้เสร็จสรรพ ซึ่งมีกลิ่นหอมของส่วนผสมจากแครนเบอร์รี่ ช่วยเติมความชุ่มชื้นหลังใช้ จึงอุดมไปด้วยแอนตี้ ออกซิแดนซ์ โอเมก้า 3, 6 และ 9 น้ำนมจากข้าว และวิตามินอี สิ่งเหล่านี้จะช่วยบำรุงผิวของสาวๆ ให้ไกลจากริ้วรอย ผิวไม่แห้งกร้าน และผิวนุ่มขึ้น

จากที่เรารีวิวเขียนอายไลเนอร์บนหลังฝ่ามือซึ่งเป็นอายไลเนอร์ที่ติดแน่นทีเดียว จากนั้นก็หยิบ Arcona มาเช็ดได้เลย ขอบอกว่าปาดเดียวเกลี้ยง แต่ถ้าอยากให้มั่นใจสามารถเช็ดอีกทีได้ เนื่องจากแผ่นสำลีชุบตัวทำความสะอาดผิวได้ทั่วแผ่นและพอเหมาะ แถมมีกลิ่นหอมตั้งแต่เปิดฝากันเลย ที่สำคัญหลังใช้ผิวไม่แห้งตึง มีกลิ่นหอมที่ผิวอ่อนๆ ของเบอร์รี่ และกระปุกนี้เอาขึ้นเครื่องเวลาเดินทางได้สบาย ทีนี้สาวๆ ไม่ต้องนอนบนเครื่องไปพร้อมเมคอัพหรือต้องมาแบ่งคลีนซิ่งลงกระปุกเล็กกันอีกต่อไป

L’Oreal 3-in-1 Micellar Water (299 บาท) ตัวนี้แทบจะไม่ต้องแนะนำกันเลย เพราะสาวๆ คงจะเลิฟกันอยู่แล้ว ถือว่าเป็นคลีนซิ่ง รีมูฟเวอร์ที่รวม 3 สิ่งที่ทุกคนต้องการเอาไว้ ทั้งทำความสะอาดเมคอัพหมดจด และยังช่วยบำรุงผิว ผิวอ่อนโยนสามารถใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เราใช้คู่กับสำลี เพียงหยด 3-4 หยดต่อหนึ่งแผ่น

จะมีอะไรทดสอบประสิทธิภาพได้ดีเท่าอายไลเนอร์จริงมะ? เราเลยจัดรูปดวงตาโตๆ มาเลย แล้วชุบด้วยสำลี แปะทิ้งไว้สัก 5 วินาทีแล้วเช็ดออก เพียงแค่รอบแรกก็เกือบหมดจด จากนั้นเช็ดเบาๆ ซ้ำอีกรอบ ก็โอเคเลยซิส แถมผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง เป็นอีกตัวที่เราเชียร์!

Jurlique Rose Moisture Plus Moisturising Cleanser (1,550 บาท) สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าที่มีส่วนผสมของโรสฮิปออยล์ ที่ช่วยปลุกผิวจากความเหนื่อยล้า อีกทั้งยังเพิ่มความกระจ่างใส และเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง มีสารสกัดจากเปลือกไม้วิลโลว์ ช่วยทำความสะอาดผิวได้สะอาดและอ่อนโยน ปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก

ตัวเนื้อสัมผัสนุ่มเนียน ด้วยเนื้อวิปบางเบา ซึ่งเวลาใช้จะใช้แค่ประมาณ หนึ่งเหรียญบาท (ได้ทั้งผิวหน้าและลำคอ) ในการทำความสะอาดผิวหนึ่งครั้ง ซึ่งเราลองทดสอบกับอายไลเนอร์ให้ทุกคนดูเห็นถึงประสิทธิภาพ ผลคือทำความสะอาดได้เกลี้ยง และหลุดออกง่ายโดยไม่ต้องถูผิวแรงๆ และมีกลิ่นหอมแนวพฤกษา ตัวนี้จึงเป็นอีกคลีนเซอร์ในใจเราเลยก็ว่าได้ และเราก็เชื่อว่าเป็นชิ้นที่สาวๆ ลองแล้วจะติดใจ

Watsons Illuminating Cleansing Scrub (350 บาท) เป็นแบรนด์ที่อยู่ภายใต้ผลิตภัณฑ์ของเครือวัตสัน โดยจุดเด่นคือมาจากธรรมชาติ ผ่านการผลิตตามมาตรฐานประเทศเกาหลี และยังมีสัญลักษณ์ที่มีส่วนผสมของออร์แกนิคอีกด้วย และผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองถึง 8 ชนิด ซึ่งสครับตัวนี้มีส่วนผสมของรำข้าว และถั่วเหลือง ช่วยเติมวิตามินอีและบีสู่ผิว 

เนื้อสครับนุ่ม และเม็ดละเอียด เวลาทำความสะอาดผิวให้ขัดผิวเบาๆ อย่างอ่อนโยน ซึ่งตัวเม็ดสครับจะช่วยขัดเอาสิ่งสกปรกหลุดออกมา แต่ยังได้รับการบำรุงจากส่วนผสมต่างๆ นอกจากนี้หลังใช้ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเราจะสครับวันเว้นวันหรือ 2 วันครั้ง อีกอย่างที่เราชอบมากก็หนีไม่พ้นแพ็คเกจดูมีความคลีน ตัวฝาก็ออกแบบมาให้เหมือนไม้ที่เรียบแต่ดูดี

Smooto Peel Off Mask (49 บาท) อีกหนึ่งครีมซองที่เราภูมิใจนำเสนอมาก เพราะมันตอบโจทย์การดูดสิวเสี้ยนที่ตรงใจ แต่ก่อนจะไปรู้ว่าตรงใจยังไง มาที่ส่วนผสมกันก่อน ซึ่งเจ้าไอเท็มซองดำแดงนี้เป็นมาส์กลอกสิวเสี้ยน ที่มีสารสกัดของมะเขือเทศ ชาร์โคล คอลลาเจน และไฮยาลูรอนิค จึงช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชุ่มชื้นขึ้น และยังไม่ระคายคายเคืองผิว นอกจากนี้ตัวของชาร์โคลเองก็ช่วยดูดสิ่งสกปรกตกค้างบนผิว เมื่อไปผสานกับคอลลาเจน ก็จะช่วยให้รูขุนขมกระชับขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ถ้าสาวๆ ใช้ไม่หมดซอง หายห่วงนะแค่บิด(ฝา)ก็เก็บไว้ใช้ต่อได้

วิธีการใช้ก็ง่ายมาก แค่ทำความสะอาดผิวหน้าก่อนใช้ จากนั้นก็พอกเนื้อมาส์กทิ้งไว้ 15-20 นาที (ให้รู้สึกว่าตัวมาส์กแห้งเพื่อการลอกออกที่ง่ายขึ้น) ซึ่งจริงๆ เราอาจไม่จำเป็นต้องพอกทั่วทั้งหน้า อย่างเราก็พอกแต่บริเวณจมูกและคาง เมื่อเวลาผ่านไปตามกำหนด เนื้อมาส์กจะแข็งขึ้น จึงสามารถลอกออกได้ง่าย สังเกตว่าจะมีสิ่งสกปรกหลุดติดมาด้วยเช่นกัน (หรือถ้าใครเป็นเจ้าแม่สิวเสี้ยนดูดออกมาหนำใจแน่นอน) นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับความมันได้อีกด้วยจ้า หลังจากนั้นก็บำรุงผิวได้ตามอัธยาศัย แนะนำให้ใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ส่วนถ้าคนที่ผิวแห้ง แนะนำให้ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ

Betadine Natural Defense (48 บาท) สบู่ที่เรียกได้ว่าเปิดตัวได้อย่างงดงามในฐานะแบรนด์ดูแลผิวกับเบตาดีนที่โดดมาโลดแล่นในวงการบิวตี้ ด้วยการเปิดตัวแอมบาสเดอร์อย่าง พี่ติ๊ก พระเอกตลอดกาล กับสบู่ก้อนบำรุงผิว ตัวนี้จะมีด้วยกัน 4 สูตร แต่ละสูตรจะบำรุงผิวต่างกันออกไป อย่างสีดำ มีส่วนผสมชาดำ ปกป้องผิวและกลิ่นกาย สีส้มจากน้ำมันเปลือกส้ม เพื่อผิวกระจ่างใส สีชมพู สารสกัดจากทับทิม ให้ผิวเรียบเนียน และสีเหลืองจากน้ำผึ้งมานูกา ให้ผิวชุ่มชื้น

ตัวที่เราได้ลองให้ชื่นชมความดีงามคือสูตรน้ำผึ้งมานูกา ซึ่งแค่เราแกะออกจากซองจะได้กลิ่นหอมธรรมชาติมากกกกก เนื้อสบู่ไม่เละหรือแข็งเกินไป และด้วยจิตใต้สำนึกของเราเองว่าเบตาดีนขึ้นชื่อเรื่องยามาก่อนเพราะฉะนั้นมันเหมือนเป็นคุณค่าทางใจว่าสบู่ก็ต้องดีเช่นกัน ซึ่งไม่ผิดคาด สบู่เบตาดีนนอกจากทำความสะอาดผิวอย่างปลอดภัยโดยไม่มีส่วนผสมของสารที่อาจทำร้ายผิว ยังทำความสะอาดได้หมดจดทั้งผิวหน้าและผิวกาย และยังได้บำรุงผิวไปด้วย อีกทั้งยังลดการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งหลังจากใช้จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ติดผิว และผิวไม่แห้งตึง ส่วนผลการบำรุงจะได้ตามสูตรหรือไม่ คงต้องใช้ระยะหนึ่งนะจ๊ะ

OGX Renewing+Argan Oil of Morocco (299 บาท) แบรนด์นี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำจากอเมริกา โดยตัวออลย์บำรุงเส้นผมเราแนะนำมากๆๆๆ นอกเหนือจากแชมพูและคอนดิชั่นเนอร์ที่หลายคนติดใจมาแล้ว เพราะตัวนี้มีส่วนผสมของน้ำมันอาร์แกน ออยล์จากโมร็อกโก ซึ่งน้ำมันชนิดนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการคืนความมีชีวิตชีวาและสุขภาพผมให้ดีขึ้น

น้ำมันตัวนี้เราจะใช้เพียงเล็กน้อย ถูลงบนฝ่ามือ แล้วชโลมเส้นผม โดยเฉพาะช่วงปลายผมที่มีความเปราะบาง หลังจากใช้สัมผัสได้ว่าเส้นผมดูเงาและนุ่มขึ้น โดยปกตินั้นเราจะทาก่อนการโดนความร้อน เช่น ไดร์หรือเครื่องจัดแต่งทรงผม เพื่อป้องกันเส้นผมเสียก่อนชั้นหนึ่ง นอกจากนี้กลิ่นยังหอมอ่อนๆ ไม่เวียนหัว ตัวแพ็คเกจขวดก็ออกแบบมาได้น่ารัก 

Boots 48 Hour Protection Sensitive Anti-perspirant Roll-on (59 บาท) ขอบอกว่าเราไม่ค่อยได้รีวิวโรลออนเท่าไร เพราะการรีวิวให้เห็นผลชัดเจนมันอาจจะค่อนข้างใช้เวลากว่าจะเห็นผล แต่ตัวไอเท็มใหม่ล่าสุดจากบู๊ทส์ตัวนี้เราแนะนำสำหรับคนที่เคยใช้ตัวอื่นๆ แล้วเกิดอาการแพ้ ก็อยากให้ลอง! เนื่องจากตอนนี้บู๊ทส์ออกผลิตภัณฑ์มาเยอะมาก แต่เน้นว่าทุกตัวจะต้องอ่อนโยน ผ่านการทดสอบ วิจัย และรับรอง ด้วยสัญลักษณ์หัวใจบนผลิตภัณฑ์นั่นเอง และตัวนี้ก็ได้รับการรับรองเช่นกัน

ความดีที่เราชอบคือ นางแห้งไว ซึมลงสู่ผิวไว กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่แรง ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดเหงื่อ ป้องกันกลิ่นกาย นอกจากนี้ยังมีความอ่อนโยน คนผิวบอบบางสามารถใช้ได้ อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากที่เราควรมองหาในโรลออน คือไม่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะลดโอกาสการเกิดรอยคล้ำหรืออาการแพ้นั่นเอง

Boots Smoothcare Shave Gel for Sensitive Skin (275 บาท) ขออีกสักชิ้นในตระกูลบู๊ทส์เพราะคนผิวแพ้ง่ายหาซื้อใช้ยากไม่แพ้โรลออน คือตัวผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดขน ต้องบอกว่าใช้ได้ทั้งผู้ชายผู้หญิง ซึ่งใช้สำหรับโกนขนขาและร่างกาย มีส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่างอโลเวร่าและกลิ่นหอมจากแตงกวา เพื่อคงความชุ่มชื้นหลังจากโกนขน ผิวจึงนุ่มน่าสัมผัส

ตัวเนื้อสัมผัสเบาและนุ่มมากมากกกกก และหอมแบบแตงกวาจริงๆ การกดมาใช้หนึ่งครั้ง สามารถโกนเส้นขนได้หลายบริเวณที่ต้องการ อีกทั้งยังไม่แสบผิว ช่วยให้เรากำจัดเส้นขนได้ง่ายขึ้น และมีความอ่อนโยนกับผิวเรา ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดอาการระคายเคืองโดยเฉพาะคนผิวระคายเคืองง่าย นอกจากนี้ตัวนี้ผ่านการทดสอบทางผิวหนังมาแล้ว และปราศจากแอมโมเนียจ้า

Panna Sun Screen (690 บาท) ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่ในสไตล์ธรรมชาติอีกแบรนด์หนึ่ง ซึ่งเน้นการใช้พลังจากธรรมชาติอย่างน้ำมันเมล็ดเสาวรสที่ได้รับรางวัลว่าเป็นอาหารผิวชั้นยอดจากงาน Cosmetics Global 2017 ของประเทศอังกฤษ ปัณนาจึงดึงส่วนผสมนี้มาเป็นสารสกัดหลักในทุกๆ ชิ้น ส่วนตัวที่ควรใช้เป็นกันแดด เรารวมมาทั้งสำหรับผิวหน้าและผิวกาย ที่แบ่งออกมาเป็น SPF30 และ SPF50

ตัวเนื้อครีมกันแดดผิวหน้าและตัวจะเหมือนกัน ซึ่งตัว SPF30 จะมีเนื้อครีมที่ดูแน่นกว่า SPF50 และมีสีครีมเข้มกว่า แต่ทั้งสองตัวสามารถซึมลงสู่ผิวง่าย ส่วนกลิ่นจะออกหอมหวานๆ แนวดอกไม้ แต่เวลาใช้แนะนำให้เขย่าก่อนใช้นะจ๊ะ เพื่อให้ตัวน้ำมันเสาวรสเข้ากับเนื้อครีมและไม่ทำให้เหนียวเหนอะหนะผิว ถ้าถามว่าควรใช้สูตรไหน อันนี้ต้องแล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ถ้าต้องเผชิญแดดมากก็ลุย SPF50 ไปเลย วันไหนอยู่ในห้องแอร์สวยๆ จัด SPF30  แทนได้

Jergens Shea Butter Deep Conditioning Moisturiser (400 ml/295 บาท) ครีมทาผิวแบรนด์ดังตัวท็อปของสาวไทยออกสูตรใหม่อีกครั้งเพื่อดูแลผิวช่วงหน้าหนาว ซึ่งต่อให้บ้านเราจะร้อนมากทะลุปรอทไปแล้ว แต่อากาศจะมีความแห้งมากกว่าเดิมในช่วงนี้ Jergens จึงส่งสูตรใหม่สำหรับคนผิวแห้งหมองคล้ำโดยเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสมของ Pure African Shea Butter ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น เติมความชุ่มชื้น และยังเป็นเกราะป้องกันผิวได้อีก

ตัวเนื้อสัมผัสค่อนข้างจะมีเท็กซ์เจอร์แน่นกว่าเนื้อครีมทั่วไป แต่ซึมซาบลงสู่ผิวไว และไม่เหนียวเหนอะหนะ มาพร้อมกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ และยังให้ความชุ่มชื้น ผิวนุ่มขึ้น ซึ่งตัวนี้เนื้อครีมเมื่อเกลี่ยจะไม่ตกร่องผิว (คนผิวแห้งยิ่งมีร่องผิวที่เห็นได้ชัดหรือเรียกว่าผิวแห้งแตกนั่นเอง) จึงทำให้ตัวเนื้อครีมที่เราบำรุงลงไปไม่ระเหยออก พวกรอยหมองคล้ำหรือความไม่เรียบเนียนก็จะได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ จึงเหมาะมากกับคนที่ผิวแห้ง อยากสู้มลภาวะของอากาศ พร้อมมีผิวที่แข็งแรงขึ้น

เปิดถุง @cosme มีอะไรน่าสนใจในนี้บ้างนะ

ผมตรงสวย เรียบลื่น ตลอดวัน ด้วย Haircare ใหม่จาก TSUBAKI พร้อมตะลุยถ่ายรูปช่วง Christmas!!!