View 371 / Share

รีวิวลิปแดงตัวเก่งในเฉดสีที่เข้ากับสาวเอเชีย

BEAUTY/Review - รีวิวลิปแดงตัวเก่งในเฉดสีที่เข้ากับสาวเอเชีย

ปากไม่แดงไม่มีแรงเดิน วลีนี้อาจจะจริงนะจ๊ะ ไม่เข้าใจว่าลิปแดงถูกปลุกเสกมาหรืออย่างไร พอเราทาไปรู้สึกมีพลัง ฮึกเหิมทุกครั้งสิน่ะ! เราเลยนำลิปตัวเก่งมารีวิวให้สาวๆ ดูซะเลย ว่าแต่จะมีตัวไหนถูกใจบ้าง ไปอ่านกันเร็วค่าคู้ณณณณณ

Shiseido Visionairy Gel Lipstick สี Sleeping Dragon (950 บาท)

ตัวนี้เราชอบในเนื้อลิปที่มีความนุ่มมาก เพราะว่านางมาในรูปแบบลิปเจล จึงช่วยให้เกลี่ยง่าย สีชัด และได้เม็ดสีที่มีคุณภาพเพราะใช้เทคโนโลยีที่ชื่อ Triple Gel ผสานกับส่วนผสมอื่นๆ ที่สามารถรวมตัวกับน้ำได้ พร้อมส่วนผสมของน้ำถึง 15% เวลาทาจึงให้ความรู้สึกสบาย เนียนลื่น ชุ่มชื้นยาวนานขึ้น

ลิปสีแดงของชิเซโด้รุ่นนี้แค่เราลองปาดสีที่มือ สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นอันดับแรกเลย และสีชัดมากกกกกเพียงแค่ปาดครั้งเดียว ส่วนเรื่องความติดทน ถ้าเทียบกับตัวก่อนๆ ที่เราเคยใช้ รุ่นนี้ถือว่าติดค่อนข้างทน แต่สีอาจจะไม่ชัดเท่าทาตอนแรกๆ และโดดเด่นในเรื่องของการให้ริมฝีปากชุ่มชื้น เบาสบาย ไม่เหนอะ ส่วนเรื่องแพ็คเกจดูดี แข็งแรง และปิดฝาได้แน่นไม่มีหลุดในกระเป๋าแน่นอน

NARS Velvet Lip Guide (Limited Edition) สี Disruptor (1,090 บาท)

ถ้าใครอยากได้รุ่นนี้ขอบอกว่าหลายที่ Sold out ไปเรียบร้อย เพราะเป็นสีลิมิเต็ดที่ออกมาระยะนึงเท่านั้น (แต่สีอื่นในรุ่นนี้ยังมีนะจ๊ะ) ซึ่งความเด่นตรงที่เป็นลิปสไตล์ลิควิด ในเนื้อสัมผัส semi-matte คือเม็ดสีชัดแบบแมตต์ แต่มีความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากได้ยาวนาน ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองลิปจุ่มของ Nars ตัวนี้เป็นอันต้องซื้อสีอื่นมาเพิ่มแน่นอน

สี Disruptor เป็นรุ่นลิมิเต็ดในโทนแดงสด ต้องบอกว่าเนื้อลิปแน่น แต่เบาริมฝีปาก และถ้าใครต้องการลิปแดงสดที่กลบสีริมฝีปากเดิมเราได้ อันนี้ตอบโจทย์เลย เพราะไม่ว่าก่อนหน้าจะลงลิปสีอะไรมา แค่ลงแปรงพู่กันลิป NARS ตัวนี้ เป็นอันกลบสีมิด ไม่ตกร่องริมฝีปาก ช่วยเปลี่ยนลุคเป็นสาวร้อนแรงได้ง่าย อีกทั้งตัวแปรงช่วยเกลี่ยเนื้อลิปได้ง่าย และเนียนขึ้น นอกจากนี้ถ้าลงสีบางๆ ก็จะได้อีกลุค แต่ถ้าลงซ้ำจะแดงสดชัด ขึ้นอยู่กับว่าสาวๆ จะชอบแบบไหน

Giorgio Armani Lip Maestro สี 400 The red (1,450 บาท)

สีแดงของอาร์มานี่ดังมากและฮิตไปทั่วโลก มีหรือเราจะพลาด มาที่คุณสมบัติกันก่อน คือลิปจุ่มหรูหราตัวนี้เป็นลิปเนื้อแมตต์ ที่มีอณูเม็ดสีสดชัดติดทนนานนาน 8 ชั่วโมง และให้ความชุ่มชื้นยาว 4 ชั่วโมง ช่วยแต่งริมฝีปากให้สดใสขึ้น  

สีนี้สำหรับเราจะออกกึ่งแดงเข้มและแดงสด เพราะเรามักจะใช้ทา 2 วิธีด้วยกัน วิธีแรกตามที่เรารีวิวคือ ทาเต็มริมฝีปากก็จะได้ลุคสาวมั่นที่ไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ แต่เพิ่มความร้อนแรงของสีแดงตัวนี้เท่านั้น ส่วนวันไหนที่ขอซอฟต์ลง เราก็จะเกลี่ยสีบนฝ่ามือก่อน จากนั้นค่อยใช้นิ้วนางแต้มสีแล้วแตะเบาๆ บริเวณริมฝีปากด้านใน ก็จะได้อีกลุค นอกจากนี้ตัวหัวแปรง จะแบนและเอียงเล็กน้อย ช่วยให้ทาเรียบลื่นและเข้าถึงมุมปากได้ง่ายขึ้น

Cezanne Lasting Lip Color N สี 406 Red Currant และ สี 407 Red Brick (290 บาท)

ลิปสติกเนื้อครีมกึ่งแมตต์ ที่มีส่วนผสมของ Squalene และ Royal Jelly ช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น และปกป้องริมฝีปากที่แห้งตึง จึงช่วยให้แลดูอวบอิ่มขึ้น ผ่านเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์

เราเลือกลิป 2 เฉดนี้มาเพื่อเอาใจสาวสองสไตล์ ถ้าใครชอบออกแนวสดใสแต่แฝงความเซ็กซี่ ต้องเบอร์ 406 เพราะจะออกแดงสดอมชมพูหน่อยๆ ส่วนถ้าต้องการให้ดูเท่และหรูหรา แนะนำ 407 จะออกแดงส้มเข้มขึ้น มาที่ตัวลิปนั้นจะให้ผลที่แมตต์ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เกิดอาการแห้งตึง ไม่เป็นคราบตรงร่องริมฝีปากด้วยส่วนผสมที่มีมอยส์เจอไรเซอร์นั่นเอง นอกจากนี้ตัวปลอกลิปสติกสามารถนำมาใช้เป็นกระจกได้ด้วย จึงเติมได้สะดวกระหว่างวัน

L'Oreal Paris Rouge Signature Matte Lip Ink สี 115 I Am Worth It และ สี 126 I Play (299 บาท)

ลิปจุ่มรุ่นนี้ของลอรีอัลเพิ่งออกไม่นาน มีทั้งหมด 11 เฉดสี ซึ่งทางแบรนด์บอกว่าความพิเศษของรุ่นนี้อยู่ที่ความเป็นลิปสติกแมตต์เนื้อน้ำ ให้สัมผัสที่เบามาก โดยเวลาเราทาไปจะรู้สึกว่าเป็นแบบน้ำ แต่พอแห้งจะคล้ายๆ กับเป็นฟิล์มเคลือบ ให้ผลที่สวยแมตต์ โดยไม่เหนียวเหนอะหนะ และให้สีเด่นชัด

เราขอเลือก 2 เฉดแดงจากทั้งหมด 11 เฉด เนื่องจากเราต้องการฉีกไป 2 ลุค สำหรับใครที่ต้องการเป็นสาวแซ่บ กระชากวัย จัดแดงสด 115 (สีนี้เรารู้สึกว่าติดทนแน่นกว่าสีอื่นๆ) แต่ถ้าต้องการความเคร่งขรึม ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่แฝงความมีพลังไว้ ต้อง 126 ส่วนเรื่องของเนื้อลิปนั้นรู้สึกได้จริงๆ ว่ามีความเบาเหมือนน้ำ แต่สีชัดปั๊วมาก และตัวแปรงออกแบบมาให้ทาง่าย โดยการทำเป็นปลายแหลมเพื่อให้รับกับเรียวปากทุกมุม อีกหนึ่งอย่างที่เด่นมากคือตัวแท่งที่ดูหรูหราในราคาดีงาม จะซื้ออีกกี่แท่งก็สบายยยยย

Laneige Stained Glow Lip Balm สี No.2 Rich Red (800 บาท) 

ลิปบาล์มเนื้อนุ่มลื่น พิเศษตรงที่มีความชุ่มชื้นด้วยเทคโนโลยีเดียวกันกับ Lip Sleeping Mask สุดโด่งดังของลาเนจ และเมื่อมาผสมกับนวัตกรรม Smart Tinting Color ยิ่งให้เม็ดสีที่ดูสดใสเป็นธรรมชาติ ปรับโทนสีได้แตกต่างไปตามค่าสมดุลความชุ่มชื้นและอุณหภูมิบนเรียวปากแต่ละคน โดยเฉดยังไปทางสีนั้นๆ แค่จะเสริมให้ดูเป็นธรมชาติมากขึ้นให้เหมาะกับตัวเอง

เป็นอีกหนึ่งลิปที่เราภูมิใจนำเสนอเพราะเป็นตัวลิปบาล์มที่มีสีระเรื่อดูเป็นนางเอกเกาหลีมาก ซึ่งสีที่เรารีวิวนั้นเพิ่งออกมาช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมา โดยโทนสีแดงเวลาเราทาจะรู้สึกถึงความโกลว์แต่ไม่เหนอะหนะ ให้ริมฝีปากที่ดูสุขภาพดีระเรื่อ ดูชุ่มชื้น และที่เราเซอร์ไพรส์อีกอย่างคือตัวเนื้อสียังติดทนตลอดวัน ถึงแม้ว่าความเข้มของสีอาจจะไม่ดูระเรื่อเท่าทาตอนแรกๆ แต่ก็ช่วยให้ดูมีความแดงๆ สุขภาพดีอยู่

**ป.ล. สีลิปอาจเพี้ยนไปตามแสงและกล้องที่ถ่ายนะจ๊ะ รวมถึงสีผิวของผู้รีวิว จุ๊ฟๆ

ลิปเนื้อแป้งตัวใหม่ของ Laura Mercier ทาได้จริงหรือ?

เซ็ตผิวให้สะอาดเกลี้ยงด้วยไอเท็มพิทักษ์คนผิวแพ้ง่าย