View 360 / Share

นวดหน้าสายแรป! งานมือล้วนๆ จากญี่ปุ่น สัมผัสได้ถึงความนุ่ม

BEAUTY/Review - นวดหน้าสายแรป! งานมือล้วนๆ จากญี่ปุ่น สัมผัสได้ถึงความนุ่ม

ก่อนอื่นต้องเกริ่นอย่างเป็นทางการเลยว่า เราเป็นคนนึงที่ชอบบำรุงผิวหน้าด้วยการนวดหน้าเป็นทุนเดิม จนมีพี่ที่รู้จักชวนไปลองอีกหนึ่งร้านนวดหน้าที่ใช้เทคนิคการนวดในแบบตัวเองตามฉบับเก่าแก่ของญี่ปุ่น และที่สำคัญใช้ฝีมือการนวดของคนล้วนๆ โดยมีเครื่องไอน้ำและสกินแคร์ของเค้าที่ผลิตเองในโรงงานที่ประเทศญี่ปุ่นเข้ามาช่วยเสริมเพื่อการดูแลผิวหน้าที่ดีที่สุด ร้านนี้มีชื่อว่า Face+ by Yamano ซึ่งประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ 3 ต่อจาก สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ได้เข้ามาเปิดกิจการ มี 2 สาขาคือที่ เอราวัณ Bangkok ชั้น 4 และ Eight ทองหล่อ ชั้น G เราเลือกมาทำที่สาขาเอราวัณ Bangkok ชั้น 4 แว่บแรกที่เห็นร้านรู้สึกเลยว่าสะอาดสะอ้าน คนไม่พลุกพล่าน (ซึ่งเราถูกใจสุดๆ) และตกแต่งร้านดูสบายตา 

Face+ by Yamano ส่งตรงมาจากญี่ปุ่นเลย และพี่ๆ ที่เป็นพนักงานนวดที่นี่จะต้องผ่านการเรียนและสอนนวดโดยเทรนเนอร์ชาวญี่ปุ่นเป็นผู้ฝึกสอนทั้งวิธีการนวด, ความรู้เกี่ยวกับผิวหนัง และการใช้แฮนด์เทคนิคแบบฉบับญี่ปุ่น ซึ่งที่ญี่ปุ่นเอง คุณ Aiko Yamano ถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากกกก โดยเฉพาะคนที่อยู่วงการบิวตี้ ซึ่งคุณ Yamano ถือว่าเป็นรุ่นแรกของแบรนด์นี้เลย จนตอนนี้มีบิวตี้ ซาลอนมากถึง 3,000 สาขาทั่วญี่ปุ่น และถือว่าเป็นอันดับหนึ่งด้าน Facial Salon อีกด้วย การันตีความดีงามด้วยการเปิดโรงเรียนวิชาชีพและมหาวิทยาลัยเฉพาะทางด้านความงาม (Yamano College of Aesthetics) ที่มีชื่อเสียงซึ่งตั้งอยู่กลางกรุงโตเกียว สอนด้านการแต่งหน้า นวดหน้า ทำผม ฯลฯ ซึ่งสถาบันเป็นที่ยอมรับโดยรัฐบาลญี่ปุ่นและสามารถออกใบรับรอง เพื่อนำไปประกอบอาชีพเกี่ยวกับความงามต่างๆ ได้

เราเล่าประวัติคร่าวๆ ถึงความน่าสนใจของแบรนด์ ก็มาถึงไฮไลท์ที่เราจะมาลองนวดกัน ซึ่งต้องบอกว่าที่นี่ไม่ใช่คลินิกความงามแบบที่เราอาจจะคุ้นเคย แต่เป็นซาลอนนวดหน้าจากญี่ปุ่นที่ใช้วิธีการดูแลผิวฉบับชาวญี่ปุ่นแท้ๆ ที่นี่เค้าจะมีการนวดหลักๆ 4 แบบ (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของเรา) อย่างลีน่าเองมาลอง Essential Facial เป็นการนวดล้างสารพิษหรือดีท็อกซ์ผิว บำรุงฟื้นฟูสภาพผิวจากความเหนื่อยล้า หรือกำลังมีปัญหาผิวอย่าง ผด สิวอักเสบ ความแห้ง ผิวไม่กระชับ ฯลฯ คนที่มีปัญหาสะสมยิ่งเหมาะมากๆ หรือซื้อครีมมาแพงแค่ไหนก็ไม่ได้ผล ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากครีมซึมลงสู่ผิวได้ไม่ดี หรือคนที่ทำความสะอาดผิวหน้ามากเกินไปจนผิวไม่มีภูมิคุ้มกัน ผิวก็เกิดอาการอ่อนแอลง การนวดวิธีนี้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่าได้ดียิ่งขึ้น และถ้านับเป็นขั้นตอนการนวดจะมีทั้งหมด 10 ขั้นตอนในเวลา 70 นาที ฟังแบบนี้เหมือนนานใช่ม่ะ แต่พอนวดจริงๆ มันสบายจนลืมเวลาเหมือนลีน่าแน่นอน

เค้าจะเริ่มให้เราถก เอ่ย ถอดชิ้นส่วนด้านบนก่อน เนื่องจากการนวดที่นี่ไม่ได้นวดแค่หน้านะ แต่จะไล่ไปตั้งแต่ศีรษะถึงช่วงไหล่ เพื่อเป็นการนวดกระตุ้นระบบการทำงานของต่อมน้ำเหลือง ช่วยลดการสะสมของสารพิษในร่างกายได้ จากนั้นก็ขึ้นเตียงคลีนหน้า

ที่เห็นหน้าขาวๆ แบบนี้ไม่ต้องตกใจ นี่เป็นโคลนทำความสะอาดที่ไม่ได้มีไว้บำรุงแต่เป็น Double Cleansing ล้างพวกสารเคมีหรือสีตกค้างที่เกิดจากเครื่องสำอาง จึงช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้ล้ำลึกขึ้น รวมถึงพวกเม็ดผดต่างๆ ตัวนี้ก็ช่วยได้ เราเลยแอบถ่ายกระปุกโคลนมาส์กมาให้ดู อิอิ

ระหว่างที่เรานอนรอตัวโคลนที่พอกไว้ทำงาน (ไม่เกิน 10 นาที) ก็จะเสริมด้วยการอบเรา หมายถึงอบไอน้ำธรรมชาติพ่นบริเวณผิวหน้าเรา ซึ่งไม่เจ็บ ไม่ร้อนนะจ๊ะ คล้ายๆ อโรม่าอย่างนึง ออกจะสดชื่นผิว และอย่างที่บอกว่างานมือ! พี่พนักงานก็จะนวดศีรษะให้เรา อ้าวววว สบายไปอีก

ได้เวลาคลีนโคลนที่เราพอกไว้ จากนั้นงานมือก็มาอีกครั้งด้วยการนวดเราพร้อมกับการดื่มด่ำความหอมชวนผ่อนคลายของอโรม่า อันนี้หอมจริงไม่มีอวยค่ะคุณ ต่อด้วยการนวดบริเวณคอไปถึงช่วงไหปลาร้าเพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนภายในร่างกายเรา

อีกหนึ่งความเด็ดดวงที่เราอยากกลับมาที่นี่อีกคือ เจ้าเครื่องดูดสิวเสี้ยนนี้แหละ ไม่เจ็บเลยแต่สนุกมาก และนี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงของเรา อื๊ยยยย เห็นม่ะซากต่อมไขมันส่วนเกิน (ใครอ่านตอนกำลังกินข้าวต้องขออภัยด้วย แหะๆ) จากนั้นพี่พนักงานจะนวดไปพร้อมๆ กับโจโจ้บา ออยล์ โดยเน้นกดจุดน้ำเหลือง คล้ายการดีท็อกซ์ผิวเราอย่างนึง และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพื่อส่งผลต่อผิวที่ดีจากภายใน

และอย่างที่เราโปรยไปในหัวข้อว่าเราจะมาแรปจ้า แต่ไม่ได้มาร้องเพลงเด้อ จะมามาส์กหน้าบำรุงผิวด้วยมาส์กโคลนสีเขียว (เราแอบโจ้งๆ ถ่ายกระปุกมาให้ดูอีกเช่นกัน) ซึ่งจริงๆ ก่อนที่จะแรปตามภาพที่เห็น เค้าจะปิดตาเราอ่ะนะ แต่เราขอว่าอย่าปิดตานู๋ได้ไหม แบบว่าอยากถ่ายรูปมาฝากแฟนๆ GD อ่ะนะ 

ความรู้สึกในขณะที่ให้เนื้อมาส์กซึมลงสู่ผิว ไม่เจ็บ ไม่ปวดอะไรนะสาวๆ หายใจสะดวก ไม่รู้สึกอึดอัด แถมยังได้รู้เซลฟี่ฮาๆ แบบนี้ไปอีก มาที่น้องมาส์กตัวนี้จะเป็นตัวบำรุงให้ผิวเราชุ่มชื้น ลดผดผื่น และฟื้นฟูผิวเราจากมลภาวะภายนอก

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดหลังทำความสะอาดมาส์กออก งานมือก็มาอีกครั้งด้วยการนวดเน้นช่วงท้ายทอย ลงไปถึงไหล่ช่วงบน (ซึ่งจุดนี้ถ้าใครเป็นไตแข็งๆ แสดงว่าคุณต้อง Relax ตัวเองได้แล้วนะ) เป็นการผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์แบบ

และนี่คือผิวหน้าของเราหลังทำ ก็ไม่ต้องตีอกชกท้องนะว่ารอยไม่เห็นหายเลย ซิสจ้ารอยมันต้องไม่หายอยู่แล้ว ต้องใช้เวทมนตร์เท่านั้นถึงหายวับกับตา แต่ที่เราสัมผัสได้จริงๆ คือบริเวณรอยสิว หรือตรงที่อุดตันมันมีความซอฟล์ลง และรู้สึกถึงความแน่นของผิว

การนวดแบบเราไม่ได้เป็นการนวดแบบประโคมอาหารให้ผิว แล้ว 3 วันก็จากเราไปผิวก็กลับมาสู่จุดเดิม แต่ที่นี่จะเน้นการส่งเสริมพัฒนาผิวธรรมชาติของคนที่เข้ามานวดเอง และบำรุงเพื่อฟื้นให้ผิวดีขึ้นเรื่อยๆ จนผิวดีคงดี อย่างปลอดภัย ไม่มีการใช้สารเคมีหรือเครื่องมือใดๆ เข้าไปกระตุ้นหรือต่อต้านธรรมชาติของการสร้างของเซลล์ผิวของเรา ซึ่งหากทำอย่างต่อเนื่อง ผลที่เราได้คือพอเราบำรุงอะไรลงไป ผิวเราก็จะรับสารอาหารหมด ไม่ผลักหรืออุดตันอยู่ใต้ผิว เนื่องจากผิวของเราได้รับการบำรุง การนำพาสารอาหารจึงซึมได้ลึกในชั้นผิวนั่นเอง หลังจาก 2 วันนับจากวันที่เรานวด สิ่งที่เราสัมผัสได้จริงๆ ไม่ได้ค่านายหน้าเลยนะ คือผิวเราดูนุ่ม และแน่นขึ้น เวลาทาสกินแคร์จะรู้สึกจริงๆ ว่าผิวมันเรียบขึ้น แต่อย่างที่บอกว่าต้องทำต่อเนื่อง เดือนละ 2 ครั้งกำลังดีจ้า

อ่ะ! อยากรู้ล่ะสิว่าราคาเท่าไร เราใจดีบอกให้ อย่าง Essential Facial ที่เรานวดจะอยู่ที่ครั้งละ 3,800 บาท (ส่วนลดขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ทำจ้า) จริงๆ ที่นี่มีอีกวิธีการนวด Kohaku Facial ที่ใช้อำพันมาช่วยเสริมการนวดมือ ได้ยินมาว่าดีงามมากกกกกก ไว้วันหลังเราต้องมาลองให้ได้!

อายแชโดว์ราคาไม่เกิน 800 กับเฉดสีที่เลียนแบบลุครันเวย์ได้สบาย

ไอเทม(ไม่)ลับที่ควรมีติดกระเป๋าแล้วชีวิตจะง่ายขึ้น

More story