• By /
  • 3 July 2015
  • 12:36

View 520 / Share

Dehydrated Skin แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าผิวเริ่มขาดน้ำ

BEAUTY/Skin Care - Dehydrated Skin แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าผิวเริ่มขาดน้ำ

บางครั้งเราอาจแยกไม่ออกว่า ผิวแห้งและผิวขาดน้ำนั้นต่างกันอย่างไร GirlDaily ขออธิบายง่ายๆ ว่าผิวแห้งนั้นเมื่อสัมผัสจะรู้สึกได้ว่าผิวมีความหยาบกร้านขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิว (Lipid) ที่สมดุล เมื่อลองใช้นิ้วกดเบาๆ ลงบนผิว ผิวจะไม่มีการเด้งกลับ ไม่มีความยืดหยุ่น รู้สึกว่าผิวขาดความกระชับตึง พร้อมสัมผัสได้ถึงความหยาบกร้านของผิว ต้องระวังว่าสาวๆ อาจกำลังเผชิญกับปัญหาผิวขาดน้ำ (Dehydrated Skin) ซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดในผิวชั้น Stratum Corenum ที่มีความชุ่มชื้นน้อยและสูญเสียความชุ่มชื้นได้มากกว่าปกติ จนทำให้โครงสร้างของเซลล์ผิวเกิดการอ่อนแอ ไม่แข็งแรงและขาดสมดุล

ลองมาดูเพิ่มเติมว่าปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ผิวขาดน้ำ

1. วัยที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ระยะเวลาการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกลดลง เมื่ออายุมากขึ้นก็จะเกิดการสึกหรอและฉีกขาดบนชั้นผิวมากขึ้น จนทำให้เซลล์ผิวชั้นนอกมีอายุมากขึ้นและหยาบกร้านขึ้น มองเห็นชัดเจนและรู้สึกได้ถึงผิวที่แห้งกร้าน โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่อายุเกิน 45 ปี ขึ้นไปผิวจะลดการผลิตน้ำมัน เนื่องจากการลดลงของระดับเลือดของฮอร์โมนที่เกิดจากต่อมหมวกไต Dehydropeiandrosterone (DHEA) ในผิว ฮอร์โมนชนิดนี้จะเปลี่ยนรูปเป็นฮอร์โมนซึ่งควบคุมการผลิตน้ำมันของต่อมไขมัน แต่ก็ใช่ว่าสาววัยรุ่นหรือวัยทำงานจะไม่มีวันประสบปัญหาผิวขาดน้ำนะ  

2. ความเครียด อาจดูไม่น่าเกี่ยวข้องกันกับปัญหาผิวขาดน้ำ แต่ความเครียดส่งผลให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุลและการทำงานของอวัยวะต่างๆ ไม่เต็มประสิทธิภาพ 

3. แสงแดดและความชื้นสัมพัทธ์ มลภาวะ รวมถึงสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยจนทำให้ผิวปรับสภาพตามไม่ทัน

4. การอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาหรือโดยสารเครื่องบินเป็นประจำในการเดินทาง

5. การดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ  

 

แล้วจะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างไร

นอกจากการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นแล้ว ยังมีวิธีง่ายๆ ในการรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว นั่นคือ การดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้ได้ 1 -1.5 ลิตร ในหนึ่งวัน เพิ่มการทำทรีทเม้นต์ดูแลผิวบ้างอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้งเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต พร้อมรับสารบำรุงผิว รวมถึงการลดเครื่องดื่มคาเฟอีนและแอลกอฮอล์เพื่อลดการสูญเสียน้ำภายใต้ผิว หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนในการล้างหน้าหรืออาบน้ำเป็นประจำต่อเนื่องยาวนานเกินไป เพิ่มวิตามินเอ วิตามินอี อาหารประเภทปลาและธญพืชก็ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้เช่นกัน 

 

ขอบคุณภาพนางแบบ Velora จาก นิตยสาร Ray Thailand 

ช่างภาพ smit

แต่งหน้า อณุภา แสวงทรัพย์

ทำผม    ศราวุธ บุญมี 

รีวิวโทนเนอร์ เอสเซนส์ โลชั่นสูตรน้ำ มันต่างกันไหม แล้วใช้ยังไง?