View 6.42K / Share

นี่คือการทดลองที่ทำให้เราต้องหยิบน้ำตบมาตบหน้าเดี๋ยวนี้! #อายุผิวน้อยกว่าอายุจริง

BEAUTY/Skin Care - นี่คือการทดลองที่ทำให้เราต้องหยิบน้ำตบมาตบหน้าเดี๋ยวนี้! #อายุผิวน้อยกว่าอายุจริง

กลัวผิวแก่อย่างแรง เลยต้องรีบหยิบน้ำตบคลาแรงส์มาตบหน้าผัวะๆ ณ บัดนาว หลังจากได้ดูการทดลองสุดช็อก ช่วยเบิกเนตรการใช้สกินแคร์ให้ได้ผลสูงสุด เป็นอย่างไรขอให้สาวๆ รีบอ่าน!

การทดลองสุดช็อก!

สาวๆ คะ เห็นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีตัวเลข 25+ 35+ และ 45+ นี่มั้ยคะ? นั่นแหละค่ะ เดากันถูกแน่เลย ตัวเลขที่บอกนั้นก็เปรียบได้กับอายุของคนเรานั่นเองค่ะ โดยจะเห็นได้ว่าแผ่นที่มีตัวเลข 25+ นั้นหยดน้ำดูซึมลงแผ่นกระดาษเป็นวงกว้าง ส่วนแผ่นที่ 35+ ก็จะเห็นว่าหยดน้ำที่หยดลงไปบนแผ่นกระดาษ ยังดูเป็นหยดกลมๆ อยู่ แต่ก็มีการซึมลงแผ่นกระดาษบ้างเล็กน้อย ในขณะที่เรื่องสยองหลายบรรทัดของเราคือแผ่นที่ 45+ ค่ะ! เห็นหยดน้ำมั้ยคะ? มันกลมดิ๊กเหมือนน้ำกลิ้งบนใบบอน ไม่ซึมเลย ฉันใดก็ฉันนั้น ผิวเราก็เช่นกัน

คลาแรงส์บอกว่า...

การทดลองนี้หลายคนอาจจะมองออกว่ากระดาษที่หยิบมาเขียนจำนวนตัวเลขในแต่ละแผ่นนั้นมันเป็นกระดาษที่มีความหนาคนละแบบกัน ซึ่งนี่ล่ะค่ะที่คลาแรงส์ต้องการจะสื่อสารกับเราว่า ผิวของเราก็เหมือนกระดาษที่เห็นนี้นี่ล่ะ ผิวของเราในทางกายภาพนั้นจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันห่อหุ้มเราจากมลภาวะต่างๆ ผิวหน้าก็เหมือนกัน ผิวหน้าก็คือด่านแรกที่จะปกป้องเราจากการถูกรุกราน ไหนจะเครื่องสำอางเมคอัพที่เราประโคมลงบนผิวนั่นก็ตัวรุกรานผิวเช่นกัน ซึ่งผิวเราจะต้องพยายามปกป้องเราด้วยการ “ล็อคผิว” จากการรุกรานจากมลภาวะต่างๆ ด้วยการสร้างกำแพงขึ้นมา แต่ๆๆๆ การตั้งกำแพงขึ้นมาล็อคผิวก็พาลไปทำให้สารบำรุงผิวในสกินแคร์ที่เราหยิบมาใช้ ไม่ว่าจะครีม จะเซรั่ม ก็ซึมเข้าผิวได้ยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุเราเพิ่มขึ้นไงล่ะ

นี่คือสาเหตุที่เราต้องใช้ “น้ำตบ”

ทรีทเม้นต์โลชั่น คือภาษาสากล แต่บ้านเราเรียกน้ำตบกันเนาะ เป็นอันว่าเรียกแล้วสาวไทยทุกคนเข้าใจตรงกัน น้ำตบจะเข้าไปทำหน้าที่ปลดล็อคกำแพงผิว เพื่อทำให้สารอาหาร สารบำรุงผิวอื่นๆ ทั้งจากเซรั่มก็ดี มอ่ยส์เจอร์ไรเซอร์ก็ดี ซึมลงสู่ผิวได้ง่ายขึ้น เหมือนเปิดบ้านแล้วจูงมือกันพาลงไปในชั้นผิวไงล่ะ นี่จึงเป็นสาเหตุที่สาวๆ ยุคใหม่ (ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม) ต้องหยิบน้ำตบมาใช้ก่อนการบำรุงผิวทุกครั้ง! ย้ำว่าทุกครั้งนะ ถ้าอยากให้การบำรุงผิวทุกขั้นตอนนั้นได้ผลอย่างสูงสุด

ชัดเจนทราบแล้วเปลี่ยน!

ขอบคุณคลาแรงส์ที่อธิบายหลักการดูแลผิวนี้ให้เราเข้าใจกันอย่างกระจ่างแจ้ง ว่าแล้วก็ต้องช่วยนางขายของหน่อยสิ ของดีน่าใช้ขนาดนี้เราก็อยากแนะนำอยู่แล้ว เราได้ขวดนี้ไปทดลองค่ะ ขวดสีส้ม Extra-Firming Treatment Essence ต้องบอกว่าเท็กซ์เจอร์ชุ่มชื่นมากเลยทีเดียว แต่พอตบๆ ไปจนทั่วผิวสักพักก็ซึมหายนวลเนียนผิวนุ่มดีจัง

มีทั้งหมด 3 สูตรให้เลือก

ขวดสีชมพู สูตร Multi Active Treatment Essence Vitality ราคา 1,900 บาท

เน้นความเปล่งประกายสดใสของผิวตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเซลล์พลังงานในผิวให้เกิดความสมดุลยิ่งขึ้น อย่างสาวๆ วัยทเวนตี้ซัมติงใช้ ก็จะช่วยบาลานซ์ผิวให้ไม่มันเกินไปไม่แห้งเกินไป

ขวดสีส้ม สูตร Extra-Firming Treatment Essence Bounciness ราคา 2,250 บาท

ขึ้นเลข 3 หรือยังไม่ขึ้นแต่กังวลเรื่องริ้วรอยแล้ว อยากสกัดไว้ก่อนจะใช้สูตรนี้เลยก็ไม่ผิดกติกา สูตรนี้จะช่วยกระชับผิวให้เนียนนุ่มและเปล่งปลั่ง

ขวดสีแดง สูตร Super Restorative Treatment Essence Smoothness ราคา 2,950 บาท

หมายความว่าเฉพาะสาววัยเลข 4 อัพเท่านั้นหรือ? ที่จริงก็ไม่เชิงนะ แน่ล่ะว่าวัย 4 ขึ้นก็ต้องใช้ขวดนี้แล้ว แต่สำหรับคนผิวแห้ง หรือผิวหยาบกร้านก็กระโดดมาใช้สีนี้ก่อนได้ เพราะสูตรนี้จะช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนจากไฟโปรบลาสท์ เสริมสร้างชั้นผิวให้อวบอิ่มและกระจ่างใสยิ่งขึ้น  ปล.ใช้สูตรนี้แสดงว่ามีฐานะมั่นคงแล้วไง อิอิ...!!! 

3 ออยล์ที่เหมาะกับคนผิวแพ้ง่าย จะได้ชนะกับเค้าซ่ะที!