View 832 / Share

ออยล์บำรุงผิวแนวใหม่ ผิวดีเหนือชั้นไปอีก ใครไม่ชอบก็ต้องเปลี่ยนใจ ป.ล.อากาศเปลี่ยนสกินแคร์ก็ควรเปลี่ยน

BEAUTY/Skin Care - ออยล์บำรุงผิวแนวใหม่ ผิวดีเหนือชั้นไปอีก ใครไม่ชอบก็ต้องเปลี่ยนใจ ป.ล.อากาศเปลี่ยนสกินแคร์ก็ควรเปลี่ยน

2-3 ปีที่ผ่านมาเราเริ่มทำความรู้จักกับการใช้ออยล์บำรุงผิวกันมากขึ้น ใครที่ปลื้มการใช้ออยล์อยู่แล้วก็คงจะรู้ว่ามันเริดจริง แต่คนที่ไม่เคยใช้ หรืออาจจะไม่ประทับใจอาจจะต้องเปลี่ยนความคิด ซีซันนี้เราพบ 3 ไอเท็มนี้ที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ของออยล์บำรุงผิว ที่เหนือกว่าการเป็นแค่ออยล์ทั่วไป และผลลัพธ์ที่ทำให้ผิวดีขึ้นแบบเหนือขึ้นไปอีก

ดูเหมือนว่าเทรนด์ผิวหน้าโกลว์จะฮ็อตขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการใช้รองพื้น เบสเมคอัพ แต่พื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการมีผิวโกลว์ฉ่ำสวยที่แท้ทรูก็คือผิวจริงๆ ของเรานี่แหละ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน มันต้องเกิดจากการดูแลผิวแบบทั้งระบบ ทั้งองค์รวม ตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดเลยทีเดียว และขั้นตอนของการใช้ออยล์ก็ดูจะเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยให้เราไปถึงจุดนั้นได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับผิวโกลว์ฉ่ำที่ดูมีออร่าเปล่งประกาย มองดูแล้วมีความฉ่ำน้ำตลอดเวลานั้น ในช่วงระยะหลังๆ เราได้เรียนรู้กันมาว่าการใช้ออยล์บำรุงผิวนี่ล่ะ จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเคลือบคลุมผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด 

คือต้องทำความเข้าใจกับคนที่ยังไม่เคยใช้ออยล์บำรุงผิวนะ ว่าสำหรับออยล์บำรุงผิวแล้ว มันไม่ใช่มอยส์เจอไรเซอร์ คือมันอาจจะให้ความชุ่มชื้นผิวพอได้ประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังคนละแบบกับที่ได้จากมอยส์เจอไรเซอร์จริงๆ แต่ออยล์จะซึมลงไปได้ค่อนข้างลึกและมันก็จะไปทำหน้าที่กักเก็บ เป็นเหมือนเขื่อนกั้นความชุ่มชื้นไม่ให้ออกไปเร็วเกินไป ออยล์จะไปเคลือบคลุมผิวเพื่อปกป้องผิวมากกว่า รวมทั้งให้ความนุ่มลื่น ดังนั้นสิ่งที่เรารู้สึกได้ทันทีเมื่อใช้ออยล์คือ ผิวจะนุ่มและลื่นขึ้นทันที (ลื่นในที่นี้คือออยล์ซึมลงไปหมดแล้ว ไม่ใช่ลื่นเพราะความลื่นของออยล์นะ)

และความดีงามกว่านั้นคือ ออยล์จะอัดแน่นไปด้วยสารอาหาร กรดไขมัน และ แอนตี้ออกซิแดนท์ ข้อดีของมันอีกอย่างก็คือ ออยล์จะช่วยให้ผิวดูดซึมสารอาหารผิวต่างๆ ได้ดีขึ้นด้วย ดังนั้นถ้าผิวของใครที่ยังไม่เริดอย่างที่ฝันไว้จากการใช้เซรั่มและมอยส์เจอไรเซอร์เท่านั้น ก็ลองเพิ่มออยล์เข้าไปอีกขั้นตอนสิ เดี๋ยวนี้มีทุกแบรนด์เลยทีเดียว

 แต่สำหรับความบียอนด์ เหนือชั้นขั้นกว่าไปอีกของสกินแคร์ที่เราตื่นเต้นมาก ก็คือทั้ง 3 ไอเท็มนี้มีไอเดียและเทคโนโลยีใหม่ในการทำให้การใช้ออยล์มันเหนือระดับขึ้นไปอีก 

Guerlain Abeille Royale Youth Watery Oil (30 ml./4,150 บาท) 

ขวดนี้อาจจะไม่ใช่การเอาน้ำกับน้ำมันผสมรวมกันในขวดเดียว แต่ความที่ทำให้ขวดนี้จัดอยู่ในความเหนือกว่าออยล์ทั่วไปก็คือ เท็กซ์เจอร์ที่บางเบาดุจน้ำ แต่ให้ความชุ่มชื้นนุ่มลื่นดุจน้ำมัน และทำหน้าที่ซึมซาบบำรุงล้ำลึกดุจเซรั่ม 

คุณลักษณะพิเศษ : ความพิเศษกว่าการเป็นแค่ออยล์บำรุงผิวคือ ขวดนี้มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Black Bee Repair Technology ด้วยส่วนผสมจากผลผลิตของผึ้ง 3 ชนิด (ก็น่าจะเห็นที่ขวดนะ ผึ้งสีทองอร่ามเชียว) ทั้งน้ำผึ้งบริสุทธิ์จากเกาะอูซอง ประเทศฝรั่งเศส และ Guerlain Royal Jelly 

เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์แอนไทเอจจิ้งตัวแรก 

วิธีการใช้ : เป็นขั้นตอนแรกก่อนการลงเซรั่มก็ได้ คือเป็น Pre-Serum นั่นแหละ เพราะมันจะลงไปอัพผิวให้เปล่งประกายสดใส รู้สึกสดชื่นกระชับทันที หรือจะลองหยดลงในรองพื้นที่ใช้เป็นประจำ ก็จะช่วยให้ผิวหน้าโกลว์ใสกระจ่าง ดูอ่อนเด็กลง 

GD Test : ดีงามพระรามแปดเก้าสิบสิบเอ็ดสิบสองสิบสาม ตอนแรกดูจากขวดและสีก็แอบปรามาส ว่ามันไม่น่าจะเบาอะไร ก็น่าจะเท็กซ์เจอร์ออยล์นี่ล่ะ แต่แค่หยดลงมือก็ตะลึง มันจะมีเม็ดสีทองๆ ผสมอยู่  ซึ่งเกอร์แลงบอกว่ามันคือ Micro Pearl ที่จะทำงานเมื่อถูกปลายนิ้วสัมผัส โดยให้ความชุ่มชื้น อิ่มเอิบและเปล่งประกาย สิ่งที่เราประทับใจมากคือมันซึมลงสู่ผิวเร็วมากจริงๆ แล้วพอลองลูบไล้ผิวดู ผิวมีความนุ่มนวล ลื่นนุ่มนิ่ม ส่องกระจกดูก็เห็นความโกลว์เปล่งปลั่งได้ทันที โดยที่ไม่รู้สึกมันเยิ้มใดๆ ทั้งสิ้น อเมซิ่ง!!! 

LANEIGE Water Bank Double Layering Oil (1,450 บาท) 

เรารู้กันดีว่าสำหรับลาเนจแล้ว ความชุ่มชื้นต้องมาอันดับหนึ่ง สำหรับขวดนี้ลาเนจคิดค้นพัฒนาให้เหนือระดับกว่าการแค่ให้ความชุ่มชื้นจากน้ำ แต่ผสานพลังการเก็บกักความชุ่มชื้นของน้ำมันรวมไว้ในขวดเดียว โดยใช้น้ำมันให้เป็นประโยชน์อย่างที่เราได้บอกไปถึงประโยชน์ของออยล์ในตอนต้น นั่นคือการช่วยเคลือบคลุมผิว เป็นปราการป้องกันความชุ่มชื้นไม่ให้สูญเสียไป จึงทำให้ความอิ่มน้ำของผิวอยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ผิวเมื่ออิ่มน้ำตลอดเวลามันก็จะเป็นผิวที่สุขภาพดีไปโดยปริยายนั่นเอง 

คุณลักษณะพิเศษ : น้ำมันจะเป็นตัวช่วยนำพาความชุ่มชื้นของน้ำแร่ใต้ทะเลลึกที่มีแร่ธาตุสำคัญต่อผิว ซึมซาบสู่ผิวชั้นลึกได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้ผิวอิ่มเอิบยาวนาน แม้ในสภาพอากาศที่แปรปรวน 

เหมาะกับ : ทุกสภาพผิวโดยเฉพาะผิวที่ขาดน้ำง่าย ไม่สมดุล โดยเฉพาะในช่วงสภาพอากาศที่แปรปรวน ร้อนบ้าง หนาวบ้าง อากาศแห้งบ้าง ชื้นบ้าง 

วิธีการใช้ : เขย่าให้น้ำกับน้ำมันรวมตัวกัน แล้วหยดใส่ฝ่ามือ 4-5 หยด แล้วถูให้ทั่วฝ่ามือ จากนั้นกดนวดให้ทั่วผิวหน้า 

GD Test : ดีงามมากเวอร์! ไม่รู้สึกถึงความเหนอะหนะ หรือเคลือบผิวให้เหนอะหนะแบบออยล์ที่เคยใช้ ผิวรู้สึกสดชื่นนุ่มนวลยาวนาน แนะนำว่าใช้แค่เฉพาะกลางคืนก็ได้สำหรับคนผิวมัน แต่ถ้าผิวแห้งจะใช้ทั้งเช้าเย็นก็ได้ 

*วางขายเดือนพฤศจิกายน

Kanebo Skin Gloss Oil Water (50 ml./2,200 บาท) 

มาดูทางฟากฝั่งญี่ปุ่นกันบ้าง คาเนโบ้เองตั้งแต่ปรับเปลี่ยนอะไรใหม่ สร้างแบรนด์ที่เป็นชื่อแบรนด์คาเนโบ้ขึ้นมาจริงจังก็มีผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพเวอร์วังน่าใช้อยู่หลายไอเท็ม และขวดนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น 

คาเนโบ้บอกว่านี่คือผลิตภัณฑ์ปรนนิบัติผิวเป็นพิเศษ "Rhythm of beauty" โดยออกแบบมาให้ใช้ได้ทั่วร่าง ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม โดยเอสเซนส์สีชมพูและออยล์ใสจะทำให้ผิวสว่างสดใส ออยล์สัมผัสนุ่มพร้อมด้วยเอสเซนส์สีชมพูที่ให้ความชุ่มชื้น จะทำให้ผิวนุ่มฟู และดูดซึมสารที่มอบความนุ่มลื่นลงสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ให้ผิวมีน้ำมีนวล ดูกระจ่างใส ผสานความชุ่มชื้นและฉ่ำวาวไว้ด้วยกันอย่างลงตัว 

คุณลักษณะพิเศษ : มีส่วนผสมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความชาญฉลาดของธรรมชาติ โอลีฟฟรุตออยล์ และสารสกัดอีฟนิ่งพริมโรส ส่วนสีชมพูคือเอสเซนส์บำรุงผิว และส่วนใสคือออยล์บำรุงผิว 

วิธีการใช้ : เขย่าให้เอสเซนส์และออยล์รวมตัวกัน หยดใส่ฝ่ามือ 3-4 หยด ลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า โดยใช้เป็นขั้นตอนหลังจากลงเซรั่ม 

เหมาะกับ : หญิงสาวทุกคนที่ต้องการให้ผิวดูเปล่งประกายมีชีวิตชีวา 

GD Test : กลิ่นหอมมากกกกกกก Rhythm of beauty ที่แท้ทรู ลูบไล้ไปจะรู้สึกผิวนุ่มลื่นแบบผิวที่นุ่มชุ่มชื้น ไม่ใช่ผิวหน้ามัน ส่วนกลิ่นที่หอมเฟมินีนรู้สึกถึงความเป็นหญิงสาวนั้น เป็นกลิ่นจาก Teatopia กลิ่นดอกไม้และผลไม้นานาพันธุ์ 

เซรั่มเดิมยังดีไม่พอ ไอเดียใหม่ต้องผสมสด เบิ้ลเลเยอร์ให้บำรุงทะลุทะลวงทุกชั้นผิว

11 มอยส์เจอร์ไรเซอร์ออกใหม่สุดเลอค่าที่เราจัดให้ทุกวัย ทุกสภาพผิว