View 13.46K / Share

นี่คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2017 จัดเลยผิวดีทั้งปี 2018 แน่นอน

BEAUTY/Skin Care - นี่คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดแห่งปี 2017 จัดเลยผิวดีทั้งปี 2018 แน่นอน

ผิวสุขภาพดีต้องเป็นผิวที่ชุ่มฉ่ำ อิ่มน้ำ ดูมีชีวิตชีวานะคะซิส และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีก็ช่วยได้มากกกกกก....ถึงมากที่สุด ยิ่งเป็นของดีของเริดยิ่งก็จะเห็นผลลัพธ์กันแบบทันใจเลยทีเดียว

ต้องขอทำความเข้าใจกับคุณผู้อ่านสักนิด ด้วยความที่ปัจจุบันนี้มอยส์เจอร์ไรเซอร์มีมากมายหลายสูตร ที่ออกแบบมาเฉพาะสภาพผิวก็มากมาย หลายเรตราคา แตกไลน์แยกย่อยไปมากมาย แต่เราขอสรุปเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่อยู่ในความกลางๆ อย่างผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสมก็ใช้ได้ มีสิวก็ใช้ได้ไม่สร้างปัญหา ให้ความชุ่มชื่นผิวแบบตรงๆ เลย เป็นกระปุกแบบที่ใครก็หยิบใช้ได้  

ตลอดปี 2017 ที่ผ่านมาเราได้ลองใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์มาหลายรุ่น หลายแบรนด์ และนี่คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เราขอชาบู ยกให้เป็น 3 มอยส์เจอร์ไรเซอร์ "ออกใหม่" ที่ดีที่สุดแห่งปี และ 1 ในนี้เราขอตัดสินให้มงฯ ลงไปเลยค่ะซิส อีก 2 ก็จัดเป็นรองอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับ แต่ก็แอบขอพ่วงตำแหน่งขวัญใจเราเพิ่มเข้าไปด้วย เป็นช้อยส์ให้สาวๆ มีตัวเลือกมากขึ้นไงล่ะ 

และมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดจนมงฯ ต้องลงในปีนี้ได้แก่......

Sisley Black Rose Skin Infusion Cream (ขนาด 50 ml./6,300 บาท) 

นี่คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีงามที่สุดในสามโลกประจำปีนี้ ทั้งเท็กซ์เจอร์ กลิ่น การซึมซาบสู่ผิว ผลลัพธ์ที่ได้ทั้งผลลัพธ์ในทันที และผลลัพธ์หลังใช้เกินสองสัปดาห์ นี่คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับผู้หญิงทุกคน ทุกวัย ใช้ได้หมดถ้าคุณต้องการเติมความอิ่มเอิบชุ่มชื่นผิว โดยที่ไม่รู้สึกถึงความเหนียวเหนอะ หนักหน้าแต่อย่างใด ด้วยเท็กซ์เจอร์ที่เห็นว่าเป็นเนื้อครีมสีม่วงอ่อนๆ แต่เมื่อเกลี่ยลงบนผิวจะให้ความรู้สึกละลายเป็นน้ำซึมซาบสู่ผิวได้ทันที 

ผิวดูสดฉ่ำที่ไม่ใช่แค่ชุ่มชื่น แต่ดูมีความเฮลธ์ตี้โกลว์ ผิวดูเปล่งปลั่งสดใสมากจริงๆ

ถ้าใครเป็นแฟนหรือรู้จักซิสเล่ย์มานาน คงทราบกันดีว่าในตระกูลแบล็คโรสที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่าง มาส์ก หรือออยล์นั้น ติดอันดับและได้รับการรีวิวติด 5 ดาวมายาวนานนับตั้งแต่วางจำหน่าย เมื่อมีข่าวว่ามอยส์เจอร์ไรเซอร์ตัวนี้จะออกมาเท่านั้นล่ะคุณเอ๊ยยยย... ผู้ที่เคยใช้แบล็คโรส(รวมทั้งเราด้วย) ต่างก็ตื่นเต้นกะตู้วู้กันหนักมาก แฟนคลับนี่พร้อมเปย์ตั้งแต่ยังไม่ทันจะวางขายแล้ว โดยที่ไม่สนใจด้วยว่าจะเปิดมาในราคาเท่าไหร่ ซึ่งราคาที่เปิดมาก็ถือว่าดีงามยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมันไม่ได้สูงอย่างที่คิด (เมื่อเทียบกับเรตราคาไอเท็มต่างๆ ของซิสเล่ย์นะคะซิส อย่าเพิ่งทำหน้าช็อกกันว่าครีมกระปุกละหกพันนี่ไม่สูงหราาาาา) 

ความดีงามนอกจากสารอาหารผิวที่อัดแน่นและเลอค่าแล้ว กลิ่นก็ยังเป็นจุดขายสำคัญของกระปุกนี้ด้วย นั่นคือนางเคลมว่า กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ช่วยให้มีความสุข สงบ และคลายเครียด อีกด้วยนะ  

สำหรับคนที่งบถึง เราขอแนะนำให้ลองจริงๆ นะ เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ดีงามมากจริงๆ เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน และถือว่าเรตราคาออกจะเบากว่าเสียอีก 

Fun Fact : ภายใน 2 เดือนที่เปิดตัว Sisley Black Rose Skin Infusion Cream เฉพาะในเอเชียขายไปได้กว่า 15,000 กระปุก เรียกว่าทุก 5 นาทีจะขายได้ 1 กระปุกเลยก็ว่าได้ค่ะ และสำหรับในไทยก็เกิดปรากฎการณ์ขาดตลาดหมดสต็อกภายใน 2 สัปดาห์แรกของการเปิดตัวเลยทีเดียว

Fresh Vitamin Nectar Moisture Glow Face Cream (ขนาด 50 ml./1,980 บาท) 

จับมือกันในรอบไฟนอลเลย แต่ก็พลาดมงฯ ไปแบบฉิวเฉียด แม้จะน่ารักน่าคบหากว่าในด้านราคา ที่เปิดมาราคานี้ก็ถือว่าไม่สูงเลย เมื่อเทียบกับเรตราคาไอเท็มสกินแคร์ของเฟรช แต่ก็ต้องยอมให้แม่นางกุหลาบดำไปนะคะซิส 

แต่สำหรับคนที่มองหามอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ราคาไม่ทะลุเพดาน แต่ให้ผลลัพธ์คือผิวสวยโกลว์ฉ่ำ อิ่มเอิบ ก็ควรจะหยิบกระปุกนี้ใส่ตะกร้าโดยพลัน 

สิ่งที่ทำให้กระปุกนี้โดดเด่นขึ้นมาในปีนี้ ก็เป็นเพราะว่าบรรดาแฟนคลับ หรือคนที่เคยใช้มาส์กแยมส้มในตำนาน (Fresh Vitamin Nectar Vibrancy-Boosting Face Mask) มาส์กในไลน์เดียวกันที่ขายถล่มทลายไปก่อนหน้านี้แล้ว และหลายคนติดใจในความดีงาม ที่ให้ทั้งความชุ่มชื่น ผิวดูกระจ่างใส งัดผิวโทรมได้ทันที พอนางออกมอยส์เจอร์ฯ ในไลน์เดียวกันออกมา ก็เลยทำให้แฟนคลับกะตู้วู้กันใหญ่ (เหมือนซิสเล่ย์ แบล็กโรสนั่นแหละ) 

สำหรับมอยส์เจอร์ไรเซอร์สูตรนี้ ต้องบอกว่ากลิ่นหอมหวานน่ากินมาก เราว่าเหมือนกลิ่นซูกัสรสส้มเลย ใครเคยลองแล้วเห็นด้วยยกมือ มันหอมแบบขนมๆ ส้มๆ ไม่ใช่ส้มแบบน้ำส้มคั้นอะ คนละฟีล 

ซึ่งตามที่นางบอกมาคือ มีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิดที่จำเป็นต่อผิว แบบเป็นวิตามินจากผลไม้ตระกูลซิตรัสประมาณนั้น อาทิ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี 5 สารสกัดจากส้มและมะนาว แร่ธาตุต่างๆ ที่จำเป็นต่อผิว เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ครบเครื่อง 

ช่วยทำให้ผิวที่เหนื่อยล้า หน้าโทรมกลับมาโกลว์ใส เปล่งปลั่งดูมีชีวิตชีวา นางบอกว่ามีตัวกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนภายใต้ชั้นผิวด้วยนะ 

โดยรวมๆ ที่เราแนะนำว่ากระปุกนี้คือมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่น่าใช้มากๆ ก็เพราะนอกจากนางจะทำหน้าที่มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่มอบความชุ่มฉ่ำ อิ่มเอิบ อิ่มน้ำให้ผิวแล้ว หน้าที่เสริมอย่างการกู้ผิวให้กลับมามีชีวิตชีวาก็ทำได้ดี เท็กซ์เจอร์นางเข้มข้นนิดนึงนะ แต่ไม่เหนอะหนะนะอย่าตกใจ ใช้ได้ทุกสภาพผิว และทุกเพศทุกวัย ผู้ชายใช้ได้ผู้หญิงใช้ดี

Origins Ginzing Energy-Bossting Gel Moisturizer (ขนาด 50 ml./1,400 บาท) 

ถ้าซิสเล่ย์แบล็กโรสมีกลิ่นที่ผ่อนคลายความตึงเครียด ออริจินส์กระปุกนี้ก็มีกลิ่นที่ช่วยปลุกให้เราพร้อมรับวันใหม่ได้ทุกวัน ความโดดเด่นเรายกให้กลิ่นเลยนะสำหรับกระปุกนี้ เป็นกลิ่นที่ส้มแบบ ส้มมมมม...ส้ม เหมือนเทน้ำส้มคั้นลงไปในกระปุกเลย ส้มคนละฟีลกับเฟรชนะ แต่ถามว่าโอเคมั้ย สำหรับเรามันเป็นกลิ่นส้มที่ปลุกความสดชื่นได้ดีจริงๆ ง่วงๆ อยู่คือตื่นได้เลย ดังนั้นใช้ตอนเช้าคือดีมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ตอนกลางคืนไม่ได้นะ ใช้ได้จ้ะ แหม…กลิ่นมันไม่ได้ติดหน้านานขนาดนั้น 

อีกอย่างคือนี่เป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะกับคนเมือง เพราะนอกจากกลิ่นที่จะช่วยให้หายเหนื่อย หายเพลีย ลดความเหนื่อยล้าได้แล้ว ส่วนผสมของนางก็มีความช่วยปลุกผิวและปกป้องมลภาวะด้วยนะ คือมีทั้งส่วนผสมอย่างคาเฟอีนจากเมล็ดกาแฟ (แฮ่! นี่ไง ก็ว่าทำไมปลุกผิวได้ด้วย มีกาแฟนี่เอง) มีโสมที่ให้พลังชีวิตและความกระปรี้กระเปร่า 

ในส่วนของเท็กซ์เจอร์นั้น ก็เป็นครีมที่เนื้อนุ่มเนียนมาก เกลี่ยผิวแล้วซึมซาบสู่ผิวอย่างง่ายดายเลยทีเดียว ให้ผลลัพธ์คือผิวที่สดฉ่ำในทันที สดชื่นมากๆ ปลุกทั้งผิวปลุกทั้งฟีลได้สุดๆ 

อ้อ…นางเคลมว่าเหมาะกับผิวผสมถึงผิวมัน แต่เราว่าผิวแห้งถ้าเติมออยล์เข้าไปอีกนิดก็ใช้ได้เหมือนกันค่ะ

 

ขอแถมให้อีก 2 ตำแหน่งได้มั้ยคะซิส?

ก็ลองคิดดูสิ ขนาดมารีญาของเรายังอยู่ 1 ใน 5 เลย แล้วมารีญาของเราด้อยกว่าใครที่ไหน จริงมั้ยล่ะ เราก็ได้ลองอีก 2 กระปุกนี้และคิดว่า อืมมมมม… นางก็ใช้ดีมากมายอยู่นะคะซิส

Dior Hydralife Fresh Hydration Sorbet Creme (ขนาด 50 ml./2,900 บาท)

ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ไฮดร้าไลฟ์ ชีวิตที่แสนจะชุ่มชื่น แถมยังเป็นซอร์เบต์ กินเข้าไปทีไรก็สดชื่นทุกที แล้วถ้าผิวเราได้กินเข้าไปก็ต้องสดชื่นสิคะซิส 

ความเป็นครีมของนางไม่เหนอะหนะนะ เกลี่ยง่าย ซึมซาบลงผิวได้อย่างรวดเร็ว และทำให้ผิวอิ่มเอิบ ผิวฟูเต็มขึ้นมาทันที นางบอกว่ามีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกมาลโลว์ และใบฮาเบอร์ ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นในผิวและคงความชุ่มชื้นในผิวให้ยาวนาน 

กลิ่นนั้นก็หอมแบบสดชื่น หอมหรูหราเลอค่าสมศักดิ์ศรีดิออร์ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะแพ้ง่ายๆ พวกส่วนผสมที่แพ้กันเยอะๆ อย่าง พาราเบน ซัลเฟต ก็ไม่มี 

ผลลัพธ์ ผิวฟูนุ่มอิ่มเอิบ ปลุกความโกลว์ผิวจากภายใน ผิวดูสดชื่นมีชีวิตชีวา 

Kanebo Frosty Gelee Lotion (ขนาด 40 ml./1,500 บาท)

คนที่อยากได้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่เนื้อเบาจริงๆ คือยังไงก็ไม่อยากได้แบบหนักหน้า หรือสัมผัสแบบครีมมี่ ลองกระปุกนี้เลย หรือถ้าในช่วงซัมเมอร์อากาศร้อนบ้านเรา กระปุกนี้ก็เช่นกัน เพราะชื่อนางก็บอกอยู่แล้วว่า ฟรอสตี้ เจลลี่ เย็นสดชื่นเนื้อเจลเย็นฉ่ำ ดีงามมาก

เพราะมันเป็นมอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลลี่ ที่เปลี่ยนสภาพเป็นน้ำโลชั่นซึมซาบลงสู่ผิวทันที ให้ความรู้สึกผิวเย็นสดชื่น แถมมีกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่แสนจะผ่อนคลาย

คือกระปุกนี้เราว่ามันมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแบบชัดเจนไปเลย โปะลงไปเย็นผิว ผิวชุ่มชื้นทันที ทำหน้าที่นี้กันแบบตรงไปตรงมาเลยทีเดียว 

5 ลำดับที่เราให้เป็นสุดยอดมอยส์เจอร์ไรเซอร์แห่งปีก็ผ่านไปแล้ว แต่เราก็ยังมีขวัญใจอีก 3 กระปุกที่อยากให้ทุกคนได้ทำความรู้จัก และหลังจากที่เราได้ลองแล้วก็รู้สึกว่าต้องเอามาแนะนำกันซะหน่อยแล้วล่ะ

BLITHE Pressed Serum Crystal Iceplant for calm & cool hydration (ขนาด 50 ml./1,690 บาท)

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์นี้ "ไบลธ์" แบรนด์สกินแคร์ที่มีความเก๋ไก๋น่าสนใจจากเกาหลี ซึ่งเป็นแบรนด์ที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไปนะ อย่างในไทยก็จะมีขายเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ Sephora เท่านั้น

ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้ลองสแปลชมาส์กไปแล้วก็รู้สึกติดใจในความนวัตกรรมแปลกใหม่ ทำให้พอเห็นกระปุกนี้ก็อยากลองขึ้นมาทันที เมื่อได้ลองแล้วก็ต้องบอกว่าเป็นอีกกระปุกมอยส์เจอร์ไรเซอร์ที่ไม่ผิดหวังเลย

ความแปลกใหม่อีกอย่างคือ นางบอกว่าในกระปุกเดียวเป็นทั้งเซรั่มและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งมีสรรพคุณในการปกป้องผิวจากมลพิษ พอลลูชั่นต่างๆ

กระปุกนี้เราว่าเหมาะกับช่วงซัมเมอร์ อากาศร้อนบ้านเรานี่ล่ะ คนผิวมัน ผิวธรรมดา ลองใช้ดูสิ มันให้ความชุ่มชื้นผิวได้อย่างยาวนานเลยทีเดียว รู้สึกได้ว่าผิวมีสมดุลย์ความชุ่มชื้นทำให้หน้ามันช้าลงเยอะเลย 

Mamonde Floral Hydro Cream (ขนาด 50 ml./1,000 บาท)

กระปุกนี้นับให้ว่าเป็นของใหม่แล้วกัน ที่จริงนางมีมานานแล้ว แต่นี่คือการปรับสูตรใหม่ ให้เข้มข้นสดชื่นยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมหลักของดอกไม้ ที่ต้องมีในทุกผลิตภัณฑ์ตามคอนเซ็ปท์แบรนด์ อย่างกระปุกนี้คือดอกนาร์ซิซัส ที่ช่วยปรับสมดุลย์และเติมน้ำให้ผิวอิ่มเอิบ ซึ่งคุณสมบัติของดอกนาร์ซิซัสนี้ นางบอกว่ารากของมันจะทำหน้าที่เก็บกักน้ำให้หล่อเลี้ยงดอกให้อิ่มเอิบสวยงามได้แม้ในสภาพอากาศที่โหดร้ายหนาวเย็น แต่ไม่ต้องตกใจไปว่าเนื้อครีมจะข้นมาก จนผิวธรรมดา ผิวมันใช้ไม่ได้ มันก็ยังใช้ได้นะ และให้ความรู้สึกผิวนุ่มชุ่มชื่นตลอดวันด้วย

Kenzoki Sacred Lotus Face Cream (50 ml./4,030 บาท)

หลังจากที่แนะนำมอยส์เจอร์ไรเซอร์กลางๆ ใช้ได้ทุกคนมาเยอะแล้ว เราก็เห็นใจคนผิวแห้ง ผิวเอจจิ้งไปแล้ว จะให้ใช้กลางๆ นางก็บ่นว่ามันเอาไม่อยู่เด้อ

เอ้า งั้นลองอันนี้เลยค่ะซิส แบรนด์เคนโซกิ ที่มีขายเฉพาะในเซโฟร่าเท่านั้น เหมือนกับ BLITHE ซึ่งสำหรับกระปุกนี้แล้วต้องบอกว่าเข้มข้นมาก ด้วยสารสกัดจากดอกบัวหลวง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยลดเลือนริ้วรอย

ความกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัว ซึ่งไม่ใช่น้ำหอมที่ใส่ลงไป แต่เป็นกลิ่นจากดอกบัวตามธรรมชาติจริงๆ เวลาใช้ก็จะรู้สึกอ่อนโยนขึ้นมาทันที มีความเข้มข้นของเท็กซ์เจอร์เนื้อครีม ที่ให้ความชุ่มชื้นแบบเต็มเปี่ยมกันไปเลย เน้นๆ แน่นๆ

ผิวมันหรือยังอายุน้อยๆ จ้อยร่อยก็อาจจะยังไม่เหมาะ แต่ถ้าแตะเลขสามแล้ว หรือเป็นคนผิวแห้งโคตรๆ ก็จัดไปเลยค่ะซิส ทั้งอิ่มเอิบ กระชับ สดฉ่ำเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

ให้ของขวัญผิวด้วยสกินแคร์สายแอนตี้ ออกซิแดนซ์ตัวเด่น