View 856 / Share

บำรุงผิวฉบับอ่อนโยน จะสาวผิวแบบไหนก็ช่วยได้

BEAUTY/Skin Care - บำรุงผิวฉบับอ่อนโยน จะสาวผิวแบบไหนก็ช่วยได้

บ่นกันหนาหู ว่าสาวผิวอ่อนโยนจะบำรุงผิวทั้งทีก็หาซื้อครีมย้ากยาก เพราะถ้าเลือกใช้สกินแคร์ไม่ถูกกับผิว อาจก่อให้เกิดการอุดตัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ใครก็ไม่อยากเจอ และหลายครั้งที่คนผิวแพ้ง่ายอาจเจอปัญหาซ้ำซากไม่หายสักที หรือปัญหาที่เคยกังวลหายไป กลับมีปัญหาผิวใหม่ๆ เข้ามาอีก ครั้งนี้เราจึงจับสกินแคร์สูตรที่เหมาะกับผิวอ่อนโยนมาลิสต์ไว้ให้สาวๆ ได้กลับไปพิจารณากันดู เพราะนอกจากสกินแคร์เหล่านี้ช่วยปกป้องผิวจากการระคายเคืองแล้ว ยังมีการบำรุงผิวไปในตัวอีกด้วย ป.ล. การรีวิวครั้งนี้เป็นการรีวิวแนะนำเท่านั้น จึงควรมีการลองเทสต์กับผิวอีกครั้งก่อนใช้เพื่อเช็คสภาพผิว เนื่องจากผิวแต่ละคนมีความเซนสิทีฟแตกต่างกัน

ครีมบำรุงผิวที่ติ่งวงบิ๊กแบงต้องรู้จักดี โดยเฉพาะคนที่หลงรักโอปป้าซึงรี ซูเปอร์สตาร์เกาหลีชื่อดัง ที่เข้ามาจับธุรกิจกับเค้าบ้าง และแน่นอนมันคือธุรกิจสกินแคร์เพื่อการมีผิวสวยอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เพิ่งมีงานเปิดตัวกันไป จึงมีโอกาสได้ลองใช้ทั้งตัวมาส์กหน้า และครีมบำรุงผิวภายใต้แบรนด์ DR.Gloderm นั่นเอง ตัวที่เราแนะนำสำหรับคนผิวอ่อนโยนแต่ต้องการให้ผิวกระจ่างใสไปพร้อมๆ กับการบำรุง คือตัว Tabrx Whitening Cream ที่ถูกพัฒนาและคิดค้นโดยแพทย์ผิวหนังชั้นนำจากเกาหลี 54 ท่าน ไม่ธรรมดานะเนี่ย!

พอเปิดกระปุกมาไม่ต้องตกใจนะจ๊ะ เพราะนี่คือหนึ่งในความพิเศษที่ถือเป็นนวัตกรรมในกลุ่มสกินแคร์ คือการนำเทคโนโลยีมาผลิตให้ครีมอยู่ในรูปแบบเม็ด ลิขสิทธิ์หนึ่งเดียวของการผลิตจากเกาหลี บรรจุไปพร้อมกับเอสเซนส์เหลวใส เพื่อเติมเต็มน้ำมันตามธรรมชาติให้แก่ผิวส่วนสูตรไวเทนนิ่งตัวนี้ เป็นการลดความหมองคล้ำจากการลดการผลิตของเมลานิน และยังมีส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอย ปรับสีผิวให้กระจ่างใส ปราศจากพาราเบน แอลกอฮอล์ และน้ำมันแร่ จึงมีความอ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ผิวบอบบางจึงใช้ได้นั่นเองจ้า

เวลาใช้เค้าจะมีช้อนตัดเม็ดครีมมาให้พร้อมในกล่อง เราก็แค่ใช้ครั้งละ 2 เม็ด ทุกเช้าและก่อนนอน ก่อนใช้ก็ตักลงบนฝ่ามือ แล้ววอร์มเนื้อครีมก่อน จากนั้นค่อยทาให้ทั่วผิวหน้าและลำคอ ตัวเนื้อสัมผัสมีความหนักอยู่บ้าง จึงควรให้ซึมลงสู่ผิวอย่างสนิทก่อนจะมีการแต่งหน้าหรือบำรุงขั้นต่อไป แต่ให้ความชุ่มชื้นดี และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ เพราะฉะนั้นจะทาก่อนการแต่งหน้าหรือก่อนนอน ก็สบายผิว กระปุกนี้ก็สนนราคาที่ 2,350 บาท

เราขอเรียกตัวนี้ว่าวิตามินซีจิ๋ว แต่คุณประโยชน์ไม่จิ๋วตามนะจ๊ะ และยังมีคอนเซ็ปต์ในตัวเองที่ชัดมาก คือสำหรับการช่วยให้สาวๆ เผยผิวที่กระจ่างใสขึ้น Provamed Acerola C Serum (255 บาท) อัดแน่นไปด้วยวิตามินซีบริสุทธิ์ธรรมชาติ 99% จากผลอะเซโรลา เชอร์รี่ ร่วมกับวิตามินบี 3 วิตามินซีบริสุทธิ์ที่มีความเสถียรสูง จึงถือเป็นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ต่อต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น

ขนาดกำลังเล็กกะทัดรัด แต่เน้นด้วยคุณค่าของจริง ตัวเนื้อสัมผัสจะเป็นแบบเจลใส บางเบา จึงซึมลงสู่ผิวรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ซึ่งสาวๆ สามารถใช้ได้ทั่วหน้าและลำคอ ใช้ได้ทุกวัน ผิวของเราก็จะแข็งแรงขึ้น และค่อยๆ ลดรอยหมองคล้ำที่เป็นตราบาปเวลาส่องคันฉ่อง นำไปสู่ผิวสุขภาพดี ส่วนผิวแพ้ง่ายก็เตรียมชนะได้เลย เพราะด้วยแค่ชื่อ Provamed เองก็ต้องผ่านการทดสอบจากผิวหนังมาแล้ว

คนผิวอ่อนโยนแพ้ง่าย ต้องรู้จัก Bioderma แน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ร้านขายยา และโรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศเลือกใช้ และใครที่เป็นผิวเซนสิทีฟ และยังมีกรรมตรงผิวแห้งอีก Bioderma Hydrabio Serum (1,390 บาท) มาช่วยดูแลซิสทั้งหลายแล้ว ซึ่งสูตรนี้เหมาะกับผิวที่ขาดน้ำมาก ผิวแห้งกร้าน เป็นขุย จนทำให้ผิวนั้นดูไม่สดใส ส่วนผสมหลักที่จะช่วยบำรุงผิวที่บรรจุมาในไอเท็มนี้ เป็นสารสกัดจากเมล็ดแอปเปิ้ล และวิตามินบี 3 ช่วยในการกระตุ้นระบบการส่งผ่านน้ำของผิว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง และเนียนนุ่มขึ้นนั่นเอง 

ตัวเนื้อสัมผัสเป็นลักษณะเจล และซึมลงสู่ผิวง่ายมาก ซึ่งด้วยคุณสมบัติของเจลเองจะไม่ทำให้หนักผิว หรืออุดตันแต่หลายคนชอบบ่นว่าบางครั้งเจลอาจทำให้ผิวยิ่งแห้งเมื่อซึมลงสู่ผิว แต่ต้องบอกว่า ไม่เสมอไปนะจ๊ะ เพราะตัวนี้กลับทำให้ผิวแลดูมีความชุ่มชื้น และแนะนำให้ใช้ในขั้นตอนแรกๆ ก่อนบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงเนื้อครีม นอกจากนี้ยังไม่มีพาราเบน สาวที่กลัวการบำรุงผิวก็คลายกังวลได้เลยจ้า อีกทั้งยังเหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ขาดการบำรุงผิวมาเนิ่นนาน ต้องยิ่งใช้!

มาแบบสายเกาฯ กันบ้าง แถมยังใช้พลังบวกของส่วนผสมหลักอย่างดอกแม็กโนเลียสีขาวที่พร้อมมาประจำการที่เคาน์เตอร์ Mamonde กันแล้ว ซึ่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ชื่อเต็มๆ คือ Pure White Ultra Active และตัวที่แนะนำเป็นเอสเซนส์ (1,400 บาท) ถ้าดูที่แพ็คเกจภายนอกแล้วดูน่าใช้มาก จะสามารถมองทะลุขวดเห็นเป็นเม็ดสีขาวๆ ด้านในเต็มไปหมด ซึ่งนั่นเป็นตัวแคปซูลจากดอกแม็กโนเลีย ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส อ่อนเยาว์

เอสเซนส์ตัวนี้ใช้ง่าย ด้วยขวดแบบปั๊ม ผ่านเนื้อสัมผัสเจล เบา และมีกลิ่นหอมผ่อนคลาย เหมาะกับสาวๆ ที่อยากมีผิวกระจ่างใสขึ้น รวมถึงสร้างให้ผิวที่แลดูอ่อนล้า ให้ดูกระชับขึ้น ใครที่เคยใช้ครีมบำรุงผิวจากฝั่งเกาหลี แล้วกดเลิฟกันมาตลอด ตัวนี้เป็นอีกไอเท็มที่ต้องมี ไม่แน่สาวๆ อาจจะมีผิวในอุดมคติได้เพียงขวดเดียว

แค่เห็นชื่อก็รู้เลยว่าอ่อนโยนแน่นอน และถือว่าเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่ผิวแพ้ง่ายเลือกใช้เพราะไม่มีสารกันเสีย น้ำหอมและสีเป็นส่วนผสม ซึ่ง Physiogel Soothing Care (1,120 บาท) เหมาะกับคนที่มีผิวแห้งและแพ้ง่ายจนทำให้ผิวแดงเป็นจ้ำๆ ตัวนี้จะมีเทคโนโลยีเฉพาะที่ตรงเข้าลดการระคายเคืองที่มีสาเหตุมาจากผิวแห้ง และยังปกป้องการสูญเสียน้ำใต้ชั้นผิวหนัง สีผิวจึงดูมีความสม่ำเสมอ ผิวสบายขึ้น 

ตัวเนื้อสัมผัสเป็นเนื้อครีมขาว บางเบา และไม่ทำให้หนักผิว สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าก่อนทาครีมกันแดดและก่อนนอน โดยเนื้อครีมจะซึมลงสู่ผิว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะไว้บนหมอนสาวๆ ตัวนี้ก็ใช้งานง่ายเช่นเคยในแบบหัวปั๊ม และใช้เพียงแค่ 2-3 ปั๊มก็ทั่วผิวหน้าและลำคอ

Botanics อีกหนึ่งแบรนด์ที่ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี อย่างพาราเบน สารลดแรงตึงผิว หรือสารซัลเฟต และเป็นแบรนด์ที่ก่อเกิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ชั้นนำระดับโลก คิ้วการ์เด้น จากประเทศอังกฤษ ซึ่งแบรนด์นี้จะแบ่งเป็นโซนสีของผลิตภัณฑ์ โดยครั้งนี้แนะนำตัวสีม่วง เป็นกลุ่มลดเลือนริ้วรอย ช่วยให้ผิวเรียบเนียน เพราะในปัจจุบันพวกมลภาวะรอบตัวเรา ทำให้ผิวเราแก่แบบไม่รู้ตัว นี่แหละ! คือหนึ่งทางรอดของคนผิวอ่อนโยนแต่ต้องเจอความแร้งส์ของโลกภายนอก กระปุกนี้มีส่วนผสมของใบแปะก๊วย จึงช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นอีกด้วย

Botanics Radiant Youth Protecting Day Cream SPF15 เป็นครีมสำหรับทาตอนกลางวัน โดยมีส่วนผสมของสารกันแดดไว้แล้ว และถือเป็นหนึ่งเดียวในการรีวิวครั้งนี้ที่มีสารป้องกันผิว เนื้อสัมผัสเป็นแบบครีมบางเบา มีกลิ่นหอม ถึงแม้ว่ามีตัวกันแดดมาพร้อมแต่ก็ไม่หนักผิว (สำหรับอากาศเมืองไทยทากันแดดเพิ่มก็ดีนะสาวๆ) 

เป็นตัวที่อยากแนะนำมากอีกตัวในกลุ่มสกินแคร์เกาหลี กับตัว Innisfree bija cica balm (860 บาท) ซึ่งมีส่วนผสมของผลไม้หลากชนิดเพื่อช่วยฟื้นฟูผิว ด้วยคุณค่าของผลไม้ ผิวจึงได้รับการปกป้องอย่างธรรมชาติ และยังเสริมความแข็งแรงให้ผิว พวกรอยสิว รอยแดงก็นุ่มขึ้น หากใช้อย่างต่อเนื่อง พวกจุดด่างดำเองก็จะค่อยๆ จางลง อีกอย่างที่เราชอบตัวนี้มาก และเหมาะกับผิวที่มีความอ่อนโยนเพื่อผ่อนคลายผิว กลิ่นของเนื้อครีมตอบโจทย์ส่วนนี้มาก เนื่องจากเป็นกลิ่นหอมแนวสมุนไพรจากน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เช่น ลาเวนเดอร์ และมะนาว

เนื้อสัมผัสเป็นเนื้อครีม ซึมลงสู่ผิวได้เร็ว และสามารถใช้ได้ทั้งช่วงเช้า และก่อนนอน นอกจากนี้ยังเลือกทาได้ทั่วหน้าหรือว่าจะทาเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น บริเวณที่ผิวแห้ง มีรอยแดงต่างๆ หรือจุดที่เรากังวลเช่นกัน

แบรนด์ที่โด่งดังทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยเอง แต่อาจจะคุ้นเคยในรูปแบบเอสเซ้นส์กันมากกว่า แต่รุ่นที่เราจะแนะนำชื่อ Biotherm Life Plankton Sensitive Balm (2,100 บาท) เนื่องจากตัวนี้เหมาะสำหรับคนมีผิวอ่อนโยน ไวต่อสิ่งรุมเร้า ซึ่งเน้นไปด้วยนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่อัด Life Plankton ไว้ถึง 5% เรียกได้ว่าเป็นระดับความเข้มข้นสูงสุดเท่าที่เคยมี ในเนื้อสัมผัสชิคาบาล์ม ซึ่งเนื้อเข้มข้นแต่ซึมลงผิวง่าย ช่วยเป็นการฟื้นฟูผิวให้นุ่มชุ่มชื้น ผิวอิ่มเอมด้วยสุขภาพผิวแข็งแรง

พอเปิดกระปุกมา จะเห็นถึงดีไซน์การบีบเนื่อครีมที่งงๆ แต่ไม่ต้องงงไปนะ เพราะใช้งานง่ายมาก และยังเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยืดอายุครีมรวมถึงคุณค่าของครีมยังคงอยู่ แม้ว่าจะเปิดใช้แล้วก็ตาม เราจึงสบายใจได้ว่า คุณภาพของเนื้อครีมจะยังคงบำรุงผิวเราตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงหยาดสุดท้ายแน่นอน วิธีการใช้คือ ใช้นิ้วมือกดไปตามรูปศร แล้วเนื้อครีมจะออกมาทางช่องตรงส่วนหัวรูปศร ก็สามารถทาได้ทั่วหน้า ซึ่งวิธีนี้ทำให้เราอยากเล่น เอ่ย อยากทาครีมบ่อยๆ ก็มันเกร๋ได้อีก ของแบบนี้ต้องลองจ้า 

รีวิวโทนเนอร์ เอสเซนส์ โลชั่นสูตรน้ำ มันต่างกันไหม แล้วใช้ยังไง?