View 354 / Share

ผิวเน็นเรฮาดะคืออะไร? มาไขปัญหากับสกินแคร์ญี่ปุ่นตัวล่าสุดกัน

BEAUTY/Skin Care - ผิวเน็นเรฮาดะคืออะไร? มาไขปัญหากับสกินแคร์ญี่ปุ่นตัวล่าสุดกัน

สงสัยไหมล่ะจ๊ะ ว่าภาษาญี่ปุ่นที่เราจั่วหัวไปตั้งแต่ต้นนั้นมันแปลว่าอะไรกันแน่ แล้วผิวแบบไหนกันที่เป็นคนผิวเน็นเรฮาดะ ตอนนี้เรามาพร้อมคำเฉลยและแนะนำหนึ่งแบรนด์น้องใหม่จากญี่ปุ่นที่ขอบอกว่าได้มาตรฐานทุกระเบียบนิ้ว แถมด้วยผลิตภัณฑ์ที่ขนทัพมาถึง 8 ชิ้นกับการทำขั้นตอนโอเทะอาเทะ โอ๊ยยย ศัพท์ญี่ปุ่นก็มาเนอะ แต่มาอ่านกันต่อเถอะซิสว่าที่เราพูดถึงอยู่มันคืออะไรกันแน่ตัวเธอว์

เรามาเริ่มจากคำว่า ผิวเน็นเรฮาดะ กันก่อน ซึ่งคำนี้มีความหมายถึงผิวที่บอบบางที่มีสาเหตุมาจากความเสื่อมสภาพตามวัย จึงต้องมีการบำรุงจากส่วนผสมสำคัญ หนึ่งแบรนด์สุดพิถีพิถันจากญี่ปุ่นนามว่า Domohorn Wrinkle ที่ถูกผลิตและพัฒนาจากญี่ปุ่นมาแล้วกว่า 40 ปี ซึ่งค้นคว้าวิจัยจนเป็นที่มาของคำว่า โอเทะอาเทะ หรือขั้นตอนการบำรุงผิวที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้นั่นเอง เค้าบอกมาจ้ะ ว่าการบำรุงผิวไม่ใช่บำรุงยังไงก็ได้ทั่วๆ ไป แต่ต้องมีปริมาณ ลำดับ และวิธีใช้ที่ช่วยให้ผิวเราได้รับการฟื้นฟูได้มีประสิทธิภาพที่สุด แค่เกริ่นเท่านี้ก็ยิ่งใหญ่ใช่มะ ถ้าสาวๆ มาเห็นผลิตภัณฑ์กับได้ศึกษาความเป็นมาของแบรนด์ Domohorn Wrinkle ยิ่งต้องอยากใช้น้องใหม่ตัวนี้แน่นอน ซึ่งทั้งหมดนั้นเค้านำเข้าโดยบริษัท Saishunkan Pharmaceutical เป็นบริษัทผลิตยาที่เน้นพลังในการฟื้นฟูด้วยตัวเองตามธรรมชาติด้วยแนวคิดแบบแพทย์แผนตะวันออก(คัมโป) และผลิตที่โรงงาน Yakusai Koen ที่เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

เรารู้จักรายละเอียดเบื้องต้นของตัวแบรนด์และบริษัทที่ผลิตพอสังเขปกันล่ะ ต่อจากนี้คงต้องหยุดความวิชาการแล้วมารีวิวผลิตภัณฑ์กันดีกว่าว่าแต่ละชิ้นมีอะไรบ้าง แล้วขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ นั้นเป็นอย่างไร เอ้าคุณๆ ไปตามดูตั้งแต่การบำรุงในขั้นที่ 1- 8 กันเลย โดยแบรนด์ Domohorn Wrinkle จะเน้นไปที่การลดเลือนริ้วรอย ความอ่อนเยาว์ และปัญหาจุดด่างดำ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่

กลุ่มที่ 1 เตรียมผิวให้พร้อม Refining 3 ซึ่งมี 3 ตัวด้วยกัน

Oil-in-Gel Remover (1,800 บาท) เป็นขั้นตอนแรกในการทำความสะอาดผิวจากสิ่งสกปรกและเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิว ผิวเหี่ยวเร็วถ้าหากไม่ทำความสะอาดผิวให้ดี ตัวนี้จึงช่วยขจัดสิ่งที่ตกค้างบนผิวให้หลุดออกอย่างเป็นธรรมชาติ 

ส่วนผสมหลัก : ซีลาเวนเดอร์ออยล์ เชียบัตเตอร์ สารสกัดจากเปลือกไม้อิจิจิคุ ฯลฯ ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวให้พร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป ลดความเครียดและคงความแข็งแรงให้แก่ผิว

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ปริมาณที่ใช้ขนาดเท่าผลเชอร์รี่ ให้ใช้ขณะที่มือแห้งและผิวหน้าแห้ง การใช้กับผิวหน้าควรนวดเป็นวงกลม จนเนื้อเจลเปลี่ยนเป็นเนื้อออยล์ซึ่งสังเกตว่าเครื่องสำอางจะหลุดออกอย่างอ่อนโยน จากนั้นใช้มือที่เปียกน้ำนวดจนเปลี่ยนเป็นน้ำนม แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำปกติ ส่วนบริเวณเปลือกตาก็สามารถใช้ได้เช่นกัน โดยหลับตาและใช้นิ้วที่มีออยล์ลูบเปลือกตาจากบนลงล่าง แล้วใช้ปลายนิ้วจับเส้นขนตาถูออกอย่างเบามือ สังเกตจากที่เรารีวิวให้ดูบนหลังมือ ตัวเครื่องสำอางที่เราทดสอบนั้นหลุดออกมาติดเนื้อเจลที่เปลี่ยนเป็นออยล์เรียบร้อยหลังจากถูวนเป็นวงกลม และความเริดอีกอย่างคือพอใช้นิ้วมือที่เปียกนวดวนซ้ำก็จะเปลี่ยนเป็นน้ำนม (เหมือนรูปที่ 3) รู้สึกได้เลยว่าไม่เอี๊ยดผิว ไม่แห้งตึงหลังใช้ และทำความสะอาดได้เกลี้ยงดี เราว่าตัวนี้เวิร์กเลยล่ะสาวๆ 

Silky Cream Foam (1,800 บาท) มาถึงขั้นตอนที่สองกับการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยเนื้อโฟมละเอียด ที่ช่วยทำความสะอาดพวกสิ่งสกปรกเล็กๆ ได้ โดยโฟมตัวนี้มีจุดเด่นตรงคอรัล พาวเวอร์ที่มีขนาดเล็กมากระดับไมครอนกันเลย เพื่อไปจับพวกสิ่งตกค้างเล็กๆ ได้ลึกถึงรูขุนขน จึงช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมามีผิวที่แข็งแรง นุ่มลื่น และกระจ่างใสขึ้น 

ส่วนผสมหลัก: สารสกัดจากโซพนัท ซิลค์ พาวเดอร์ ตังกุย ฯลฯ ช่วยทำความสะอาดผิว สร้างฟองได้ง่าย และละเอียดขึ้น ชวนผ่อนคลาย 

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ: เค้าบอกว่าต้องใช้ 2 ครั้ง แต่ละครั้งก็ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเหลือง โดยจะสามารถตีโฟมได้เท่ากับผลเลมอนกันเลย ซึ่งอุปกรณ์ก็ไม่ต้องจ้ะ ทำบนฝ่ามือเราเนี่ยแหละ โดยระหว่างตีฟองก็ค่อยๆ เติมน้ำไปทีละนิดเพื่อให้ตีฟองได้มากขึ้น (แค่ตีฟองขึ้นลงเท่านั้น) จากนั้นค่อยนวดให้ทั่วผิวหน้า แล้วล้างออก ครั้งที่สองก็ตีโฟมแล้วนวดวนทั่วใบหน้า เน้นปีกจมูก ไรผม และคาง สุดท้ายก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผลที่ได้จากการลองคือ ผิวนุ่มหลังใช้ ไม่ทำให้ผิวแห้ง ซึ่งตอนเช้าสามารถใช้โฟมตัวนี้เป็นขั้นตอนแรกได้เลย ทำความสะอาดได้เกลีี้ยง แต่ถ้าทำความสะอาดผิวก่อนนอน แนะนำให้ลบเครื่องสำอางด้วยรีมูฟเวอร์ก่อน แล้วค่อยตามด้วยโฟมตัวนี้

Softening Foam Mask (4,200 บาท) ขั้นตอนการมาส์กหน้าหลังทำความสะอาดผิวหน้าเพื่อช่วยฟื้นฟูผิวหลังจากเผชิญมลภาวะมาตลอดวัน รวมถึงการช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียดต่างๆ ได้ ซึ่งมาส์กตัวนี้จะเป็นลักษณะเนื้อโฟมนุ่มและอุ่นๆ ขณะที่มาส์กผิวจึงสดชื่น อิ่มน้ำและเนียนนุ่มขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาทีเท่านั้น

ส่วนผสมหลัก : ยอดอ่อนทานตะวัน มะเขือเทศ สารสกัดจากยีสต์หมักไวน์แดง ใบฝรั่ง ฯลฯ ผิวจึงมีสุขภาพดี ยืดหยุ่น และช่วยให้ผิวที่เสียกลับมาแข็งแรงขึ้น

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : เขย่าขวดในแนวตั้ง 10 ครั้งแล้วกดเนื้อโฟมขนาดเท่าลูกปิงปอง หลังจากนั้นปาดเนื้อมาส์กทั้งนิ้วมือลงบนใบหน้า รวมถึงรอบดวงตาและรอบปาก ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำปกติ สังผัสได้เลยว่าขณะมาส์กจะรู้สึกอุ่นๆ ผิว มีกลิ่นหอมแนวธรรมชาติมาก จึงทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายความเครียดในขณะที่มาส์กนั่นเอง หลังใช้ผิวก็นุ่มขึ้น และดูสะอาดหมดจด โดยขั้นนี้อาจจะทำตอนกลางคืนก่อนบำรุงผิวหน้า แค่ทำวันละครั้งช่วงก่อนนอนก็เพียงพอจ้า

ต่อมาจะเป็นกลุ่มบำรุงผิว Essential 4 กับการบำรุง 4 ไอเท็มด้วยกัน

Intense Hydrator (1,800 บาท) ตัวนี้เราขอเรียกว่าน้ำตบก็แล้วกัน หน้าที่ของนางคือเราจะใช้เป็นขั้นตอนแรกหลังจากทำความสะอาดผิวหน้าเรียบร้อย ซึ่งเป็นขั้นตอนการปลุกผิวให้มีความฉ่ำวาว แถมยังอุดมไปด้วยไฮยาลูรอนชนิดพิเศษ ผิวจึงชุ่มชื้นตลอดวัน ซึ่งเป็นผิวที่สาวๆ ปรารถนาแน่นอน  สามารถใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น 

ส่วนผสมหลัก : ดอกชิรานุยคิคุ มะเขือม่วง ใบฝรั่ง ลูกพลับฮาจิยางาคิ ฯลฯ 

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ตัวนี้เค้าก็แนะนำให้ใช้ 2 ครั้งเช่นกัน โดยแต่ละครั้งใช้ปริมาณขนาดเท่าเหรียญสองบาท ก่อนทาเราจะวอร์มให้ทั่วฝ่ามือทั้งสองข้าง รอบแรกก็ค่อยๆ กดลงบนใบหน้าให้ทั่ว รอบที่ 2 จึงเร่งจังวหะการกดใบหน้าให้เร็วขึ้นอย่างอ่อนโยน ความรู้สึกที่ใช้คือ ตัวน้ำตบไม่เหนียวเหนอะผิว และสัมผัสได้ว่าผิวแลดูมีความยืดหยุ่นดีขึ้น มีความชุ่มชื้น คนที่มีผิวแห้งแนะนำให้ใช้เลยเพราะจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวและยังรู้สึกถึงความอุ่นๆ บนผิวอีกด้วย

Vital White Essence (3,500 บาท) ตัวนี้จะเป็นขวดจิ๋วลงมาหน่อยในไซส์ 30 มล. ซึ่งใช้ได้นานประมาณ 2-3 เดือน เป็นตัวที่ทำให้ผิวมีความกระจ่างใสขึ้น ซึ่งมาพร้อมนวัตกรรมในรูปแบบแคปซูลที่ทำให้การซึมของเนื้อเอสเซนส์ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น และยับยั้งการสร้างเมลานินที่มากเกินความจำเป็น จึงลดเลือนจุดด่างดำได้ และผิวยังมีความแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ส่วนผสมหลัก : ดอกโรมาเนียอาร์นิกา เชลจิงเจอร์(พืชตระกูลขิง) วิตามินซีชนิดซึมลงผิวได้เร็ว ฯลฯ ผิวจึงป้องกันการเกิดอาการแพ้ เปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาขึ้น

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ใช้ขนาดเท่าเหรียญยี่สิบห้าสตางค์ แล้วแตะเบาๆ ด้วยปลายนิ้วให้ทั่วใบหน้าจ้ะ โดยเริ่มแต้มที่จุดทีโซนและแก้มทั้ง 2 ข้าง จากนั้นจะแตะเบาๆ เด้งๆ ดึ๋งๆ กันไป ซึ่งจากที่เรารีวิวตัวเนื้อเอสเซนส์เบา ไม่หนักผิว ซึ่งอาจจะใช้เวลาให้ซึมลงสู่ผิวกันนิดนึง แต่เมื่อซึมลงสู่ผิวแล้วจะสัมผัสได้ถึงผิวหน้าที่ดูมีความชุ่มชื้นขึ้น และตัวเนื้อเอสเซนส์ก็มีความหอมธรรมชาติจริงๆ 

Cream20 (4,500 บาท) ตัวนี้เค้าบอกว่าเป็นตัวเด็ดของแบรนด์นี้เพราะนางมียอดขายแสนดีงามมาก ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและเปล่งปลั่งขึ้น และแน่นอนว่าต้องมีคอลลาเจน รวมถึงคุณค่าจากสารบำรุงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ และยังผ่านการวิจัย พัฒนามายาวนาน จึงตอบโจทย์ผู้หญิงเราอย่างแท้ทรูเพียงหลอดเดียว นอกจากนี้ยังเป็นตัวกระตุ้นโปรตีนที่มีพลังฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของผิว

ส่วนผสมหลัก : โสมขาวจากเทือกเขาฉางไป๋ซาน คอลลาเจนจากปลาฮาโมะ ดอกชิรานุยคิคุ ฯลฯ ผิวจึงมีความยืดหยุ่น เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยอีกด้วย

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ใช้ปริมาณประมาณ 2 เซนติเมตร โดยค่อยๆ นวดวนเป็นวงกลม ในลักษณะวนด้านในออกด้านนอก โดยสามารถทาได้แม้กระทั่งบริเวณรอบดวงตา จากการรีวิวนั้นตัวเนื้อครีมค่อนข้างซึมง่าย และเป็นตัวที่ทำให้เราได้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดผ่านการนวด โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะบนผิวเรา 

Milky Veil Lotion (1,800 บาท) ตัวนี้คือขั้นตอนสุดท้ายของการบำรุงผิวหน้าก่อนนอน แต่เป็นขั้นตอนแรกของการลงกันแดดและแต่งหน้าในช่วงเช้า เพื่อเป็นการล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวยังคงอยู่กับเราตลอด 24 ชั่วโมง เค้าบอกว่าตัวนี้เป็นเหมือนเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะภายนอก และยังช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและสารบำรุงผิวให้อยู่ครบถ้วนยาวนาน นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยให้สารบำรุงนั้นกระจายตัวอย่างทั่วถึง เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิว เพราะจะช่วยปรับสมดุลความมันในการขจัดความมันส่วนเกิน ช่วยให้เครื่องสำอางติดคงทน

ส่วนผสมหลัก : ทิวลิป พิมพิเนลล่า เห็ดหูหนูขาวญี่ปุ่น กระบองเพชรลูกแพร์ ฯลฯ ผสานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการยับยั้งการเกิดปัญหาผิวต่างๆ เพื่อให้ผิวแข็งแรง ปกป้องจากความแห้งกร้าน

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ตัวนี้เราจะใช้ปริมาณที่เยอะขึ้นมาหน่อยคือเท่ากับเหรียญสิบบาท โดยเราต้องวอร์มที่ฝ่ามือทั้งสองข้างก่อน จากนั้นค่อยๆ กดฝ่ามือลงใบหน้า (นับ 1 2 3 แล้วเปลี่ยนตำแหน่ง) และยังสามารถใช้ได้ทั้งบริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก จากที่รีวิวเนื้อน้ำนมค่อนข้างมีความเบา กลิ่นหอมคล้ายสมุนไพร ไม่แรงมาก ก่อนจะทากันแดด แนะนำให้สารบำรุงซึมลงได้แนบเนียนไปกับผิวก่อน เพื่อเวลาลงกันแดดจะได้ล็อกเนื้อกันแดดได้ดีขึ้น 

กลุ่มสุดท้ายจะเป็น Daytime Solution ซึ่งมีชิ้นเดียวเลยจ้ะ เป็นครีมกันแดดที่คล้ายกับซีซี ครีม

UV Dress Cream (1,800 บาท) กันแดดจากธรรมชาติที่ไม่ผสมสารดูดซับรังสี จึงไม่ทำร้ายผิว แต่ยังสามารถป้องกันผิวจากยูวีได้ด้วย SPF50+ PA++++ นอกจากนี้ยังป้องกันแสงจากหน้าจอคอมหรือแสงสีฟ้า โอ๊ย เริดค่ะ เค้าเรียกว่าใช้ตัวเดียว ยิงยูวีได้หลายตัว

ส่วนผสมหลัก : พิมพิเนลล่า จากทาคายามะ ดอกยะบะซึย โสมขาว ช่วยกระตุ้นโปรตีนให้ผิว พร้อมป้องกันมลภาวะภายนอกได้ดี

ขั้นตอนการทำโอเทะอาเทะ : ใช้ปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเหลือง แล้วแต้ม 5 จุดบนใบหน้า จากนั้นใช้ปลายนิ้วในการช่วยเกลี่ย และวนนิ้วออกด้านข้างเป็นวงกลม พอรู้สึกว่าเนื้อครีมค่อยๆ ซึมลงสู่ผิวก็ใช้ฝ่ามือกดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้าอีกครั้ง ซึ่งจากที่เรารีวิวตัวเนื้อครีมเบา เกลี่ยง่าย และไม่ทิ้งคราบขาวระหว่างวัน ถึงแม้ว่าตัวเนื้อครีมจะออกสีอมน้ำตาลแต่ไม่ทำให้ผิวหน้าคล้ำหรือลอย โดยทาไว้บนผิวหน้าสักพัก ตัวเนื้อครีมจะเข้ากับสีผิวเราอย่างแนบเนียน สังเกตได้ว่าผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น และกระจ่างใส

ทั้งหมดนี้ถือเป็น 8 ชิ้นอรหันต์ของแบรนด์ Domohorn Wrinkle ซึ่งเป็นแบรนด์สกินแคร์น้องใหม่จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาทำความรู้จักกับสาวไทยอย่างเป็นทางการกันแล้ว โดยความเกร๋ของแบรนด์นี้คือ เค้าจะมี Customer Pleaser คอยแนะนำ ดูแล ให้ด้วยจ้า และจะบอกว่าถ้าใครอยากได้ตัวทดลองใช้ทั้ง 8 ตัวนั้นลองเข้าไปส่องรายละเอียดกันต่อได้นะจ๊ะที่ Saishunkan-TH จะได้ฟินหน้าแบบเรายังไงล่ะ ของฟรีแบบนี้ ลองสิ รออะไร!  

6 กันแดดใหม่แต่ละหลอดดีงามต่างกันไป แต่น่าใช้หมดเลย

บำรุงผิวฉบับอ่อนโยน จะสาวผิวแบบไหนก็ช่วยได้