View 1.60K / Share

ไอรีน คิม ใช้สกินแคร์ Chanel ตัวไหนบ้างเมื่อต้องเดินทาง

BEAUTY/Skin Care - ไอรีน คิม ใช้สกินแคร์ Chanel ตัวไหนบ้างเมื่อต้องเดินทาง

ไอรีน คิม อีกหนึ่งซูเปอร์สตาร์จากประเทศเกาหลี ซึ่งไม่ได้มีชื่อเสียงแค่ในประเทศเท่านั้น แต่เธอยังมีชื่อเสียงโด่งดังในโซนเอเชีย และอเมริกาเช่นกัน จึงมีโอกาสเดินทางไปอีเวนต์ในต่างประเทศบ่อยครั้งมาก อีกทั้งยังจะต้องอยู่บนเครื่องบินนานหลายชั่วโมง แต่ผิวของเธอก็ยังดูโกลว์ สดใส ซึ่งเธอได้ออกมาเผยถึงตัวสกินแคร์ที่เลือกใช้ก่อนที่จะเริ่มต้นเดินทางอีกครั้งเพื่อมางาน Beautycon LA ในเดือนตุลาคม ผ่านการสัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ Hypebae ถึงการดูแลผิวในขณะเดินทางนานถึง 12 ชั่วโมงในครั้งนี้ แถมสาวๆ เองก็สามารถเอาเคล็ดลับไปใช้ดูแลผิวในทุกๆ วันตามแบบฉบับไอรีน คิม ได้เช่นกันจ้า

ไอรีน คิม เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่มีสไตล์ที่โดดเด่นคนนึงที่มาจากแถบเอเชีย และได้รับการยอมรับทั้งเรื่องการแต่งตัวที่ดูชิค น่าติดตาม หรือแม้กระทั่งเรื่องบิวตี้เอง หลายคนก็ยกให้เธอเป็นไอดอลด้านการดูแลผิว และลุคการแต่งหน้าเช่นกัน ซึ่งอย่างที่เราเกริ่นไปตอนต้นว่าปีนี้ ไอรีน คิม จะเข้าร่วมงาน Beautycon LA ทางเว็บไซต์ Hypebae จึงขอสัมภาษณ์และเผยเคล็ดลับการดูแลผิว โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางนานๆ เธอเองก็บอกความลับครั้งนี้อย่างไม่มีกั๊ก และด้วยความที่ขึ้นชื่อว่าเป็น the face of Chanel Beauty เธอจึงเลือกใช้สกินแคร์จากแบรนด์นี้ มิน่าผิวถึงดูโกลว์ สุขภาพดีสุดๆ แต่ว่าจะใช้ตัวไหนบ้าง เราลิสต์มาให้เรียบร้อย

ตัวแรกที่เธอเลือกใช้ เป็นขั้นตอนก่อนลงเบสหรืออะไรก็ตาม โดยเป็นขั้นตอนการปลุกผิวผ่านการฉีดสเปรย์บำรุงผิว Sublimage La Brume Intense Revitalizing Mist ซึ่งตัวนี้จะมีคุณสมบัติในการคืนความมีชีวิตชีวาให้ผิว เนื้อสัมผัสของสเปรย์ค่อนข้างจะเป็นเม็ดละเอียด จึงสามารถกระจายได้ทั่วหน้า ส่วนประกอบหลักจะเน้นไปทางแอนตี้ ออกซิแดนท์ จากน้ำสกัดของวานิลลา แพลนนิโฟเลียเข้มข้น ช่วยให้ผิวผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีกรดไฮยาลูรอนิคสามชนิด ซึ่งเมื่อเราใช้เป็นประจำ พวกริ้วรอยต่างๆ ก็จะแลดูตื้นขึ้น สาวๆ สามารถใช้ตัวนี้ได้ทั้งก่อนและหลังแต่งหน้า โดยไม่ทำให้เมคอัพหายอีกด้วย ซึ่งหากคิดเป็นราคา USD นั่นจะตกอยู่ที่ $200 หรือราวๆ 6,700 บาท แต่ทั้งนี้สาวๆ ควรเช็คราคาของไทยที่แน่นอนได้ที่หน้าเคาน์เตอร์แบรนด์นะจ๊ะ นอกจากนี้อีกหนึ่งเทคนิคจากสาวไอรีน คิม คือการฉีดสเปรย์ลงบนสำลีให้พอหมาดๆ แล้วเช็ดผิวหน้าอีกครั้ง เพื่อเช็คว่าไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างบนผิวหน้า หลังจากนั้นก็ทำการมาส์กหน้าด้วยมาส์กชีทตามสะดวกต่อไป

ไอเท็มจากสกินแคร์ของ chanel ชิ้นต่อมาที่สาวไอรีนเลือกใช้คือ Blue Serum ซึ่งเธอเองก็ชอบใช้ตัวนี้ในช่วงหน้าร้อนเพราะว่าด้วยเนื้อสัมผัสที่เบา ไม่เหนียวเหนอะหนะนั่นเอง สาวไทยเราก็สบายใจเรื่องนี้ได้และเธอเองก็ยังบอกอีกว่าอย่าลืมทาคอด้วยนะจ๊ะ เพราะตัวนี้มีส่วนผสมสุดเริดที่มีอายุยืนยาวจากอาหารตามธรรมชาติในเขตบลูโซนของโลก หรือเราอาจจะพูดง่ายๆ ว่าเป็นดินแดนที่ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีอายุยืนยาวไม่ว่าจะเป็น อ่าวนิโกยา ในคอสตาริกา, แคว้นซาร์ดิเนีย ในอิตาลี, เกาะอิคาเรีย ในประเทศกรีซ และเมืองโอกินาว่า ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้จะช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ตึงกระชับ และสุขภาพดี นอกจากนี้ยังฟื้นสภาพผิวได้ดีอีกด้วย ราคาหน้าเคาน์เตอร์ไทยอยู่ที่ 4,600 บาท

อีกหนึ่งตัวในตระกูล Blue Serum เช่นกัน แต่เป็นตัวสำหรับครีมบำรุงรอบดวงตา ส่วนผสมมาจากแหล่งเดียวกัน แต่ตัว Blue Serum eye จะมีความอ่อนโยนสำหรับผิวรอบดวงตาโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดอาการรอยบวมและรอยดำคล้ำ รวมถึงร่องรอยความอ่อนล้าของผิวรอบดวงตา หลังจากใช้จะรู้สึกผิวชุ่มชื้น และสดชื่นขึ้น ซึ่งจากคลิปนั้นวิธีการที่สาวไอรีนใช้ จะบีบเนื้อครีมแล้วมาวอร์มที่นิ้วมือก่อน จากนั้นก็ใช้วิธีแตะเบาๆ ลงบริเวณรอบดวงตา เพราะอย่าลืมว่าผิวรอบดวงตานั้นค่อนข้างบอบบางมาก เพื่อลดโอกาสการเกิดริ้วรอย เราจึงต้องเบาๆ มือนะจ๊ะ อาย ครีมตัวนี้ก็สนนราคาอยู่ที่ 3,100 บาท

มาต่อกันอีกตัว La Solution 10 de Chanel ซึ่งตัวนี้ค่อนข้างพิเศษและน่าสนใจ นอกเหนือจากที่สาวไอรีนจะเลือกใช้แล้ว แต่ยังเหมาะกับผิวบอบบาง แพ้ง่าย เพื่อช่วยลดความตึงเครียดของผิว ยิ่งเวลาเราเดินทางนานๆ แน่นอนว่าผิวก็อ่อนล้าเช่นกัน ตัวนี้ช่วยได้เลย แถมยังมีส่วนผสมสำคัญ 10 อย่างด้วยกัน ซึ่งส่วนผสมที่สำคัญเราขอยกตัว White Tea หรือชา Silver Needle ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และเสริมการทำงานให้ผิวกลับมาสมดุลอีกครั้ง นอกจากนี้ยังไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ และน้ำมัน ทางแบรนด์เขาบอกเลยว่าผ่านการทดสอบแล้วจากจักษุแพทย์และแพทย์ผิวหนัง ว่าเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสิวและแพ้ง่าย ราคาอยู่ที่ 3,900 บาท

หรือถ้าใครที่ผิวแห้ง หรือต้องการเติมความชุ่มชื้น ต้อง Hydra Beauty Micro Creme เพราะว่าเวลาอยู่บนเครื่องบินนานๆ ด้วยชั้นอากาศจึงอาจทำให้ผิวแห้งกว่าปกติ ก็หยิบตัวนี้มาทาบำรุงเพิ่มได้ ซึ่งตัวนี้เองถือว่าเป็นครีมบำรุงผิวชนิดแรกที่มีส่วนผสมของคามิลเลีย ไมโคร ดร็อปเล็ก สกัดมาจากดอกคามิลเลีย เพื่อช่วยบำรุงผิวได้ล้ำลึกขึ้น และซึบซาบได้เร็ว อีกทั้งยังเติมเต็มให้ผิวดูเปล่งประกาย กระจ่างใส ยิ่งถ้าใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวจะแข็งแรงขึ้น เอิบอิ่ม เนื้อสัมผัสเองก็มีความพิเศษคือ เบาเสมือนน้ำ ราคาอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาท ในไซส์ 50 g. (ควรเช็คราคาที่หน้าเคาน์เตอร์อีกครั้ง)

ส่วนถ้าใครอยากรู้ถึงทริคการใช้ หรือวิธีการใช้แบบเห็นภาพเคลื่อนไหวก็ชมที่คลิปด้านล่างนี่เลย 

Source: hypebae irene-kim

ให้ของขวัญผิวด้วยสกินแคร์สายแอนตี้ ออกซิแดนซ์ตัวเด่น