View 386 / Share

ให้ของขวัญผิวด้วยสกินแคร์สายแอนตี้ ออกซิแดนซ์ตัวเด่น

BEAUTY/Skin Care - ให้ของขวัญผิวด้วยสกินแคร์สายแอนตี้ ออกซิแดนซ์ตัวเด่น

เติมอาหารผิวอย่างสม่ำเสมอ นอกจากจะทำให้ผิวแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งผิวที่ดีนั้นก็กลายเป็นของขวัญที่ผู้หญิงเรามองหา แต่จะให้ขอพรนอนรอมันไม่ได้นะคะซิส ยิ่งถ้าขึ้นเลข 3 เมื่อไร อูย! มันต้องจัดการ อย่างน้อยให้ริ้วรอยมันไม่เลยไปก่อนวัยก็ยังดี เราจึงแนะนำสกินแคร์ตัวเด่นกับเทรนด์บำรุงผิวใหม่ๆ ที่มีตัวแอนตี้ ออกซิแดนซ์ เพราะเมื่อเนื้อครีมซึมลงผิว จะช่วยยับยั้งการก่อตัวของสารเคมีที่เป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยนั่นเอง งั้นเรามาพบกับสกินแคร์แต่ละตัวกันเลยจ้า

Panna Passion Fruit Oil (550 บาท) เป็นเซรั่มน้ำมันเมล็ดเสาวรสที่เราได้ลองติดต่อกันมา 1 สัปดาห์ ซึ่งเดิมเราเป็นคนที่อินกับอะไรที่เป็นเสาวรสมาก เพราะในตัวส่วนผสมจะมีสารต้านแก่หรือแอนตี้ ออกซิแดนซ์เนี่ยแหละ กับโอเมก้า 3,6 และ 9 ซึ่งที่พีคกว่านั้นคือน้ำมันเมล็ดเสาวรส ได้รับรางวัล Best Ingredient Award จากงาน Cosmetics Global 2017 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ อีกด้วย แล้วพอแบรนด์ปัณนา นำสารสกัดนี้มาใช้ ทำไมเราต้องไม่ลอง บวกกับส่วนผสมอื่นๆ อย่างวิตามินซีและอี พร้อม Essential Fatty Acid หรือกรดไขมันจำเป็น ช่วยปรับสมดุลผิว

ต้องบอกว่าเราเองไม่ค่อยได้ลองใช้สกินแคร์ที่เป็นน้ำมันจ้าขนาดนี้เพราะกลัวผิวจะยิ่งมัน ซึ่งสำหรับตัวนี้จากระดับความมันมากอยู่ที่ 5 คะแนน ตัวนี้เราให้ 3 คะแนนคือ นางจะมีความมันในสไตล์เท็กเจอร์ของน้ำมันแต่ถือว่าซึมง่ายและน้ำหนักเบา มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยหมองคล้ำต่างๆ

โดยปกติเราจะใช้หลังจากเช็ดผิวด้วยโทนเนอร์เรียบร้อย แล้วลงออยล์ตัวนี้ตามเลย ในปริมาณ 2-3 หยด จากนั้นจะตามด้วยสกินแคร์ตัวอื่นๆ เช่น เราทาออยล์ลงไปจะเห็นถึงความวาวของตัวออยล์ และตามด้วยกันแดด ตัวกันแดดจะช่วยพาตัวออยล์ซึมลงผิวได้ดียิ่งขึ้นและได้ผิวที่แมตต์ขึ้น พร้อมยังได้รับการบำรุง โดยไม่ทำให้สกินแคร์ตัวอื่นที่ลงตามเป็นคราบหรือขุยผิว Panna Passion Fruit Oil จึงเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่อาจจะไม่ชินกับการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมหลักของน้ำมันธรรมชาติมารักความเป็นออยล์มากขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญตัวนี้ใช้กับผิวตัวได้และควบคุมความมันได้ดีขึ้นอีกด้วย

Eucerin Hyaluron [HD] Filler Overnight Treatment (2,760 บาท) ครีมที่เน้นการดูแลปัญหาริ้วรอยโดยเฉพาะ และได้พรีเซ็นเตอร์เซเลบริตี้สาวอย่าง คุณนาตาลี เจียรวนนท์ ซึ่งตัวนี้ถามว่าทำไมต้องลอง ก็เพราะเป็นการนำนวัตกรรมเฉพาะของแบรนด์ที่ผสาน 2 ทรีตเม้นต์ AHA Complex และ HD Filler เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิว ลดจุดด่างดำตามวัย และลดริ้วรอยทุกระดับ ทำให้ผิวดูกระชับขึ้น อ้ะ ถ้างั้นเราคงต้องลองซะหน่อย ยิ่งช่วงนี้นอนดึก เขียนงานหนัก เหมาะที่สุด!

ความพิเศษอีกอย่างของเนื้อครีมคือ จะแบบเป็นสองฝั่งตามตัวชนิดทรีตเม้นต์หลัก (AHA Complex และ HD Filler) ด้านนึงเป็นเนื้อครีมขาว อีกด้านจะเป็นเจลใส เวลาใช้สามารถกดให้ออกมาพร้อมกันได้เลย แล้วเกลี่ยให้เข้ากันก่อนจะทาทั่วผิวหน้า

ซึ่งถ้าถามเราว่าลดริ้วรอยได้จริงหรือไม่ ตอบเลยว่าต้องใช้เวลา และใช้อย่างต่อเนื่อง แต่ที่เราสัมผัสได้หลังจากใช้เลย ผิวจะนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น มีผิวกระชับ จึงลดโอกาสการเกิดริ้วรอยได้ เนื่องจากผิวได้รับการบำรุง ผิวเรียบเนียนขึ้น และลดความแห้งกร้านของผิว

IT Cosmetic Confidence in a Cleanser Serum (1,150 บาท) เราเองได้รู้จักแบรนด์นี้มาเป็นปีละ ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ จากสหรัฐอเมริกา ผ่านการพัฒนาขึ้นโดยศัลยแพทย์และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว แม้แต่ผิวแพ้ง่าย ตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งตัวที่ต้องโดน! เพราะเป็นเซรั่มทำความสะอาดผิวหน้า สูตรปราศจากสบู่และซัลเฟต อีกทั้งยังเป็นสูตรดูแลให้ผิวอ่อนกว่าวัยอีกด้วย

เนื้อสัมผัสเป็นเนื้อเจลเบา มีกลิ่นหอมแนวพฤกษามาก จึงรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งล้วนมาจากส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อผิวอย่าง คอลลาเจน ไฮยาลูโรนิก แอซิด และส่วนผสมเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ Anti-Aging Armour Rejuvenating Concentrate ผิวจึงดูอิ่มขึ้น ชุ่มชื้น กระชับผิว

อะๆ มาลองกับฝ่ามือดีกว่า แต่ขอลองกับสำลีนะจ๊ะ จะได้เห็นว่าสิ่งสกปรกติดออกมาจากสำลีขนาดไหน โดยเราถูลงบนผิวที่มีเมคอัพอยู่บางๆ จากนั้นเราก็ถูเบาๆ จนเนื้อเซรั่มเปลี่ยนเป็นน้ำนม ตามด้วยการล้างน้ำปกติ แล้วเช็ดออกด้วยสำลี สังเกตว่ามีสิ่งสกปรกติดออกมา และผิวหลังมือสะอาดขึ้น ไม่ดูผิวแห้ง และยังรู้สึกชุ่มชื้น อันนี้จึงมาอยู่ติดอ่างล้างหน้าเราเป็นประจำทุกวันไปแล้ว

Olay Regenerist Whip (1,199 บาท) ตัวนี้เราเห็นในโฆษณาแล้วเกิดความอยากลองว่าเนื้อครีมจะนุ่มเป็นวิปครีมขนาดไหน เพราะคิดสิ! เมื่อเคลือบลงบนผิวหน้าคงจะฟินหน้าดู เลยจับเอาสูตรกระปุกแดง ช่วยลดเลือนริ้วรอยโดยเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสมสำคัญจากอะมิโนเปปไทด์ คอมเพล็กซ์ ทู ที่พัฒนาขึ้นมาใหม่

เมื่อเราเปิดกระปุกมา เค้าก็จะมาพร้อมฝาปิดเรียบร้อย ซึ่งตัวเนื้อครีมดูต่างจากเนื้อครีมทั่วไปที่เราเคยเห็น ถ้าจะให้พูดแบบเห็นภาพ ต้องบอกว่าความเนียนเหมือนกะทิที่ราดบนขนมตะโก้เลย(สงสัยจะหิว) และเมื่อได้สัมผัสเนื้อครีมมีความเบาแนววิปครีมจริงๆ และค่อนข้างซึมลงสู่ผิวง่าย สมอย่างที่เค้าบอกว่าตัวนี้มีเทคโนโลยีแอคทีฟ รัช เพื่อเนื้อครีมที่เกาะตัวและคลายตัวให้การซึมลงสู่ผิวได้เร็ว 1,000 เท่า! ของน้ำหนักเนื้อครีมและส่วนผสมที่สำคัญ 

เราจึงลองทาหลังฝ่ามือ เนื้อวิปก็เปลี่ยนเป็นของเหลวที่ซึมไวจริงๆ  ผิวนุ่มขึ้น และมีกลิ่นหอม ผิวไม่มันหรือทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ส่วนเรื่องลดเลือนริ้วรอย ก็ต้องใช้เวลาอย่างต่อเนื่องจ้า

Urban Decay All Nighter Pollution Protection (1,500 บาท) สเปรย์ฉีดผิวที่เป็นตัวสำหรับช่วยให้เมคอัพยิ่งดูดีขึ้น และยังป้องกันการละลายหรือซีดจางของเมคอัพ ต้องบอกว่าช่วงนึงเราก็บ้าการใช้สเปรย์ แล้วกระแสนี้ก็หายไปจากชีวิตเรา แต่ตอนนี้กลับมาพร้อม UD ออกมาหลายตัวและเราเป็นแฟนแบรนด์นี้ รีวิวเกือบครบทุกสูตร ครั้งนี้เราจะมาย้ำความดีงามของสูตรนี้อีกครั้ง

ตัวสเปรย์สูตรนี้เราจะใช้หลังจากแต่งหน้าเสร็จ และด้วยพื้นผิวเราเป็นคนผิวแห้ง บางครั้งถ้าขาดการบำรุง เมคอัพอาจเกิดโอกาสตกร่องผิวที่เกิดจากอาการผิวแห้งได้ สเปรย์ตัวนี้จึงเป็นการล็อกเมคอัพได้ดี ให้ไม่ไหลเยิ้ม หรือพวกฝุ่นละอองไปตกตามร่องผิว และด้วยความเป็นสูตรปราศจากน้ำมันและพาราเบน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิวอีกด้วย นอกจากนี้ตัวเนื้อสเปรย์ค่อนข้างละเอียด กระจายตัวละอองได้ดี 

Naturals by Watsons illuminating Serum (250 บาท) เป็นเซรั่มที่เป็นธรรมชาติสุดไรสุดเพราะแค่กลิ่นก็สัมผัสได้ถึงพลังธรรมชาติ ซึ่งเราเคยรีวิวตัวสครับของตระกูลนี้มาแล้ว ตอนนี้ถึงทีเซรั่มที่มีส่วนผสมตามตระกูลคอลฯ นี้คือ ส่วนผสมของรำข้าวและถั่วเหลืองที่ได้รับการรับรอง รวมถึงวิตามินบีและอี อีกทั้งยังปราศจากสารก่อการระคายเคืองถึง 8 ชนิด นอกจากนี้ตัวขวดก็ดูดีน่าใช้

พอเราเปิดฝาขวดมา อู้ย! น่าใช้มากมีลักษณะหัวปั๊มที่ดูดี แข็งแรง โดยเนื้อเซรั่มเบากึ่งน้ำ กลิ่นหอมแนวรำข้าวอ่อนๆ ซึมลงสู่ผิวง่ายมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ และแนะนำว่าตอนใช้ให้วอร์มบนฝ่ามือ แล้วแนบกับผิวหน้าบริเวณต่างๆ รวมถึงผิวคอ แค่ทำเป็นประจำทุกวัน ผิวจะชุ่มชื้นขึ้น และนุ่มขึ้น 

CLARINS Facial Lift Total contouring serum (3,100 บาท) สายวีคงชอบ โดยเฉพาะหน้าวีเชฟ ที่เค้าบอกว่าเป็นตัวเด่นของสาวเอเชีย เน้นกระชับผิว ไม่หย่อนคล้อย และแน่นอนว่าช่วยให้รูปหน้าเรียวเล็ก แต่ควรจะทำตามวิธีการใช้ของทางคลาแรงส์ (ซึ่งแนะนำว่าปรึกษาบีเอได้เลย) อีกความพิเศษของเซรั่มตัวนี้ คือผสานสารสกัดจากธรรมชาติ อย่างส่วนผสมหลัก Guarana , Baccharis และ Zerumbet ginger

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยืนหนึ่งของเรา ซึ่งเราได้ลองใช้ตัวนี้เพราะรู้สึกชื่นชอบในตัวเนื้อเซรั่มก่อนอันดับแรก มีความเบาและซึมง่ายมาก แถมยังมีกลิ่นหอมผู้ดีมาก หลังใช้ผิวจะนุ่มและดูผิวเงาขึ้น ส่วนการยกกระชับนั้นเค้าจะมีวิธีการทา ซึ่งใช้เวลาประมาณ 10 นาที อันนี้สามารถหาอ่านได้ตามออนไลน์กันเลย แต่เรื่องผิวที่สุขภาพดีแข็งแรงขึ้น เรายกให้ ซึ่งหนึ่งขวดสามารถใช้ได้นานอีกด้วย

Ultima II Procollagen Extrema Night Cream (2,200 บาท) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ส่งตรงและขึ้นชื่อของนิวยอร์กมาก โดยเพิ่งมีงานเปิดตัวในไทยเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา แบรนด์นี้อ่านให้ถูกนะจ๊ะว่า อัลติม่าทู ที่พัฒนาค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับคอลลาเจนมากว่า 50 ปี แน่นอนว่าส่วนผสมนี้จึงไปอยู่ในทุกๆ ชิ้นของสกินแคร์ในกลุ่มบำรุงผิว แต่ผสมมากถึง 3 ชนิดคือ โปรคอลลาเจน ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน และโซลูเบิลคอลลาเจน โดยตัวที่เราลองเป็นครีมสำหรับกลางคืน กับเนื้อครีมสุดเด้งดึ๋ง

มาดูที่เนื้อครีมจ้ะ มีความดึ๋งๆ นุ่ม และยังเบามาก ซึมลงสู่ผิวได่ง่าย ซึ่งปกติครีมบำรุงผิวกลางคืน มักจะหนาหรือหนัก แต่อัลติม่าทูตัวนี้ ซึมลงผิวแนบสนิท เหมาะกับสาวๆ ที่อยากมีผิวชุ่มชื้น ปรับความหมองคล้ำ และมีโทนสีผิวไม่สม่ำเสมอ และยังป้องกันผิวจากริ้วรอยก่อนวัย อีกหนึ่งจุดเด่นที่ต้องบอกต่อ ตรงที่ตัวเนื้อครีมมีโมเลกุขนาดเล็ก สามารถอุ้มน้ำ ผิวจึงชุ่มชื้นขึ้นนั่นเอง

No7 Lift&Luminate TRIPLE ACTION Serum Boost Mask (ชิ้นละ 200 บาท/กล่องละ 650 บาท) มาส์กแผ่นนี้เหมือนมาเป็นนางเอกพิชิตผิวคอโดยแท้ เพราะปกติจะชอบมาส์กหน้ามาก แต่ผลคือ หน้าดีขึ้นแต่ผิวคอเท่าเดิมจ้ะ เพิ่มเติมคือเริ่มมีริ้วรอย แต่ตอนนี้ No7 ออกมาส์กที่มาพร้อมการมาส์กคอไปด้วย และมีที่เกี่ยวหูให้เสร็จสรรพ ซึ่งมาส์กที่เราพูดถึงนอกจากจะมีคุณสมบัติตามที่พร่ำบอกแล้วนั้น ยังให้คุณค่าการบำรุงเท่าการใช้เซรั่มลดเลือนริ้วรอยของนัมเบอร์เซเว่นทั้งสัปดาห์ต่อการมาส์กหนึ่งครั้ง

ซึ่งแบรนด์นี้จะมี 3 สูตรด้วยกัน ส่วนสูตรที่เรารีวิวเน้นการต่อต้านริ้วรอย ด้วย Matrixyl3000Plus เทคโนโลยีเปปไทด์ที่มีกรดไฮยาลูรอนิก พร้อมสารสกัดของดอกชบา และวิตามินซี ดูแลเรื่องริ้วรอยและผิวกระจ่างใส โดยเวลามาส์กนั้นก็แค่คลี่แผ่นมามาส์กได้เลย ทิ้งไว้ 15 นาที ไปทำกิจกรรมนู่นนี่ได้สบายมาก เพราะมีที่เกี่ยวหูมาให้ไม่ต้องกลัวหลุด หลังจากใช้ก็ไม่ต้องล้างออก จะสัมผัสถึงผิวที่นุ่มขึ้น และชุ่มชื้นอีกด้วย

รีวิวโทนเนอร์ เอสเซนส์ โลชั่นสูตรน้ำ มันต่างกันไหม แล้วใช้ยังไง?

ใช้น้ำตบยังไงให้ได้ผล SK-II มาบอกทิปส์ให้พวกเราแล้ว