View 274 / Share

สารพัดมาส์กใหม่ พร้อมแนะนำตัวไหนที่เหมาะกับคุณ!

BEAUTY/Skin Care - สารพัดมาส์กใหม่ พร้อมแนะนำตัวไหนที่เหมาะกับคุณ!

เราขอแบ่งเป็น 3 กลุ่มเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายและสามารถเลือกอ่านได้ตามไลฟ์สไตล์ของสาวๆ แต่ถ้าใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบมาส์กหน้าแนวไหน วันนี้เรามาพร้อมคำแนะนำว่า ถ้าต้องเลือกมาส์กหน้าดูแลผิว จะใช้แบบไหนดี

เริ่มที่กลุ่มของมาส์กแบบซอง ซึ่งมาส์กแบบซองเหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการใช้แล้วทิ้งเลย เวลาพกพาไปไหนก็จะสบาย แค่ใส่กระเป๋าไปแต่ไม่ต้องเอากลับ นอกจากนี้ยังมีหลายรูปแบบให้เราเลือก ทั้งแบบชนิดแผ่น และเนื้อครีม ซึ่งถ้าใครชอบง่ายหน่อยก็ฉีกซอง แปะแผ่นมาส์กบนผิวหน้าเลย หรือถ้าบางคนมีเวลาขึ้นมาอีกนิด ก็จัดชนิดครีม นอกจากนี้ราคามาส์กแบบซองมักจะถูกกว่าแพ็คเกจแบบอื่น 

1. Watsons HA MASK (49 บาท) มาส์กแผ่นตัวใหม่ของแบรนด์วัตสัน โดยเค้าจะเน้นให้เรามาส์กหน้าได้ทุกวันจึงออกมา 7 แบบด้วยกันตามคุณค่าสารสกัดที่ต่างกันออกไป แต่ทุกสูตรช่วยให้มีความชุ่มชื้น กระจ่างใส และให้ผิวดูอิ่มมาก จากการบำรุงจากไฮยาลูรอน แอซิด, น้ำออกซิเจนจากเกาะเจจู นอกจากนี้ยังผลิตจากประเทศเกาหลี พร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า Tencel ให้แนบผิวมากขึ้นอีกด้วย

รีวิว: แผ่นมาส์กค่อนข้างทนไม่ขาดง่าย เนื้อบาง และสารบำรุงชุ่มฉ่ำทั่วแผ่นมาก มีให้เลือกหลายสูตรตามสารสกัดที่เราชอบเลย อย่างหอยทาก ช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ, คอลลาเจน ผิวกระชับ, ไรซ์ ยีสต์ เนียนนุ่ม, ดับเบิ้ล HA ผิวสดใส, ไข่มุกสีดำ ผิวยืดหยุ่น, ไวน์แดง ชะลอการเกิดริ้วรอย และขิง ช่วยปรนนิบัติผิวจากความอ่อนล้า

2. Boots Sheet Mask เค้าส่งตรงมาจากเกาหลีกันเลย โดยแยกได้เป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่ม Scientific ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี และอีกสองสูตรจัดอยู่ในกลุ่มส่วนผสมจากธรรมชาติ อย่างมะเขือเทศ และแตงกวา รวมเป็น 3 สูตรใหม่ที่ท้าให้สาวๆ มาลองตามการบำรุงผิวที่ต้องการ อย่างมาส์กวิตามินซี (69 บาท) จะเน้นผิวกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ส่วนสูตรมะเขือเทศ ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และสูตรแตงกวา คืนความสดชื่นให้ผิว โดยสองสูตรสุดท้ายราคาแผ่นละ 39 บาท

รีวิว: แผ่นมีความบางมาก และแนบผิวสนิทมากจริงๆ สารบำรุงเน้นๆ เต็มเนื้อมาส์ก สิ่งที่เราประทับใจคือ กลิ่นของแผ่นมาส์กมีความหอมตามสารสกัด หลังจากใช้ก็ควรใช้นิ้วเกลี่ยให้ทั่วผิวหน้า เป็นการผลักให้สารสกัดยิ่งซึมลงสู่ผิวดีขึ้น โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ แต่ตัวแผ่นอาจจะค่อนข้างเล็กสำหรับคุณผู้ชายไปสักนิดนะจ้า

3. Myu-Nique Mask Disney Princess (99 บาท) ใครสายเจ้าหญิงต้องโดน! มันน่ารักและเปรียบประดุจเราได้เป็นเจ้าหญิงจริงๆ ซึ่งตอนนี้เราได้มา 5 เจ้าหญิงดิสนีย์ ซึ่งแต่ละองค์จะช่วยบำรุงต่างกันไปตามสารสกัด อย่างซินเดอเรลล่า นางจะมาพร้อมคอลลาเจน เจ้าหญิงจัสมิน มาพร้อมทองคำและคาเวียร์ เจ้าหญิงสโนว์ไวท์ ต้งแอปเปิ้ลแน่นอน เจ้าหญิงเบลล์ ต้องมากับกุหลาบ และสุดท้ายเจ้าหญิงแอเรียล ส่วนผสมใต้่ท้องทะเลไข่มุกสีดำ

รีวิว: ชอบในความมีลายบนแผ่นมาส์ก ซึ่งจะเป็นตัวละครเจ้าหญิงดิสนีย์ โดยสีที่อยู่บนมาส์กไม่ต้องกลัวจะตกลงผิวหน้านะจ๊ะ นอกจากนี้ยังมีความชุ่มฉ่ำ กลิ่นหอม และตัวแผ่นมาส์กนั้นทางแบรนด์เค้ารังสรรค์ขึ้นมาจากเยื่อเซลลูโลสคุณภาพดี จึงมีความกระชับแนบกับรูปหน้าของเราได้ดี

4. Nivea Face Mask (69 บาท) ต้องบอกว่ามาส์กตัวนี้ยังไม่มีวางขายในร้านนะจ๊ะ แต่มีเฉพาะซื้ออนไลน์ผ่านทางเวบ Shopee เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นมาส์กซองตัวแรกของนีเวียเลยที่เข้ามาเริ่มขายที่ไทย จริงๆ จะมีทั้งหมด 4 สูตรเพื่อให้เหมาะกับทุกสภาพผิว และตัวส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด อย่าง 2 สูตรในภาพ สีเขียว เหมาะกับทุกสภาพผิว และสีฟ้า เหมาะกับผิวธรรมดา

รีวิว: เราชอบตรงที่ซื้อมาหนึ่งซองแต่ใช้ได้ 2 ครั้ง ส่วนเรื่องเนื้อครีมนั้นเบามาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ วิธีใช้คือเราต้องมาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที เนื้อครีมจะค่อยๆ ซึมลงสู่ผิวได้ดี พอครบเวลาเราก็เช็ดออกปกติ และไม่ต้องใช้ทุกวัน ใช้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง นอกจากนี้เนื้อครีมอัดมาแน่นซองสามารถมาส์กได้ทั่วหน้า

ต่อกันที่มาส์กในกระปุก ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายประเภทมาก ทั้งชนิดล้างออก และชนิดมาส์กแล้วนอนได้เลย ซึ่งไลฟ์สไตล์ของสาวๆ ที่เหมาะกับมาส์กแบบนี้จะเป็นคนที่ชอบความ DIY เอง เพราะสาวๆ จะต้องใช้เวลาในการทา หรือต้องการบำรุงเฉพาะจุดเท่านั้น และมักจะชอบความหรูหรา ความแข็งแกร่งของแพ็คเกจ แต่อาจจะพกยากสักหน่อยนะ ส่วนราคาก็จะปานกลางไปถึงสูง

1. Thann Detoxifying Clay Mask (1,200 บาท) ออกมาได้เวลาพอดีกับการช่วยดีท๊อกซ์สิ่งสกปรกอย่างฝุ่น PM2.5 ซึ่งทางแบรนด์บอกว่านอกเหนือจากการทำความสะอาดผิวหน้า เราก็ต้องดึงสิ่งตกค้างใต้รูขุมขนออกมาด้วย กระปุกนี้จึงเป็นเหมือนฮีโร่ ซึ่งมีส่วนผสมของโคลนธรรมชาติ 3 ชนิด คือ ทานากุระ เคลย์ จากญี่ปุ่น, เกาลิน เคลย์ และเบนโทไนต์ เคลย์ ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน และสิ่งตกค้างในรูขุมขน แต่ไม่ต้องห่วงว่าผิวจะขาดความชุ่มชื้นหรือไม่กระชับ เพราะมาพร้อมสารสกัดจากแตงกวา และกุหลาบ ช่วยบำรุงเรียบร้อย

รีวิว: กระปุกค่อนข้างหนัก ทำมาจากแก้วชนิดขุ่นอย่างดี พร้อมกับช้อนตักเนื้อมาส์กที่สามารถปาดเนื้อเกลี่ยลงบนหน้าเราได้เลย ซึ่งพอเราเปิดฝาออกมากลิ่นจะคล้ายๆ กับมาส์กหน้าที่เราทำในสปาไม่มีผิด เนื้อมาส์กเข้มข้น เบา และเกลี่ยง่าย เราก็จะมาส์กทิ้งไว้ 10-15 นาที ตัวมาส์กก็จะซึมและแห้ง จากนั้นเราก็ล้างออก หลังจากนั้นจะสัมผัสได้ว่าผิวนุ่มขึ้น และหอมสดชื่นมากๆๆ

2. Shiseido White Lucent Overnight Cream And Mask (3,600 บาท) เรียกได้ว่าซื้อหนึ่งได้ถึงสอง เพราะกระปุกชมพูสุดหรูตัวนี้เป็นได้ทั้งไนท์ครีม และมาส์กหน้า ขึ้นอยู่กับปริมาณการทาเนื้อครีม โดยนางเป็นรุ่นต่อเนื่องในกลุ่ม White Lucent เน้นคืนความกระจ่างใสให้ผิว ซึ่งพอรวมกับเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะล่าสุด Reneura Technology+ ให้การบำรุงตอบรับผิวให้มีชีวิตชีวาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้มีผิวอ่อนเยาว์อีกครั้ง

รีวิว: อย่างที่เราเกริ่นไปว่าตัวนี้เป็นได้ทั้งไนท์ครีม และมาส์กหน้า ถ้าเราบำรุงทุกวันก่อนนอนในปริมาณปกติก็สามารถใช้ได้ทุกวัน แต่ถ้ารู้สึกว่าผิวเหนื่อยล้า ต้องการให้ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้น ลดความหมองคล้ำ เราก็จะเพิ่มปริมาณการทาเนื้อครีม และนวดให้เนื้อครีมซึมลงสู่ผิว โดยไม่ต้องล้างออก พอตื่นมาเราจะรู้สึกว่าผิวนุ่มขึ้น

3. Eri Eden Rejuvenating Sleeping Mask (1,350 บาท) ตัวนี้เราแนะนำสำหรับคนที่ชอบความเป็นออแกนิก เนื่องจากมีส่วนผสมที่ค่อนข้างเป็นมิตรต่อผิวอ่อนโยน แพ้ง่าย และไม่มีส่วนผสมของสารที่ทำร้ายผิวเรา ซึ่งส่วนผสมหลักๆ มาจากธรรมชาติ อย่าง Rose of Jericho, Burdock Root, Plankton และ Herbal Complex ทั้งหมดนี้ช่วยกักเก็บ และเติมความชุ่มชื้น ยับยั้งการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังซ่อมแซมผิวที่หมองคล้ำจากการถูกทำร้ายมลภาวะต่างๆ ให้ตื่นมามีผิวที่อิ่มขึ้น

รีวิว: ในกล่องจะมีตัวใบพายตักเนื้อมาส์กมาให้พร้อม ซึ่งตัวเนื้อมาส์กนั้นค่อนข้างจะซึมลงสู่ผิวได้ง่าย โดยความเข้มข้นของเนื้อมาส์ก ทำให้เราไม่ต้องพอกหนาเหมือนมาส์กชนิดล้างออก ไม่ต้องใช้ทุกวัน อย่างน้อยก็สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง แล้วค่อยตื่นเช้ามาล้างหน้าตามปกติได้เลย นอกจากนี้ตัวมาส์กยังไม่มีกลิ่น เหมาะกับคนที่แพ้กลิ่นต่างๆ จึงมีความอ่อนโยน ลดการก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว ซึ่งตัวนี้ผ่านทางรับรองโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันทดสอบเครื่องสำอางระดับสากลมาแล้วอีกด้วย

4. Olay Magnemasks (1,299 บาท) ตัวนี้ออกมาตั้งแต่ช่วงต้นปี และหลายคนได้ลองใช้แล้วชอบเจ้าตัวแม่เหล็กนวดอยู่ไม่น้อย ซึ่งเรามาดูที่ส่วนผสมของมาส์กตัวนี้กันก่อน นางจะเน้นไปที่การเพิ่มความชุ่มชื่นยาวนานถึง 12 ชั่วโมง พร้อมทั้งเสริมให้ผิวนุ่มจากส่วนผสมของ Niacinamide ที่มีวิตามินบี 3 และ Penta-Peptides โดดเด่นด้วยคอลลาเจน อีกทั้งเจ้าตัวแม่เหล็กก็มีส่วนช่วยให้เนื้อมาส์กซึมลงสู่ผิวได้ดีกว่าใช้มือเปล่าถึง 3 เท่า แต่ถ้าคนไหนที่ต้องการเน้นลดเลือนริ้วรอย แนะนำอีกสูตร Rejuvenating Jar Mask

รีวิว: ในกล่องนั้นจะมีครีมสลีปปิ้งมาส์ก แม่เหล็กนวดหน้า พร้อมถุงผ้า เวลาใช้ให้เราทาครีมให้ทั่วผิวหน้าโดยไม่ต้องลงหนามาก จากนั้นก็นวดด้วยแม่เหล็กอีก 2 นาที ก็เข้านอนหลับฝันดีได้เลย พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนผ่อนคลาย นอกจากนี้ตัวเนื้อมาส์กเบามากเป็นกึ่งครีมเจล พอใช้คู่แม่เหล็กจะรู้สึกเย็นสบายผิวขณะนวด ของแบบนี้ต้องลองดู สนุกดีเหมือนกันแฮะ! อีกอย่างสาวๆ ไม่ต้องมาส์กทุกวันก็ได้นะจ้า ใช้เพียง 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

สุดท้ายเป็นมาส์กที่อยู่แพ็คเกจแบบหลอด ซึ่งส่วนมากจะมีน้ำหนักเบากว่ากระปุก จึงพกพาง่ายกว่า เหมาะกับสาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์เน้นการใช้งานที่ง่ายเพียงแค่บีบหลอดเท่านั้น จึงมีโอกาสหกเลอะเทอะได้ยากกว่าแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยังพกพาได้ตามต้องการ มีหลายราคาให้เลือกตั้งแต่ถูกไปจนแพงกันเลย 

1. Jafra Revitalize Volcanic Micro Polish mask (1,150 บาท) แบรนด์นี้เพิ่งเข้าไทยไม่นาน โดดเด่นที่ส่วนผสมจากนมผึ้ง และเมื่อจับคู่กับนวัตกรรมเฉพาะแบรนด์อย่าง รอยัล เจลลี่ อาร์เจ เอ็กซ์ ยิ่งช่วยให้การบำรุงมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เน้นการดูแลปัญหาผิวตามสัญญาณแห่งวัยต่างๆ  อย่างมาส์กตัวนี้ เป็นทั้งสครับและมาส์กในหลอดเดียว ช่วยผลัดผิวให้ดูเปล่งปลั่ง โดยยังคงความชุ่มชื้นของผิว

รีวิว: เนื้อมาส์กค่อนข้างแปลกแต่ไม่ได้แปลกที่สีนะ แต่นางมีเม็ดสครับผสมด้วย เพราะฉะนั้นสาวๆ ก็ค่อยๆ ชโลมลงผิวหน้า แล้วถูเบาๆ ตามด้วยล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นได้เลย หรือจะมาส์กทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก โดยใช้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ผลหลังใช้คือ รู้สึกผิวสะอาดขึ้น และนุ่มมาก คงเป็นเพราะเจ้าเม็ดสครับนั้นดึงเอาสิ่งสกปรกหลุดออกไปอย่างอ่อนโยน

2. No7 Laboratories Skin Paste (850 บาท) สองหลอดนี้เน้นผลลัพธ์เหมือนที่เราทำที่คลินิกความงาม แต่สามารถทำเองได้ง่ายที่บ้าน โดยมีให้เลือก 2 สูตร อย่างหลอดสีเขียวจะมาพร้อมแปรงซิลิโคน หัวแปรงไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป กับเนื้อมาส์กสีขาว มีส่วนผสมของบัวบก (ตัวนี้โด่งดังมานานและเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ในเรื่องการบรรเทาอาการระคายเคืองหรืออักเสบของผิวแดงได้ดี) พร้อมกับมีสารสกัดจากพืชเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนหลอดสีส้ม ที่มาพร้อมกับผ้ามัสลินเนื้อนุ่มสีขาว ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ลดเลือนจุดด่างดำและรอยสว รูขุมขนเล็กลง ด้วยพลังของ AHA/PHAPeel Complex ในปรมาณที่เหมาะสม ในการช่วยผลัดเซลล์ผิวและไม่ทำร้ายผิว 

รีวิว: ทั้งสองหลอดมีวิธีใช้ต่างกันนะจ๊ะ มาเริ่มที่หลอดเขียว เราจะมาส์ก และนวดวนเบาๆ สัก 5 นาที พอเนื้อมาส์กซึมลงสู่ผิว เราก็นอนได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก ซึ่งตัวนี้หลังใช้เราไม่เกิดอาการแพ้หรือแสบผิวใดๆ มีความชุ่มชื้นดี ในส่วนของหลอดสีส้มนั้นจะยุ่งยากกว่าหน่อย คือมาส์กทิ้งไว้ 15 นาที แล้วนำผ้ามัสลินที่ให้มาในกล่องซับน้ำอุ่น จากนั้นค่อยๆ เช็ดออก (ตอนนั้นรู้สึกฟินผิวมาก) ตามด้วยนำผ้าผืนเดิมชุบน้ำเย็น วิธีนี้จะเป็นการกระชับรูขุมขนได้ดีเยี่ยม ส่วนถ้าถามว่าจะเลือกใช้หลอดไหนดี ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการเน้นจุดไหน ถ้าต้องการบำรุงผิวเพื่อลดอาหารแดง คัน หรือขาดความชุ่มชื้น ก็หลอดเขียว แต่ถ้ามีปัญหารอยต่างๆ จัดหลอดสีส้มโล้ดจ้า นอกจากนี้เราไม่ต้องเสียเวลามาส์กทุกวัน เพราะใช้แค่อาทิตย์ละ 2-3 ครั้งเท่านั้น

3. POND'S Peel-Off Glitter Moisture Stick (359 บาท) มาส์กชิ้นนี้ตอบโจทย์มากสำหรับสาวๆ ที่อยากลองมาส์กหน้ากลิตเตอร์ ไม่ว่าจะถ่ายเซลฟี่หรือบำรุงผิวก็แจ่มว้าว โดยหลอดนี้มีความพิเศษอีกอย่างคือ ทางแบรนด์จับมือกับบิวตี้ไอดอลชื่อดัง ARCHITA จึงกลายเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต่างไปจากตัวอื่นๆ ของแบรนด์ ซึ่งมาส์กหลอดนี้มีไซส์ขนาดไม่ใหญ่มาก พร้อมลายม้ายูนิคอร์นดูร่าเริง สดใส ช่วยบำรุงผิวหน้าให้ชุ่มชื้น ดึงสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน จึงเหมือนเป็นการได้ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ที่ให้สายตาประชาชีเห็นถึงความกระจ่างใสขึ้น

รีวิว: เป็นมาส์กตัวเดียวจากทั้งหมดที่เรารีวิว ที่นำทุกคุณสมบัติมารวมกัน โดยเป็นเนื้อครีมสีดำผสมกลิตเตอร์ โดยเราก็บีบในปริมาณปานกลาง เกลี่ยให้ทั่วผิวหน้า (ไม่ต้องพอกหนานะจ๊ะ เดี๋ยวจะแห้งช้า) จากนั้นก็ทิ้งไว้สัก 20 นาที (มาส์กไม่ทำให้แสบผิวถึงจะมีกลิตเตอร์ก็ตาม) แล้วพอแห้งก็จะทำหน้าที่คล้ายมาส์กแผ่นล่ะทีนี้ ซึ่งเราก็ค่อยๆ ลอกออกมาเป็นแผ่นได้เลย ไม่ต้องกังวลว่ากลิตเตอร์จะติดผิวหรือลอกแล้วเจ็บ เพราะเราไม่มีอาการเหล่านี้ ผลหลังใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวดูนุ่ม และกระจ่างใสขึ้น  

"วัยรุ่นสมัยนี้ไม่กลัวสิวแล้ว!! เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวของ “น้องเบนซ์” รองมิสทีน ไทยแลนด์

สบู่หน้าใส ไอเท็มสุดเลิฟของ “น้องพลอย” รองมิสทีน ไทยแลนด์