View 469 / Share

5 สกินแคร์สำหรับสาวออฟฟิศ อยู่ห้องแอร์ก็ต้องบำรุงนะเธอว์

BEAUTY/Skin Care - 5 สกินแคร์สำหรับสาวออฟฟิศ อยู่ห้องแอร์ก็ต้องบำรุงนะเธอว์

หนึ่งในภัยเงียบที่คอยทำร้ายผิวเราโดยที่เราก็เพิกเฉย ไม่คิดว่านางจะร้ายกาจ คงเป็นสถานที่เย็นๆ อย่างห้องแอร์ในออฟฟิศเนี่ยแหละค่า นอกเหนือจากที่เราต้องระวังฝุ่น PM2.5 แล้ว พอเข้ามาด้านในอาคารก็ต้องไม่ลืมบำรุงผิวเพื่อปกป้องผิวเราเช่นกัน ถ้าให้เห็นภาพง่ายๆ ใครที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศช่วงหน้าหนาวบ้าง ผิวบางคนเกิดอาการจ้ำแดง ลอก แห้ง แต่งหน้าไม่ติดยิ่งกว่าอยู่บ้านเราซะอีก แน่นอนว่านอกเหนือจากที่ผิวไม่ชินแล้ว ยังเกิดจากการที่เราบำรุงผิวไม่เพียงพอ ทั้งนี้ถ้าหันกลับมาคอมฟอร์ตโซนอย่างห้องทำงานแอร์เย็นๆ เมื่อต้องอยู่เป็นเวลานาน ผิวก็จะแห้งถูกดึงความชุ่มชื้นใต้ชั้นผิวไปได้ง่าย และตีนนกตีนกาก็จะมาไว้กว่าปกติ แถมอาจเกิดเป็นริ้วรอยถาวรถ้าไม่รีบดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ GD จึงรับอาสาพารีวิวสกินแคร์ตัวใหม่อัพเดตสุดๆ รวมถึงตัวดังว่า จะช่วยผิวเราจากอากาศในห้องแอร์ได้อย่างไร?

Laneige White Dew Original Ampoule Essence (2,200 บาท) มอยส์เจอร์ไวท์เทนนิ่งเอสเซนส์ตัวล่าสุดของลาเนจ เรียกว่าส่งตรงจากพี่เกา(หลี)กันเลย ตัวนี้คอมเฟิร์มความดีงามด้วยนางเอกซุปตาร์' ที่เข้าวงการตั้งแต่ละอ่อนอย่าง คิมยูจอง ซึ่งเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับตัวนี้ โดยหน้าที่หลักๆ ของเอสเซนส์เพื่อสร้างความกระจ่างใสขึ้น จากผิวที่ได้รับการบำรุงให้มีความชุ่มชื้นที่เพียงพอต่อสภาพอากาศในปัจจุบัน หรือแม้แต่เวลาเราอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน เนื่องจากลาเนจใช้เทคโนโลยีตัว Mela-Vita Crusher™ และ Water Science™ รวมถึงสารไฮยาลูรอน ทำให้ได้รับการบำรุงล้ำลึกถึงชั้นเซลล์เมลานินเพื่อลดการก่อตัวของเซลล์เม็ดสี ลดการบีบตัวและยับยั้งการก่อตัวของเม็ดสีเข้ม จึงช่วยลดความหมองคล้ำ และเติมความชุ่มชื้นได้นั่นเอง

ความรู้สึกหลังได้สัมผัส : โดยปกติเราชอบขวดเอสเซนส์ระบบกดปุ่มมาก นางดูมีความฉลาด ไม่ต้องคะยั้นคะยอกด ตัวเนื้อสัมผัสก็ออกมาในระดับที่พอดีกับการทาหนึ่งครั้ง พอเรากดเนื้อเอสเซนส์ปุ๊บ กลิ่นหอมมาก่อนเลย ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นทา และเนื้อเบา ซึมลงผิวได้ดี ส่วนผิวหลังทาเมื่อเราสังเกตจะเห็นความแวววาว ชุ่มชื้นบนผิวทันที แต่ไม่ถึงกับทำให้ผิวดูโกลว์มากมายนะจ๊ะ ซึ่งระดับความกระจ่างใสของผิวที่เพิ่มขึ้น แนะนำให้ใช้ต่อเนื่อง เช้าและก่อนนอนได้เลย เพราะตัวนี้ไม่มีกันแดดผสม ก็สามารถเปิดแอร์แล้วทาเข้านอนได้

Shiseido Benefiance Wrinkle Smoothing Cream Enriched (2,500 บาท) เพิ่งวางขายเดือนมีนาคมไปหมาดๆ เจ้าค่า เราก็จับมารีวิวซะเลย และแน่นอนว่าน้องคนนี้ก็ออกมาตรงเวลาในช่วงอากาศฝุ่นละอองหนาแน่นกว่าเงินในกระเป๋าซะอีก ซึ่งน้องมาพร้อมเทคโนโลยีล่าสุดที่เป็นเอกสิทธิ์ของชิเซโด้ อย่าง Reneura Technology+™ เพื่อให้สิ่งที่เราบำรุงลงไป ผิวจะตอบรับสารอาหารมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้องเองยังนำส่วนผสมแบบเชิงซ้อนใหม่ในการรวมพลังแร่ธาตุต่างๆ จากสาหร่าย 3 ชนิด สีเขียว สีน้ำตาล และสีแดง มาช่วยปรับสมดุลสภาพแวดล้อมของผิวหนังชั้นนอกสุด (ผิวที่ต้องสัมผัสอากาศโดยตรงนั่นแหละ) ให้มีความเปล่งปลั่ง อ่อนเยาว์ขึ้น โดยเฉพาะพวกริ้วรอยแรกเริ่มที่ยังไม่ทันฝังรากลึกในผิวเรา ก็จะดูลดเลือนลง ในขณะเดียวกันถ้าเราต้องอยู่ในอากาศเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ตัวนี้จะช่วยสร้างความยืดหยุ่น และชุ่มชื้นให้ผิว

ความรู้สึกหลังได้สัมผัส: ต้องบอกว่าแท้จริงแล้ว น้องเองมาพร้อมแฝด โดยสูตรที่เรารีวิว (Enriched) จะเหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง น้องก็จะมีเนื้อครีมที่ดูสีส้มเข้มมากกว่าน้องตัวธรรมดาถึงผิวมัน แต่ประสิทธิภาพนั่นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ซึ่งสิ่งที่เราชื่นชอบมากนอกเหนือจากเนื้อครีมที่ค่อนข้างซึมง่าย และให้ผิวที่นุ่มชุ่มชื้นขึ้นแล้ว น้องยังมีกลิ่นหอมจากตัวผลที่เค้าเรียกว่า Kumquat เป็นหนึ่งในผลไม้ตระกูลส้มญี่ปุ่น ผสานกับกลิ่นของกุหลาบ กระดังงา มะลิ มัสก์ และสวีท ออเรนจ์ที่ขึ้นชื่อว่าช่วยให้เราผ่อนคลายได้ในขณะบำรุง ซึ่งถ้าสงสัยว่าพอทุกอย่างมารวมกันแล้วจะหอมยังไง ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ด้วยจมูกตัวเองจริงๆ สุดท้ายอย่าลืมตักครีมด้วยสปาตูล่า (ช้อนที่ให้มากับกล่อง) ใช้ครั้งละ 2 ช้อนหรือขนาดเท่าไข่มุกสองเม็ดต่อหนึ่งครั้งก็จะเป็นการบำรุงผิวที่เพอร์เฟ็คต์มาก

Kanebo Illuminating Serum (30ml / 4,000 บาท และ 50ml / 6,000 บาท) ต้องบอกว่าสกินแคร์เค้าก็ออกมาเป็นคอลเลคชั่นเหมือนกันจ้า ไม่ได้มีแค่เสื้อผ้าเพียงอย่างเดียว เหมือนกับเซรั่มล่าสุดของคาเนโบ ที่ขอนำเสนอสกินแคร์ SS2019 ภายใต้แนวคิดศาสตร์แห่งความงามตามช่วงเวลา เพื่อให้มีคุณสมบัติต่างๆ ที่สามารถไปต่อกรกับมลภาวะที่เปลี่ยนไปในทุกๆ วัน โดยการพัฒนาเทคโนโลยี 3 ตัวด้วยกัน (Illuminate Botanical Complex) เพื่อช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอกต่างๆ เช่น รังสียูวี หรือแม้กระทั่งการที่ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป อย่างที่ภาษาทางการเรียกว่า Advanced glycation end products (AGEs) จนทำให้เกิดผิวที่หมองคล้ำและริ้วรอยก่อนวัย เซรั่มตัวนี้จึงเข้าไปควบคุมตัวเซลล์ที่ผลิตเมลานิน พร้อมยับยั้งการผลิตที่มากเกินไป และฟื้นฟูเซลล์ผิวมากกว่าเดิม นอกจากนี้ถ้าหากต้องเผชิญกับอากาศที่แห้งมาก ก็จะเข้าดูแลผิวให้ไม่เกิดความแห้งกร้านและคงความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว รวมถึงส่วนผสมตัวออยล์ชนิดพิเศษ ก็ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้แก่ผิวหลังใช้อย่างต่อเนื่อง

ความรู้สึกหลังได้สัมผัส : คุณลูกสาวขวดสีขาวเงาวับมีความหรูหราสมราคามาก เวลาใช้ก็กดปั๊มได้ง่าย ไม่มีติดขัด และปิดฝาได้แน่นจึงพกพาได้สะดวก แต่ตัวเนื้อเซรั่มจะมีสีต่างไปจากที่เราเคยคุ้นกัน ปกติเซรั่มจะออกสีใสหรือใสขุ่นเล็กน้อย แต่ตัวนี้มีสีขาว เพียงแค่น้ำหนักของตัวเซรั่มมีความเบากว่าครีมทั่วไป หลังจากทาเราสัมผัสได้ว่าผิวนุ่มขึ้น และมีกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายกับดอกไม้ที่มีความละมุน ไม่ฉุน ซึ่งแนะนำให้ใช้หลังล้างหน้าหรือโทนเนอร์ได้เลย โดยที่ตัวเซรั่มไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนแรกๆ ของการบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นได้ดีทีเดียว และเวลาแต่งหน้า แป้งจะติดทนดียิ่งขึ้น

Sulwhasoo Bloomstay Vitalizing Serum (50ml / 4,700 บาท) แค่เห็นหน้าแบรนด์แอมบาสเดอร์เราก็ใจอ่อนแล้ว เพราะสวยระดับซุปตาร์’เกาหลีขนาดนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ซองเฮเคียว นี่เอง! และอย่างที่เราทราบกันดีว่าแบรนด์นี้จะเน้นกลุ่มผู้หญิงในวัยทำงานที่โตขึ้นมาหน่อย มีความกังวลเรื่องริ้วรอย อยากหน้าสวยใส ผิวอ่อนเยาว์ ซึ่งถ้าได้อ่านมาถึงตอนนี้และกำลังกังวลปัญหาผิวตามที่เราเพิ่งเอ่ยไป ก็อ่านถูกบรรทัดละ เนื่องจากล่าสุดโซลวาซูผุดออกมาก 3 ไอเท็มใหม่ที่เหมาะกับผิวที่เหนื่อยล้า สัญญาณของวัยเริ่มมา ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็ตำได้ อย่างตัวที่เรายกมาเป็นเซรั่ม (อีก 2 ตัวเป็นสูตรน้ำ และครีม) ที่มีสารสกัดของผลไม้และเมล็ดธัญพืช 5 ชนิด รวมถึงส่วนผสมหลักของดอกพลัม ช่วยต่อต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์ เอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ เพื่อลดการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิว และริ้วรอยนำร่อง แถมยังเพิ่มการผลิตคอลลาเจนของผิว จึงเป็นการบำรุงให้ผิวสุขภาพดีแม้อยู่ในที่ที่อากาศไม่เป็นมิตรกับผิว

ความรู้สึกหลังได้สัมผัส : แวบแรกที่ได้เห็นสะดุ้งตัวแรงมากในความสวยของสีขวดโทนชมพูนมในแบบดอกพลัมเข้ากับช่วงสปริง และฝาขวดสีชมพูทอง ถือถนัดมือไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ตัวนี้ก็เป็นลักษณะหัวกด โดยความพิเศษของเซรั่ม ต้องยกเนื้อสัมผัสเลย เพราะครั้งแรกที่เรากด เราคิดว่าเนื้อค่อนข้างแน่น (แอบคิดในใจว่าเหนียวแน่ๆ) แต่พอเกลี่ยลงบนผิว ฮัลโลววว นางแตกตัวเป็นเซรั่มกึ่งน้ำที่มีความเบาทันที หลังจากทาผิวจึงมีความเบาสบาย และซึมไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ รู้สึกได้ว่ามีสารอาหารบางอย่างลงสู่ผิวจริงๆ ทำให้มีความชุ่มชื้นยาวนานขึ้น นั่งทำงานในห้องแอร์เพลินแค่ไหน ผิวหน้าก็ยังสบายดีจ้า นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมของดอกพลัม ดีย์ๆ

Dii Collagen Time Reversal (2,350 บาท) ตัวนี้สาวๆ หลายคนพูดถึงกันเกลียวกราว โดยเฉพาะช่วงที่ออกมาใหม่ๆ เป็นแบรนด์ไทยที่ดูอินเตอร์สุดๆ คีย์ของแบรนด์นี้คือทุกชิ้นเค้าจะมีคอลลาเจนในการช่วยบำรุงผิว เพราะคอลลาเจนถือเป็นตัวสำคัญในการช่วยฟื้นฟูในหลายๆ ปัญหาของผิว ยิ่งพออายุเยอะ คำว่าคอลลาเจนต้องมีให้กลายเป็นเงาติดตามตัวไปได้เลย ส่วนเจ้ากระปุกขาวนี้ เรียกว่าฮิตสุดในแบรนด์เลยก็ว่าได้ ด้วยคุณสมบัติที่อัดคอลลาเจนมาแน่นกระปุก จากส่วนผสมของสาหร่ายสีแดง Eucheuma Cottonii ที่มีตัวแอสต้าแซนทีน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (สูงกว่าวิตามินอี 500 เท่า และสูงกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า) แน่นอนว่าริ้วรอยต่างๆ ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุอะไรก็ดูจางลง และเสริมการอุ้มน้ำของคอลลาเจนไว้ในผิวเรา พอเราไปเจออากาศแห้งๆ อย่างการอยู่ในห้องแอร์ ตัวบำรุงก็เหมือนการเคลือบผิวให้ยังมีความชุ่มชื้นอยู่

ความรู้สึกหลังได้สัมผัส : เราคือผู้หญิงคนนึงที่ถูกโฉลกกับคำว่า คอลลาเจนมาก ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถมองเห็นว่าเจ้าคอลลาเจนหน้าตาเป็นยังไง แต่เราก็รัก พอเจ้าครีมเจลตัวนี้เข้ามาเป็นกระแสที่คนสนใจ เราจึงมีโอกาสได้ลองบ้าง ซึ่งครั้งนี้ไม่ใช้ครั้งแรกที่ Girldaily หยิบยกขึ้นมาพูดถึง แต่เราเคยพูดไว้ในกลุ่มสกินแคร์ที่เติมน้ำให้ผิวไว้แล้ว ซึ่งเราก็ยังพูดเช่นเดิมว่าตัวเนื้อเจลเย็นสดชื่น (ยิ่งถ้าแช่ไว้ในตู้เย็นพอทาจะฟินมากกก) ยิ่งถ้าได้ทาหลังจากผิวเจอแสงแดด จะมีความสบายผิวมากขึ้น แนะนำอีกอย่างถ้าทาช่วงเช้าให้ใช้ในปริมาณไม่ต้องเยอะแล้วนวดวนๆ เจลจะซึมลงสู่ผิวได้ง่ายขึ้น และไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายตัวนี้ก็น่าสนใจ เพราะไม่มีส่วนผสมของมิเนอรัล ออยล์ ซิลโคน และพาราเบน จึงลดโอกาสการเกิดอาการแพ้

 

ป.ล. ผลการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนและความสม่ำเสมอในการบำรุงจ้า

3 ครีมกันแดดทาหน้า จากนีเวีย ซัน ซัมเมอร์นี้ผิวแบบไหนก็ไม่มีหมอง

"วัยรุ่นสมัยนี้ไม่กลัวสิวแล้ว!! เคล็ดลับหน้าใสไร้สิวของ “น้องเบนซ์” รองมิสทีน ไทยแลนด์