View 397 / Share

รีวิวเซรั่มมัดใจใครหลายคนในราคาไม่เกิน 1,000 บาท

BEAUTY/Skin Care - รีวิวเซรั่มมัดใจใครหลายคนในราคาไม่เกิน 1,000 บาท

ได้เวลาดูแลผิวอีกหนึ่งขั้นตอน เพราะปัจจุบันจะไปเที่ยวหรืออยู่บ้านสวยๆ ก็ต้องปกป้องผิวหน้าไว้ก่อน ทั้งฝุ่น มลภาวะ แสงแดด ต่างเป็นตัวที่จ้องทำร้ายผิวตลอด และหากไม่ดูแลให้ดีรับรองว่าต่อให้ไปถ่ายรูปสวยๆ ไกลถึงทะเลไหน พอซูมผิวก็มีพังอยู่ดีจ้า และเซรั่มถือเป็นขั้นตอนที่หลายคนชื่นชอบ เพราะด้วยเนื้อที่เบา ซึมไว และใช้เพียงปริมาณเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชนิดอื่นๆ นั่นเอง

เริ่มที่ตัวออกใหม่ล่าสุด Mamonde Red Energy Recovery Serum (30 ml/1,300 บาท) ที่ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่หน้าตาขวดที่ไล่เฉดแดงอย่างหรูหรา แต่ยังใส่นวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะแบรนด์ Blossoming Energy เป็นการกักเก็บดอกไม้ในช่วงที่ถึงขีดสุดของการเบ่งบาน ซึ่งจากการวิจัยของแบรนด์ค้นพบว่าจะมีพลังงานที่ช่วยผลักดันกลีบดอกไม้ให้บานอย่างสวยงาม สิ่งนี้จึงเหมือนเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง และสร้างความยืดหยุ่นของผิวได้ดีขึ้น 

หลังจากได้สัมผัสเนื้อเซรั่ม ซึ่งพอปั๊มลงบนผิวมือจะได้กลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนๆ และซึมลงสู่ผิวไว ด้วยเนื้อเบา ให้ผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้นขึ้นหลังใช้ ส่วนการสร้างผิวที่แข็งแรง กลับมาเรียบเนียน และการลดเลือนริ้วรอย ก็ควรใช้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอเช้าและก่อนนอนนะจ๊ะ เอาไว้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่ชอบส่วนผสมของดอกไม้เเป็นหลัก นอกจากนี้คนที่มีผิวแพ้ง่ายก็ใจชื้นขึ้นแน่นอน เพราะทางแบรนด์บอกไว้ว่า เซรั่มขวดนี้ผ่านการทดสอบและควบคุมการระคายเคืองต่อผิวด้วยกรรมวิธี Hypoallergenic จากมาตรฐานสากล เป็นเซรั่มที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ 8 ประการ

อีกหนึ่งเซรั่มที่เราเกือบมองผิดว่าเป็นสเปรย์บำรุงผิวหน้าซะแล้ว เพราะด้วยไซส์ขนาดจิ๋วและหน้าตาคล้ายขวดสเปรย์มาก แต่จริงๆ แล้วขวดนี้เป็นเซรั่มตัวใหม่ของ Boots Vitamin C Brightening Intensive Serum (30 ml/279 บาท) ที่มีวิตามินซี เข้มข้น 2 เท่า และสารสกัดจากส้มยูสุ ซึ่งทางแบรนด์มีการทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 100 คน พบว่า 3 ใน 4 รู้สึกว่าผิวกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน (อันนี้ก็ต้องลองเองด้วยจ้า) เซรั่มขวดส้มนี้จึงเน้นการลดเลือนผิวหมองคล้ำ และสีผิวที่ดูสม่ำเสมอนั่นเอง

พอหยิบขวดเซรั่มขึ้นมา อุต๊ะ! นางเบามาก แต่ก็มาพร้อมกับไซส์ 30 มล. นะยูว์ ในราคาน่ารักเชียว ส่วนเนื้อสัมผัสเป็นเซรั่มกึ่งน้ำเลยล่ะ จึงเบามากกกก ไม่เหนียวเหนอะหนะ กลิ่นคล้ายกับส้มมะนาวอ่อนๆ ความรู้สึกหลังใช้คือ เหมือนไม่ได้ทา แต่ยังได้รับการบำรุง เพราะนางซึมลงสู่ผิวแบบแนบสนิท และไม่ทิ้งคราบระหว่างวันแน่นอน เหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสโดยเฉพาะเลย (แต่ใช้เวลานะจ๊ะ) แต่ถ้าต้องการคุณสมบัติการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย แนะนำให้ใช้ครีมในสูตรเดียวกันจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น อีกอย่างเซรั่มขวดนี้พกพาสะดวกมากเวลาจะไปต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ก็นางน้ำหนักเบาซะขนาดนี้ และไม่ต้องกลัวแตกเลย

ขวดนี้หลายคนคงเคยคุ้นหน้าคุ้นตามาบ้าง เพราะเราเคยรีวิวครีม หนึ่งในไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มาแล้ว (คลิกอ่านที่นี่) เพียงแต่เปลี่ยนมาหยิบตัวเซรั่มมาลองใช้ควบคู่กัน Innisfree Jeju Pomegranate Revitalizing Serum (50 ml/1,040 บาท) ซึ่งพูดรวบตึงง่ายๆ คือนางมีส่วนผสมของน้ำทับทิมคั้นสดและน้ำมันสกัดจากเมล็ดทับทิมปลูกเองเลยจ้าที่เกาะเชจู เพื่อควบคุมการปลูกและให้ปราศจากสิ่งเจือปน ส่วนถ้าถามว่าทำไมต้องทับทิม ก็เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้ดังมาก มีประวัติศาสตร์ว่าเป็นผลไม้ที่โปรดปรานของหยางกุ้ยเฟย และคลีโอพัตรา นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในทุกๆ ส่วน มีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย เพื่อผิวที่อ่อนเยาว์

เซรั่มขวดนี้มีวางขายไซส์เดียวใช้ได้นานใช้ได้คุ้มในไซส์ 50 มล. มีกลิ่นหอม ความรู้สึกหลังใช้ผิวนุ่มและชุ่มชื้นเลยล่ะ ซึมไว ซึ่งไม่ต้องบีบเนื้อเซรั่มออกมาเยอะนะสาวๆ เนื่องจากใช้ปริมาณที่น้อยก็ทั่วผิวหน้า เพราะระหว่างที่เราเกลี่ยเนื้อเซรั่มจะแตกตัวเป็นน้ำ จึงทาได้ทั่วจ้า ขวดนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเน้นการบำรุงในเรื่องของริ้วรอย หรือคนที่ต้องเจอมลภาวะแวดล้อมภายนอกบ่อย ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น แดด และควันรถ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยความแก่ทั้งสิ้น ส่วนผสมของทับทิมก็จะช่วยปกป้องผิวหน้าได้

เซรั่มขวดนี้ถือว่าไซส์ใหญ่สุดในกลุ่มที่เรารีวิวในไซส์ 100 ml (ซึ่งมีไซส์ 30 ml วางขายด้วยเช่นกัน) และตัวนี้ค่อนข้างโด่งดังในกลุ่มวัยรุ่นเกาหลี เพราะนางผลิตมาจากประเทศนี้เลย มีพรีเซ็นเตอร์เป็นถึงไอดอลชื่อดังในโลกออนไลน์ สาวอิมโบรา (ลองค้นหาภาพในเน็ตดู หน้าใสกิ๊ง) ซึ่งก่อนหน้านี้เธอก็บินมาโปรโมตแบรนด์นี้ถึงบ้านเราด้วยเช่นกัน ความโดดเด่นของ AMPLE:N CeramideShot Ampoule (850 บาท) เน้นการบำรุงผิวสไตล์สาวเกาหลีเลยคือ การมีผิวที่อิ่มฟูขึ้น ด้วยการเสริมสร้างเกราะป้องกันให้ผิวหน้า ผ่านการเติมเซราไมด์อย่างเพียงพอ

คนที่มีผิวแพ้ง่าย โดยเฉพาะแพ้กลิ่นต่างๆ ของสกินแคร์ ตัวนี้เหมาะมากเพราะไม่มีกลิ่นและก็ไม่ฉุน หลังจากใช้จะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มและชุ่มชื้นขึ้น เนื้อเบาแต่เข้มข้น ซึ่งสังเกตได้จากความข้นของเนื้อเซรั่ม โดยการมองผ่านขวดแก้ว ถ้าคนที่มีผิวผสมถึงผิวมัน สามารถใช้ตัวนี้บำรุงแทนครีมได้ เป็นการช่วยลดความมันส่วนเกินจากสาเหตุที่บำรุงหลายๆ ตัวมากเกินไป จึงไม่ทำให้หนักผิวหลังจากเราแต่งหน้าด้วยจ้า 

ตัวสุดท้ายเป็นเซรั่มกึ่งครีม คือจะไม่ใช่เนื้อใสแต่ก็ไม่หนักเท่าครีม YourGoodSkin Balancing Skin Concentrate (850 บาท) เป็นสกินแคร์ที่ร่วมรังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและกลุ่มผู้หญิงนับพันคน เพื่อการปรับสมดุลให้ผิว พร้อมรับการบำรุงขั้นตอนต่อไป มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ได้จากส่วนผสมหลายชนิด อย่าง ชาเขียว วิตามินซี วิตามินอี และ ไลโปโครแมน (lipochroman) ได้รับการพิสูจน์จากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่าช่วยดูแลปัญหาผิวทั้ง 5 ได้แก่ ความเรียบเนียน สม่ำเสมอของสีผิว ให้ความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และลดความมันส่วนเกิน

เราว่าตัวนี้ค่อนข้างกลิ่นดี มีความเป็นกลางๆ ในส่วนของเนื้อสัมผัสมาในแบบสีขาวเนื้อเบาแต่เข้มข้น ในขณะเดียวกันหลังเกลี่ยก็ซึมลงสู่ผิวง่าย และจะดูสดชื่นขึ้นหากใช้หลังจากทำความสะอาดผิวหน้า ก่อนลงเดย์ครีม ยิ่งคนที่ผิวแห้งมากๆ ให้ลงตัวนี้ช่วยเสริมให้ผิวมีความชุ่มชื้นโดยไม่ทำให้หนักผิวเมื่อลงการบำรุงในขั้นตอนต่อไป อีกอย่างเราค่อนข้างชอบรูปแบบขวดที่มีน้ำหนักเบา และออกแบบให้ดูพรีเมี่ยมในราคาที่ไม่แรงอีกด้วย

สกินแคร์ 4 ตัวฮิตจากญี่ปุ่น กับการดูแลผิวแบบสาว 2019

ครีมติดดาว! ช่วงนี้ครีมไหนน่าใช้มาส่องรีวิวกัน