View 190 / Share

ได้ไปยิ่งไกลเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผมรู้ว่าจริงๆ เราธรรมดาขนาดไหน... ‘NATTHEW’

CELEB/Celeb Interview - ได้ไปยิ่งไกลเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ผมรู้ว่าจริงๆ เราธรรมดาขนาดไหน... ‘NATTHEW’

อีกหนึ่งศิลปินที่ไปสร้างชื่อให้คนไทย ด้วยการออกผลงานเพลงไกลถึงแดนกิมจิ และล่าสุดหนุมคนนี้กลับมามีผลงานที่เมืองไทยอีกครั้ง ทั้งคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบไป งานละคร ละครเวที เรียกได้ว่ายาวๆ ไป จัดเต็มให้แฟนๆ หายคิดถึงกันเลยทีเดียว และที่น่าสนใจยิ่งกว่าคงเป็นมุมมองความคิดที่โตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ‘นัททิว-ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม’

อัพเดทผลงานตอนนี้
มีละครกำลังถ่ายทำเรื่อง ‘My Grooms Secret รักแรกของฉันกับคดีพิลึกพิลั่นของเจ้าบ่าว’ ออนแอร์ทางช่อง True4U เล่นเป็นพระเอกคู่กับน้องฟาง (ธนันต์ธรญ์) และก็มีละครเวทีช่วงเดือนสิงหาคม เรื่อง ‘รอยดุริยางค์ เดอะมิวสิคัล’ ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมครับ ธีมเรื่องเกี่ยวกับดนตรีไทย บทจะเหมือนเป็นตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ไม่เห็นค่าของความเป็นดนตรีไทย จนได้มารู้ว่าดนตรีไทยยิ่งใหญ่ยังไง

พูดถึงงานละครเรื่องล่าสุด ‘My Grooms Secret’
จะออกแนวซีรีส์ สร้างจากหนังสือนวนิยาย ซึ่งเรื่องราวจะเกาหลีๆ หน่อย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบริษัทเว็ดดิ้งสตูดิโอ รับทำงานแต่งงาน เราเป็นครีเอทีฟ นางเอกจะแต่งงานแล้วมาใช้บริษัทเรา แต่เรารู้จักกับนางเอกอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเด็ก เป็นรักแรก ก็เลยเกิดความวุ่นวาย เมื่อนางเอกจับพิรุธได้ว่า ว่าที่เจ้าบ่าวของเขาเหมือนจะมีชู้ เรากับนางเอกก็ช่วยกันเป็นนักสืบ มันจะมีตลกด้วย เป็นคอมเมดี้ ไม่เครียดครับ

กลับมาเมืองไทยครั้งนี้ได้ทำหลายอย่างเลย
การกลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่าคุ้ม เพราะว่าไปอยู่ที่โน่นเราออกเพลงเกาหลี มันก็ทำให้คนไทยห่างหายไป พอกลับมาแล้วมีเพลงไทยก็ว่าคุ้มแล้ว มีละครอีก มีละครเวทีอีก ยิ่งดีหนักเลย เพราะเป็นคนชอบเล่นละครเวทีมาก โดยเฉพาะเรื่องรอยดุริยางค์ เดอะมิวสิคัลเป็นละครเวทีที่ทำเพื่อเฉลิม 60 พรรษาของสมเด็จพระเทพฯ ด้วย

งานที่เกาหลีเป็นยังไง เล่าให้ฟังหน่อย
โปรเจ็กต์ผมเริ่มต้นเมื่อสองปีที่แล้ว ชื่อว่า New Natthew Debut ในซิงเกิล She’s Bad เดบิวต์เป็นศิลปินเกาหลี แต่ว่าลักษณะการทำงานของผมจะไม่ใช่ศิลปินเกาหลี จะเป็นศิลปินไทยที่ออกผลงานที่เกาหลี มันจะต่างกัน เวลาคนถามเขาถามว่ากลับเกาหลีเมื่อไหร่ จริงๆ แล้วเขาต้องถามว่ากลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราก็จะอยู่ที่นี่ด้วยเป็นหลักเกิน 50% เวลาออกผลงานก็จะไปออกที่โน่น ตอนนี้มีซิงเกิ้ลเพลงเกาหลีทั้งหมด 4 เพลง เพลงล่าสุดที่โปรโมตออกรายการไลฟ์โชว์ที่เกาหลีชื่อ Love Will Be OK ฟีเจอริ่งกับศิลปินเกาหลี ‘ซองโฮยอง’ ตอนนี้โปรโมตที่เกาหลีเสร็จแล้ว ก็กลับมาโปรโมตพร้อมรับงานที่ไทย คิวปีนี้จะอยู่เมืองไทยเป็นหลักครับ

ไปทำงานที่โน่นตั้งนาน ได้อะไรกลับมาบ้าง
ประสบการณ์เยอะมาก เรื่องวินัย ความสามารถ เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เจอ วิธีการทำงานของเขาจะต่างไปจากเรา การไปเทรนเต้นเทรนร้อง คุ้มมาก ซึ่งอยู่ที่ไทยเราทำงานจนไม่มีเวลาเทรน กลับมาก็มีคนชมว่าเต้นเก่งขึ้น ร้องเพลงแข็งแรงขึ้น ด้านภาษาไม่ถึงกับขนาดประโยคสนทนายาวๆ ได้ เมื่อก่อนตอนไปครั้งแรกแค่อ่านออกเขียนได้ แต่สื่อสารไม่ได้ แต่ตอนนี้ก็พอสื่อสารได้นิดๆ หน่อยๆ อยู่เมืองไทยอาจรู้สึกว่าที่นี่เราประมาณหนึ่ง แต่พอได้ไปเจอโลกกว้างที่ดูว่าเรามันธรรมดามากเลยนะ พอกลับมาแล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะดีไปกว่าใคร ผมกลับรู้สึกว่าเรายิ่งธรรมดา ความคิดเราเปลี่ยนไปเลย เราต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ

กระแสตอบรับกับผลงานในเกาหลี  
ที่เกาหลีต่างจากเมืองไทย เมืองไทยจะมีกระแสตอบรับที่ค่อนข้างชัดเจนและวงกว้างกว่า น่าจะเป็นเพราะเราเป็นศิลปินเดบิวต์ที่ไทยเมื่อหกปีที่แล้วด้วย ตอนนั้น AF ก็กำลังบูมมากคนก็เลยจับตามอง พอมีผลงานอะไรก็เหมือนคนเฝ้ารออยู่แล้ว แต่ที่เกาหลีผมเกิดใหม่ในฐานะศิลปินต่างชาติ มันก็เลยค่อยๆ ซึม คนค่อยๆ รู้จัก จากซีรีส์เองก็ช่วยได้มาก แล้วก็เพลง เวลามีฟีเจอริ่งกับศิลปินเกาหลีก็ช่วยได้เยอะมากเพราะคนก็ตามมาดู กระแสตอบรับที่น่าภูมิใจจะเกิดขึ้นจากคนต่างชาติอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น มาเลเซียที่เขารู้จักแล้วทักมาในทวิตเตอร์ ไอจี หรืออย่างกลับมาเมืองไทย ผมเดินเซ็นทรัลเวิลด์มีคนจีนมาขอถ่ายรูป รู้สึกว่าการไปเกาหลีมันโกลบอลกว่าที่คิดเยอะเลย เขาไม่รู้ว่าเป็น AF แต่รู้จักงานเพลงที่เราทำที่โน่น ค่ายเพลงที่โน่นโปรโมทว่าเราเป็นคนไทย

คิดว่าเราได้อะไรจากวงการบันเทิงบ้าง
กว่า 6 ปีที่อยู่ในวงการให้อะไรกับผมเยอะมาก อันดับแรกสุดเลยให้ประสบการณ์ที่ผมคิดว่าต่างจากคนทั่วไปจะได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เดินเส้นทางปกติ เป็นนักเรียน เรียนจบมหาวิทยาลัยคงไม่พ้นนั่งออฟฟิศ เพราะเราเรียนสายบริหารธุรกิจ แต่พอได้มาทำงานในวงการเราได้ประสบการณ์เยอะ มันไม่ใช่แค่การทำงาน มันไปหลายที่ ไปทำหลายกิจกรรม ได้เจอคนหลายแบบ แล้วหลายครั้งที่ปัญหาใหญ่ของเพื่อนเรากลับรู้สึกว่ามันเล็กนิดเดียว เพราะเราเคยเจอปัญหาที่ใหญ่กว่า หรือคนที่รู้สึกว่าเหนื่อยๆ แต่เราไม่เหนื่อย เราสู้ได้ เพราะเราเคยเจอเหนื่อยกว่านี้ และคนเหนื่อยกว่าเราก็มีเยอะ มันเป็นประสบการณ์และวิธีคิดดีๆ ที่สำคัญยังได้ทำในสิ่งที่รักอยู่ทุกวันคือการร้องเพลง

ทุกวันนี้คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง   
คำถามนี้ถ้าถามก่อนไปเกาหลีจะบอกว่าแค่นี้เกินกว่าที่คิดไว้แล้ว แต่พอกลับจากเกาหลี โดยส่วนหนึ่งถูกสอนมา ความคิดมันเปลี่ยน มันต้องได้อีก ไม่ใช่ว่าเราทะเยอทะยาน ผมยังมีมุมมองความเป็นธรรมดาอยู่ แต่รู้สึกว่าตราบใดที่เรายังหิวกระหาย เราจะหาของกินแล้วเราก็จะได้กินเยอะแยะ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าพอ เราอิ่ม เราจะนั่งอยู่เฉยๆ 

มีอะไรที่อยากทำอีกไหม
อยากมีธุรกิจอะไรเป็นของตัวเอง อาจเปิดร้าน เปิดแบรนด์อะไรสักอย่าง ผมสนใจอยู่สองอย่าง คือเรื่องเกี่ยวกับแฟชั่นเสื้อผ้าวัยรุ่น เพราะเป็นคนชอบแต่งตัวและชอบไทยดีไซน์เนอร์มาก อีกเรื่องคือคอฟฟีช็อปง่ายๆ ที่อยากจะลองเปิดดู นอกนั้นก็คงเป็นเรื่องที่บ้าน อยากซื้อบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง โฉนดเป็นชื่อเรา อาจจะอยู่กับพ่อแม่เหมือนเดิมก็ได้ แต่ว่าอยากมีทรัพย์สินเก็บไว้ ส่วนงานในวงการตอนนี้อยากลองงานแสดงมากขึ้น อยากสัมผัสว่าเป็นยังไง งานในวงการบันเทิงผมทำมาเกือบหมดแล้ว  ขาดอย่างเดียวที่สนใจและไม่เคยทำเลยคืองานพากย์หนัง พากย์การ์ตูน อยากลอง ไม่รู้ว่าจะทำดีไหม ถ้ามีโอกาสได้ทำก็น่าจะสนุกดี 

การดูแลตัวเองก็เปลี่ยนไปด้วย
ดูแลตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนไม่เคยคุมอาหาร ทุกวันนี้คุมอย่างเยอะ กินอาหารคลีน ไม่กินของหวาน ตอนไปอยู่ที่เกาหลีฝึกเยอะแล้วโดนคุมแบบนี้ ก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันไม่ร้ายแรง พอโดนคุมแบบนี้รู้สึกมันหุ่นดี ต่อให้ผอมแต่มันเฟิร์มก็ชอบ กลับมาที่ไทยก็ยังทำอยู่ แล้วก็เรื่องนอน เรื่องวิตามินสำคัญมาก ดื่มวิตามินน้ำทุกวันเลย บางทีแบบจะนอนแล้วลืมดื่ม ถ้าไม่ขี้เกียจต้องลงไปดื่ม เพราะว่าเราทำงานใช้พลังเยอะ

สุดท้าย...เราอยากรู้เรื่องความรัก
เมื่อก่อนเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับความรักในระดับต่ำ เพราะผมมีความมุ่งมั่นเรื่องการร้องเพลงเยอะมากจนรู้สึกว่าเรื่องอื่นไม่สำคัญ ความรักก็มีเข้ามาบ้าง สมัยมัธยมหรือมหาวืยาลัยแต่ไม่ได้ให้ความสำคัญ ความฝันสำคัญกว่า พอความฝันสำเร็จมันก็มีบ้าง ยิ่งตอนอยู่เกาหลีมันเหงาแบบคุยเปิดมาก็แฟมิลี่ เพื่อน กลุ่มโรงเรียนเก่า แต่มันไม่มีสักคนที่จะแบบนั้น ไม่ใช่เลือกเยอะนะ แต่ผมมีสเปกที่ชัดเจน ไม่ใช่ไม่หา แต่ยังไม่เจอที่ใช่ สมมติว่าถ้าคุยแล้วไม่ใช่ก็จะหยุด แล้วก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า ทุกวันนี้ก็อยู่คนเดียว ก็มีเหงาบ้าง แต่ว่าการทำงานช่วยได้เยอะ ยิ่งงานยุ่งเท่าไหร่ยิ่งช่วยได้เยอะเลย

Profile
ชื่อ : ณัฎฐ์ ทิวไผ่งาม (นัททิว)
วันเกิด : 5 มิถุนายน 2532
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผลงานเด่น : ชนะเลิศ Academy Fantasia season 5, ศิลปินสังกัด CJ E&M Korea
IG : @ nat_thew

Special Thanks : Ray Thailand Magazine
(ภาพ : ทวีวัฒน์ บรรยงบุญฤทธิ์)

 

 

Girldaily
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

แคน – นายิกา สลัดลุคไอดอลกับผลงานเดี่ยวที่แสนจะเป็นตัวเอง