View 516 / Share

‘JES’ ผมเลือกทางที่จะไป แล้วไปให้สุดก่อนดีกว่า

CELEB/Celeb Interview - ‘JES’ ผมเลือกทางที่จะไป แล้วไปให้สุดก่อนดีกว่า

ละคร ‘บัลลังก์เมฆ’ ที่หนุ่มคนนี้ร่วมแสดงเพิ่งจบไปหมาดๆ แต่ดูเหมือนความน่าหมั่นไส้ของ ‘ปานเทพ’ ยังคงอยู่ให้หลายๆ คนพูดถึง และก่อนหน้าที่จะได้เจอกัน เรามองภาพของหนุ่มคนนี้ ‘เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์’ เป็นหนุ่มหน้าเป็น มาดทะเล้น แต่ระหว่างที่เราได้พูดคุยกัน ความคิดเหล่านั้นก็หายไป เปลี่ยนเป็นความทึ่งแบบที่เราคาดไม่ถึง

จริงๆ ชอบเล่นบทดีหรือบทร้ายมากกว่า
“น่าจะร้ายนะครับ (หัวเราะ) มันสนุกกว่า มันมีอะไรให้ทำมากกว่า บางเรื่องได้เล่นเป็นคนดีแต่เรารู้สึกว่ายังเล่นได้ไม่ดี รู้สึกว่าเรายังไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่ มันไม่ได้คิดซับซ้อน ซึ่งจริงๆ แล้วถามว่าอะไรถนัดกว่า มันคล้ายๆ กันแหละ แต่ถ้าถามว่าอะไรสนุกกว่าก็คือบทร้ายสนุกกว่า”

จุดเริ่มต้นในเส้นทางสายบันเทิง
“ผมเจอพี่ ‘พจน์ อานนท์’ ที่โรงเรียนครับ ผมไปโรงเรียนสาย แล้วเจอพี่เขาดักตามหลังเสา (หัวเราะ) ทีมงานพี่เขาก็ให้ถ่าย VTR แนะนำตัว แล้วก็เรียกไปแคสต์ 3 รอบถึงได้เล่นเรื่อง ‘แต๋วเตะตีนระเบิด’ ครับ เอาตรงๆ ก่อนที่จะเข้าวงการ ผมไม่เคยคิดที่จะเข้าเลย ไม่เคยอยากเลย แต่ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำอะไร ผมเป็นเด็กเรียนดีนะ แต่ไม่อยากเรียน (หัวเราะ) เคยอยากเป็นนักบอล แต่มันเป็นความฝันที่ไกลตัว เพราะว่าปัจจัยหลายๆ อย่างของโรงเรียนครับ”

สิ่งไหนที่คิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุด
“เรื่องสติครับ ผมเป็นคนมีสติอยู่ตลอดเวลากับทุกๆ เรื่อง อารมณ์จะไม่สามารถพาผมไปทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงได้ เพราะผมเป็นคนค่อนข้างคิดตลอด เมื่อก่อนผมเป็นคนใช้สมองล้วนเลย ถ้าไม่ได้มาเล่นละครจะไม่รู้จักใช้ความรู้สึกเลย อย่างเรื่องนึงจะคิดว่าผลดีคืออะไร ผลเสียคืออะไร อะไรมากกว่า เลือกที่จะทำหรือไม่ทำ ก็ต้องชั่งเสมอ”

แบบนี้เคยมีสิ่งที่ผิดพลาดในชีวิตบ้างมั้ย
“อืม...คงเป็นเด็กๆ เลยครับ ช่วงที่ยังคิดไม่เป็น เรื่องของครอบครัวนี่แหละ บางทีทำอะไร พูดอะไรไม่ค่อยคิดกับพ่อแม่ มันเชื่อมกับเรื่องของความรู้สึกด้วยนะ เมื่อก่อนอาจเป็นคนไม่ค่อยมีความรู้สึกมากเท่าไหร่ เลยทำให้ไม่ได้รู้สึกว่าเขารักเรา เลยทำแบบนั้นไป เราเลยตัดสินไปด้วยสมอง โดยไม่ใช้ความรู้สึก เลยทำอะไรที่เกินไปสำหรับเด็กคนนึงที่ทำกับพ่อแม่ แต่ปัจจุบันผมใช้ทั้งสองอย่างเท่ากันนะ”

ดูขัดแย้งระหว่างตัวตนกับอาชีพที่ทำนะ
“นั่นคือชีวิตประจำวันครับ นั่นคือชีวิตเมื่อก่อน ก่อนที่ผมจะเข้ามา Exact เล่นละครแบบจริงจัง ผมต้องทำการฝึกอย่างหนักมากที่จะใช้ความรู้สึกกับทุกๆ เรื่อง ต้องใช้มากกว่าคนอื่นทั่วไปด้วยซ้ำ เพราะว่าไม่เคยใช้เลย แรกๆ ผมต้องฝืนนะ อย่างเวลาเดินถนนต้องมองซ้าย ขวาเลยว่าคนนี้ทำอะไร รู้สึกยังไง ดูถึงว่าถ้าเราเป็นเขา เราจะรู้สึกยังไง”

เหมือนเป็นหุ่นยนต์เลย...
“ใช่ครับ แต่จริงๆ ตอนเด็กผมเป็นคนเซ็นซิทีฟมากนะ แต่พยายามกดตัวเองไว้ เพราะผู้ชายร้องไห้น่าอาย เลยพยายามจนถึงขั้นที่เราตัดความรู้สึกออกไปได้เลย เราสามารถไม่ใช้ความรู้สึกเชื่อมกับอะไรเลย จนมันเป็นนิสัย เวลาเล่นละครเรารู้สึกแล้ว มันคัตตัวเองเฉยเลย เป็นบ่อยมากครับ ถ้าเราไม่ตั้งสมาธิให้ดีพอ”

เรื่องหัวใจ ความสัมพันธ์ ณ วันนี้
“ถ้าให้ผมเรียก ผมเรียกว่า ‘คนสนิท’ ผมไม่เคยเรียกว่าแฟน และไม่เคยจำกัดคำว่าแฟน ไม่เคยขอ เลยไม่กล้าแทนตัวเองว่าเป็นอะไรกับเขาครับ เขาเป็นคนที่ใช้ความรู้สึกล้วนๆ เลยคนนึง เป็นคนที่แบ่งแยกได้เลยระหว่างเรื่องของความรู้สึกกับสมอง สมมุติเรื่องอะไรที่เขารู้สึกมันไม่โอเค แต่ในความจริงเราอาจจะถูกแหละ เขาก็บอก... คุณ เราไม่โอเคนะ แต่ว่าเราเข้าใจ แต่ก็ยังไม่โอเคอยู่นะ... ทำให้ผมเข้าใจได้ว่าคนเราใช้ความรู้สึกทำอะไรได้เยอะมาก ทำอะไรเกินที่ตัวเองคาดคิด”

‘เจษ’ เป็นผู้ชายแบบไหน
“ผมเป็นผู้ชายแบบเป็นผู้ชาย 100% ผู้ชายทุกคนจะมีความเป็นผู้หญิงอยู่ตัวใช่มั้ย ผู้หญิงทุกคนก็จะมีความเป็นผู้ชายอยู่ในตัว ผมจะมีความเป็นผู้หญิงอยู่ในตัวน้อยมาก (เน้นเสียง) เรื่องการใช้ความรู้สึกตัดสินในชีวิตจะน้อยกว่าการใช้สมอง คือผมฝึกใช้ความรู้สึกเพื่อเล่นละคร แต่ในชีวิตประจำวันก็ยังอยู่กับการคิดอยู่ตลอดครับ”

ถ้าให้ทำอะไรก็ได้ตามความรู้สึก 1 วัน อยากจะ...
“คงอยู่กับครอบครัวครับ อยู่แบบนั้นแหละทั้งวัน (หัวเราะ)”

ถ้าให้คะแนน 1-10 ในเรื่องการแสดงของตัวเอง
“5 มั้งครับ ผมยังไปต่อได้อีกเยอะเลย ทุกวันนี้ผมสนุกกับความคาดเดาไม่ได้ของการแสดง วันไหนมีสมาธิเราก็ไม่รู้ บางวันไม่มีเราก็ไม่รู้ บางวันอาจจะเล่นดี บางวันอาจะเล่นไม่ได้ ผมว่ามันพัฒนาไปได้เรื่อยๆ นะ ถ้าเก่งสุดคือเล่นได้ 100% ทุกเทค ผมค่อนข้างเป็นพวกเล่นเป็นความจริงซะส่วนใหญ่ คือถ้าผมเล่นเทคนึง 2 เทค ผมสุดละ แล้วผมจะจำ จำทุกๆ อย่างในนั้น แล้วผมจะเล่นไม่ได้ละ มันก็คงต้องพัฒนาขึ้นไป จนถึงอีกขั้นนึงมั้งครับ”

เห็นใน IG เหมือนจะชอบร้องเพลงด้วย
“ผมเป็นคนเล่นดนตรีครับ เล่นกลอง เพราะพี่ผมเล่นกีต้าร์ก่อน พี่คนโตก็เล่นเปียโน (เจษมีพี่ชาย 2 คน) ทุกคนในบ้านเล่นดนตรีหมดเลย แล้วพอมาถึงจุดนึง กีต้าร์มันสามารถพกไปได้ทุกที่ ผมก็เลยมานั่งฝึกเอง แต่กลองก็ยังเล่นอยู่ครับ เพียงแต่มันต้องมีวง”

แบบนี้ต้องมีเพลงโปรดสิ
“เป็นช่วงๆ มากกว่าครับ คือผมชอบเพลงละครของตัวเองทุกเรื่อง (หัวเราะ) ไม่ใช่ว่าเห่อนะ เหมือนเราเล่นเป็นตัวละครตัวนั้น เราเข้าใจในเพลงนี้อย่างลึกซึ้งจริงๆ ทุกคำที่เขาร้อง ทุกเมโลดี้ เราเข้าใจว่ามันสื่ออะไร แล้วเราเห็นภาพตัวละครที่เราเล่น ตัวละครอื่นในเรื่อง”

เคยคิดอยากจะเป็นนักร้องบ้างมั้ย
“เคยครับ อยากลอง อืม...ผมเป็นพวกประเภทไม่ชอบวิ่งตามใคร แล้วถ้าเราพลิกมาเราก็ต้องไปวิ่งตามคนอื่นที่เขานำไปก่อนอีก ผมว่าผมเลือกทางที่ผมจะไป แล้วผมไปให้สุดก่อนดีกว่า แล้วถ้ามันสุดแล้วเมื่อไหร่ ไปต่อไม่ได้เมื่อไหร่ค่อยเปลี่ยน”

สิ่งที่ภูมิใจที่สุดในชีวิตนี้
“ภูมิใจที่ได้ทำงานประสบความสำเร็จขั้นนึง ให้พ่อแม่ได้เห็นแค่นั้นเองครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นงานแบบนี้ก็ได้”

Profile
ชื่อ : เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ (ปอ)
วันเกิด : 2 เมษายน 2535
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ผลงานเด่น : ละคร บ่วงรัก, เรือนเสน่หา, จ้าวพายุ, สงครามนางงาม, เล่ห์รตี, บัลลังก์เมฆ
IG : @jesjpp

 

 

Girldaily
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ไอดอล กับ ดีไซเนอร์ สองทางเดินที่รักของ Beam สมาชิกวงน้องใหม่ FEVER

More story

  • 1