View 63.29K / Share

จากเด็กต่างจังหวัด ตัดสินใจเข้าประกวดเวทีมีสทีนไทยแลนด์ใบเบิกทางสู่วงการบันเทิง

CELEB/Celeb Interview - จากเด็กต่างจังหวัด ตัดสินใจเข้าประกวดเวทีมีสทีนไทยแลนด์ใบเบิกทางสู่วงการบันเทิง

ก้าวแรกของเธอกับเวทีประกวดระดับประเทศอย่าง Missteen Thailand ที่ทำให้เธอโลดแล่นอยู่ในวงการนิตยสารแฟชั่น พร้อมใบเบิกทางสู่การเป็นดาวดวงใหม่ของวงการบันเทิง แม้ประสบการณ์อาจยังไม่มากเท่ารุ่นพี่จากเวทีเดียวกัน แต่เธอก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็ได้รับคำชมอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แถมหน้าก็ยังน่ารักเรียกได้ว่าเป็นไอดอลของใครหลายๆ คน ว่าแล้วเราก็ไปทำความรู้จัก น้องครีม วริศรา ศรีเพรช สาวใต้นันย์ตาคมคนนี้กันเลยดีกว่า

น้องครีม วริศรา ศรีเพรช มิสทีนไทยแลนด์ 2015 พร้อมตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชนพ่วงท้าย เป็นชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2543 ส่วนสูง 173 เซนติเมตร น้ำหนัก 49 กิโลกรัม กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม สายวิทย์-คณิต

สำหรับการตัดสินใจในการเข้ามาประกวดนั้น น้องครีมเผยกับเราว่า "ที่ไปประกวดเพราะพี่สาวชวนไปประกวด ตอนแรกยังไม่รู้จัก และไม่ได้สนใจ สำหรับการประกวดมิสทีนไทยแลนด์นั้นเป็นเวทีแรกที่ครีมเข้าประกวด พี่เขาชวนไปและก็พาไป โดยตอนแรกคุณแม่ไม่สนับสนุนเพราะกลัวจะเสียการเรียน อยากให้เรียนมากกว่า เมื่อถึงคราวประกวดก็เข้ารอบภาคกลาง แม่เริ่มเห็นความสามารถว่าลูกไปต่อได้ และยังไม่ทิ้งการเรียน ก็คอยให้กำลังใจ สนับสนุนเรื่องการประกวด ดูแลรับส่งตลอด อีกอย่างตอนประกวดนั้นยังอยู่ในช่วงปิดเทอมจึงไม่ส่งผลเสียกับการเรียนค่ะ"

น้องครีมมีใครเป็นไอดอลมั้ย คือเห็นแล้วอยากเป็นแบบนั้นบ้าง "คือจริงๆ ก่อนหน้าที่จะมาประกวด ครีมชอบพี่เชียร์ ฑิฆัมพรค่ะ บุคลิกภาพ ท่าทาง การวางตัวน่ารักดีค่ะ แถมยังเป็นคนเฟลนลี่ด้วยค่ะ"

ขอย้อนกลับไปตอนเข้ามาประกวด เรามีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง "ตอนแรกไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากค่ะ แค่อยากลองดู อยากรู้ว่าเป็นอย่างไร ก็เลยเดินทางกับพี่สาวเข้ากรุงเทพฯ แล้วพอถึงวันประกวดก็ไปประกวดเลย หลังจากนั้นเมื่อเริ่มเข้ารอบภาพกลาง ก็เตรียมความพร้อมมากขึ้นกว่าเดิม มีการซ้อมพูด ซ้อมเดิน ปรับบุคลิกภาพตัวเองให้ดูมีความสง่ามากขึ้น เตรียมการแสดงความสามารถส่วนตัว แล้วสุดท้ายก็ผ่านเข้ารอบ 50 คน ตื่นเต้นมากค่ะ พอมาถึงตรงนี้รู้สึกว่า ครีมต้องได้ไปต่อแล้วค่ะ ก็เริ่มมีการซ้อม ฝึกฝนตัวเองมากกว่าที่เคย แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง คือเป็นสาวสมวัย มีความมั่นใจ"

แน่นอนว่าการประกวดในครั้งผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น เราคิดมั้ยว่าสิ่งไหนที่เรามีอยู่ทำให้กรรมการต้องเลือกเรา "เพื่อนๆ แต่ละคนก็มีความสามารถและคาเรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป ตัวครีมก็เช่นกัน อยู่ที่ว่าใครจะดึงอะไรออกมาใช้ออกมาแสดง สำหรับครีม ครีมเลือกการแสดงลีลาศค่ะ  เต้นคนเดียวเลย ตอนนั้นกำลังเรียนลีลาศด้วยค่ะเลยมีพื้นฐาน แล้วรู้สึกว่านี่หล่ะคือการแสดงที่เป็นตัวเองสุดแล้ว เราทำแล้วสนุกกับมัน ทำแล้วมีความสุข ทุกอย่างก็จะออกมาดีตามที่คาดหวังไว้ค่ะ"

"หลังจากรอบ 50 คนแล้ว อยู่ในช่วงเก็บตัว ได้เจอเพื่อนใหม่ คือเราก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับคนอื่นให้ได้ มีระเบียบวินัยมากขึ้น จริงๆ ตัวครีมเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นง่ายอยู่แล้ว คอ่ยข้างเฟรนด์ลี่ จึงทำให้สนิทกับเพื่อนๆ ได้ง่ายเหมือนกัน อยู่ด้วยกันก็คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ตอนที่อยู่รวมกันกับเพื่อนๆ เราก็ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น ตรงต่อเวลา มีน้ำใจต่อกัน รู้จักเสียสละ"

เห็นน้องครีมตัวเล็กๆ ผิวพรรณขาวแบบนี้ ก็ยังต้องดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา "คือครีมเป็นคนที่น้ำหนักขึ้นง่ายเหมือนกันนะคะ ก็ต้องลดของทอด ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกายบ้าง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ถ้าพอมีเวลาหน่อย ก็วันละ 30 นาทีเป็นอย่างต่ำค่ะ" 

แล้วมีการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบ้างมั้ย "ก่อนหน้านี้ไม่เคยกินค่ะ แต่พอเข้าประกวด เห็นมีผลิตภัณฑ์ของชาเม่สนับสนุน ก็เริ่มกินบ้างค่ะ ผิวพรรณดูกระจ่างใสขึ้นเหมือนกันนะคะ" 

หลังจากที่เข้ามาประกวดความฝันในวัยเด็กก็เปลี่ยนไป จากที่อยากเป็นหมอ ตอนนี้คงดูจะยากเกินไป "ตอนแรกอยากเป็นหมอ คือเป็นความฝันในวัยเด็ก แต่ก็คิดว่ายากจนเกินไป ยิ่งพอเริ่มเข้ามาประกวด ความฝันก็เปลี่ยนไป ตอนนี้อยากเป็นนักแสดงเพราะมันดูใกล้ตัวกับสิ่งที่เข้ามาประกวด เราจะรู้อยู่แล้วว่าเวทีนี้ คนที่มาประกวดส่วนใหญ่ หรือคนที่ได้รับรางวัล ก็จะได้เป็นนักแสดง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดเปลี่ยนเหมือนกันในเรื่องของการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา คิดเหมือนกันว่าจะเรียนบริหารธุรกิจ ไม่ก็นิเทศศาสตร์ค่ะ" 

ถ้าสมมุติว่าได้เป็นนักแสดง อยากเล่นบทไหน "ตรงนี้ก็ขึ้นยู่กับผู้จัด และก็ตัวครีมเองด้วยว่าตัวเองเหมาะกับบทไหน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงต้องเรียนการแสดงก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะเรายังไม่มีพื้นฐานตรงนั้น คือหลังจากที่ได้รับรางวัลมาแล้วก็ต้องความพร้อมก่อนทั้ง 5 คน คือ ตัวครีมเอง และก็เพื่อนๆ ที่ได้รับรางวัลค่ะ"

ย้อนกลับไปตอนประกวด รู้สึกอย่างไรหลังจากได้รับรางวัล "ตอนอยู่บนเวทีกับพี่เกรซสองคนคิดอะไรไม่ออกเลย รู้สึกตื่นเต้นมาก อยากขอบคุณเวทีประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ทีมงานทุกคน คุณพ่อ คุณแม่ ครอบครัว เพื่อนๆ ตลอดจนทุกคนที่มีส่วนร่วมในการประกวดครั้งนี้ ถือว่าเป็นกำไรชีวิตและประสบการณ์ที่ดี อีกทั้งยังเป็นบันไดสู่ความสำเร็จในชีวิตด้วยค่ะ" 

หลังจากได้รับตำแหน่งแล้วชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง "โอ้ว พีคเวอร์ค่ะ ก็คือต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น แบ่งเวลาเรียน กับเวลาทำงานให้ถูกค่ะ ตรงต่อเวลา" 

มีการปรับตัว มีการวางตัวเองยังเมื่อต้องมาอยู่ในจุดๆ นี้ "คือเป็นคนของประชาชนแล้ว ทำอะไรก็ต้องระวัง รอบคอบ คิดให้เยอะขึ้น คิดก่อนทำ วางตัวให้ดี เพราะภาพลักษณ์ก็ค่อนข้างมีผลเป็นที่จับตาของใครหลายๆ คนค่ะ"

ตอนนี้มีผลงานอะไรบ้าง "มีถ่ายแบบของนิตยสาร Ray Magazine ค่ะ ชอบมากค่ะ ภาพออกมาสวยน่ารัก ตอนถ่ายแรกๆ ก็เกร็งๆ อยู่เหมือนกัน แต่ก็ได้พี่ๆ ทีมงานช่วยบิ้ว ช่วยสอนโพสค่ะ เป็นกันเองดี ก็ทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ไม่เกร็ง พอเริ่มถ่ายครั้งต่อไปก็ชิวแล้วค่ะ"

เล่าถึงตอนที่ได้ไปเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของชาเม่ให้เราฟังหน่อยค่ะ "คือ ชาเม่เป็นสปอนเซอร์หลักของการประกวดค่ะ ก็เลยมีโอกาสได้ร่วมงานกับชาเม่ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบลงโฆษณา ถ่ายคลิปวิดีโอ มีเดินสายบ้างค่ะ แถมได้รับผลิตภัณฑ์ดีๆ มาทานอีกด้วย ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งที่เราไม่สามารถหาได้จากที่ไหน เวทีมิสทีนเป็นใบเบิกทางของครีมอย่างแท้จริงค่ะ"

ท้ายสุดแล้ว น้องครีมอยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ ที่เข้าประกวดบ้างคะ "อยากให้เพื่อนๆ เตรียมตัวมาให้พร้อมค่ะ เพราะแต่ละคนที่เข้ามาประกวดเป้าหมายหลักคือได้รับรางวัลชนะเลิศ หรือไม่ก็เข้ารอบท้ายๆ ให้ได้ นั่นก็เป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว หมั่นดูแลตัวเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวพรรณ หรือสัดส่วน ตรงนี้ก็สำคัญเหมือนกันนะ เพราะมันช่วยเสริมสร้างบุคคลิกภาพที่ดี เพิ่มความมั่นใจตอนเดินประกวดได้ดีทีเดียว ครีมเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะคะ"

ส่วนใครที่อยากติดตามผลงานน้องครีม หรือไลฟ์สไตล์ของสาวน้อยคนนี้ก็สามารถติดตามได้ที่ IG : cream.varisara

แคน – นายิกา สลัดลุคไอดอลกับผลงานเดี่ยวที่แสนจะเป็นตัวเอง