• By /
  • 20 July 2015
  • 23:24

View 317 / Share

‘แนท อนิพรณ์’ มิสยูนิเวิร์สฯ โต้... หนูไม่ใช่เด็กเส้น

CELEB/Celeb News - ‘แนท อนิพรณ์’ มิสยูนิเวิร์สฯ โต้... หนูไม่ใช่เด็กเส้น

สวยปังโดนใจกองเชียร์และกรรมการ เพราะในที่สุด ‘แนท-อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์’ สาวงามวัย 21 ปีจากลำปางก็คว้ามงกุฏ ‘มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2015’ มาครองได้สำเร็จ แต่ก็ยังมีกระแสโจมตีเรื่องล็อกมงกุฎอยู่บ้าง งานนี้เจ้าตัวเผยว่า...

“หนูก็ไม่รู้นะคะว่ากองเชียร์ล้นหลามมาได้อย่างไร ทำไมเขาถึงให้ความรักความเอ็นดูหนูมากขนาดนี้ แต่หนูขอบคุณมากๆ เลยค่ะที่คอยเชียร์ และให้กำลังใจหนูเป็นอย่างดีมาโดยตลอด หนูเห็นหน้ากองเชียร์ทุกครั้งในการประกวดรอบต่างๆ รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะ ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น”

การเตรียมตัวก่อนมาประกวด
“ก็ฟิตร่างกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ ดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน หนูเตรียมพร้อมมาตั้งแต่อายุ 19 ปีเลยค่ะ แต่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีความมั่นใจที่จะมาประกวด แต่พอรู้สึกว่าการเรียน กิจกรรม และงานที่ทำลงตัวแล้ว จึงจัดสินใจมาประกวดตอนอายุ 21 ปี หนูเดินแบบตอนอายุ 18-20 และมีโอกาสได้เป็นดาวมหาวิทยาลัย คนรอบข้างก็เชียร์ให้มาประกวด เขาก็เรียกหนูว่าน้องดาวๆ แต่ตอนนั้นยังไม่พร้อม เพราะหนูเพิ่งเข้าเรียนใหม่ๆ มาจากจังหวัดลำปาง การแข่งขันในเมืองก็สูงมาก หนูก็ฟิตหนัก และเตรียมตัวเองมาเรื่อยๆ ช่วยปีหลังๆ ถามเพื่อนได้หนูไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสหลัง ม.กรุงเทพ”

สิ่งที่ได้รับจากการประกวดครั้งนี้
“ได้มิตรภาพ ทุกคนที่มาประกวดในกองมีทั้งพี่ทั้งน้องแต่ว่าเราเป็นเพื่อนกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือความมีน้ำใจของเพื่อนผู้เข้าประกวด และน้ำใจของคนไทยโดยเฉพาะคนอุบลราชธานี จังหวัดที่พวกเราไปเก็บตัวทำกิจกรรม เป็นคนที่มีรอยยิ้มจริงใจ ให้การต้อนรับด้วยความจริงใจมาก ประทับใจชาวบ้านทุกคน บางพื้นที่ห่างไกล ความเจริญอาจจะเข้าไม่ถึงเต็มร้อยแต่ว่าไม่ทำให้คนที่นั่นบกพร่องทางจิตใจเลย มีศักยภาพเต็มเปี่ยมที่พร้อมให้กับพวกเราค่ะ”

  

ก่อนหน้านี้โดนโจมตีว่าเป็น ‘เด็กเส้น’
“หนูไม่ได้โดนล็อกไว้หรอกค่ะ ถ้าหนูเป็นเด็กเส้นคงไม่ต้องดิ้นรนและฝ่าฟันด้วยตนเองมาหนักมากหรอกค่ะ รู้กันมั้ยคะว่าการออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องง่ายๆ หนูทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยก็หนักแล้ว เลิก 4 โมงเย็นไปทำงานแฟชั่นโชว์จน 3 ทุ่ม เสร็จแล้วก็ไปฟิตเนสจนถึง 5 ทุ่ม มาออกกำลังกายต่อในห้องอีก เวลาทำงานก็เอาหนังสือไปนั่งอ่านด้วย หนูทำอย่างนี้มาเป็นปีๆ แต่ก็รักที่จะทำ เพราะแม่บอกเสมอเราต้องออกกำลังกายและดูแลตัวเอง ในเรื่องอาหารหนูไม่ชอบดื่มน้ำผลไม้ คุณแม่ก็เอาน้ำส้มคั้นมาให้ดื่มทุกเช้า ซึ่งหนูไม่ชอบเลยแต่ต้องดื่ม ทานผักผลไม้ต่างๆ คุยกับเพื่อนทุกวันว่าถ้ามาถึงตรงนี้เสร็จแล้วจะทำอะไรต่อ ยังมีการเก็งคำถามกันเลยว่าจะเจอกับอะไร เพื่อนก็เขียนเป็นลิสต์มาให้เลย คาดเดาไปต่างๆ นานา เพราะว่าเพื่อนหนูเป็นแฟนนางงามเยอะ แต่วันนี้ที่สัมภาษณ์ไม่มีตรงตามที่เก็งเลยค่ะ”

กับข้อหาว่ามี รองประธานฯ กองประกวด ให้การสนับสนุนอยู่ลับๆ 
“ไม่รู้สึกตกใจที่มีกระแสออกมาอย่างนี้นะ เพราะว่าหนูไม่เคยรู้จักพี่แจ๊ส (ประณม ถาวรเวช) มาก่อน วันมาสมัครคนที่สัมภาษณ์หนูคือคุณออน (ชิชญาสุ์ กรรณสูต) และกรรมการอีกสองท่าน พอมาอยู่ในกองได้ยินเสียงพี่แจ๊สอบรมพวกเราเสียงดังก็เลยได้รู้ว่าใครคือพี่แจ๊ส ท่านรักทุกคนค่ะ แต่เนี้ยบมากเพื่อให้ทุกอย่างออกมาดี และขอชี้แจงเรื่องชุดวันแถลงข่าว ชุดที่ผู้เข้าประกวดเตรียมมากองประกวดบอกว่าห้ามใส่ชุดเจ้าสาวไม่ใช่ห้ามใส่ชุดสีขาวค่ะ แต่ชุดสีขาวที่หนูเลือกมาไม่มีใครมองว่าเป็นชุดเจ้าสาวแน่นอน เพราะว่าหนูได้รับความอนุเคราะห์จากแบรนด์ตัดให้ค่ะ”

กับกระแสเเง่ลบในโลกโซเชียล ไม่ได้ทำให้รู้สึกกดดัน 
“หนูไม่ได้กดดันนะคะ หนูไม่รู้หรอกค่ะว่ามีเพจอะไรบ้าง แต่รับรู้ได้จากไอจี มีคนมาคอมเม้นท์ชมและแขวะบ้าง หนูก็เก็บมาคิดนะว่าเราเป็นอย่างที่เขาเม้าท์กันรึเปล่า ถ้าอันไหนที่ไม่ใช่ก็ตัดออกไป ส่วนอันไหนต้องเสริมก็กลับมาพัฒนา หนูมีงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ใช่มั้ยคะ ก็เดินแบบทื่อๆ ตรงๆ เพื่อพรีเซ้นต์เสื้อผ้า แต่พอเป็นนางงามต้องพรีเซ้นต์ตัวเอง หนูก็นำกลับมาคิดว่าเราควรทำอย่างไรต่อไปในเมื่อการเป็นนางงามต้องปรับเปลี่ยน เป็นนางแบบไม่ต้องยิ้ม เป็นนางงามเน้นยิ้ม ก็เป็นสิ่งที่ถนัดอยู่แล้วเพราะหนูเป็นคนชอบยิ้ม”

เงินรางวัลที่ได้ นอกจากเก็บเป็นทุนการศึกษา ยังตั้งใจมอบให้คุณตาคุณยาย
“คุณตาคุณยายไม่ได้มาดูประกวดค่ะ อยู่ที่ลำปาง เดินทางลำบากค่ะ ก็บอกท่านว่าให้ช่วยเชียร์อยู่ที่บ้านนะ คอยดูว่าเวลาหนูออกทีวีแล้วหนูขึ้นกล้องหรือสวยมั้ย ก็อยากบอกท่านว่าวันนี้หนูทำสำเร็จแล้วนะคะ เงินรางวัลที่ได้หนูคงเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาก่อน คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตหนูนอกจากคุณแม่ ก็คือคุณตากับคุณยายที่เลี้ยงหนูมาตั้งแต่เล็ก ท่านไม่เคยทำให้หนูรู้สึกว่าหนูขาดพ่อซึ่งเลิกกับคุณแม่ตั้งแต่หนูเกิด หนูกับพี่สาวพอโตขึ้นก็ทำงานพิเศษหาเงินส่งตัวเองเรียน และส่งกลับให้ทางบ้านด้วย หนูมีคุณตาเป็นฮีโร่ค่ะ ท่านเป็นข้าราชการ ครอบครัวของเราปานกลาง แต่คุณตาสอนให้ทำทุกอย่าง หนูเคยถามท่านนะคะว่าทำไมต้องทำในเมื่อบ้านเราก็พออยู่พอกิน ท่านบอกว่าถ้าวันหนึ่งตาไม่อยู่แล้วเราจะช่วยเหลือตัวเองได้อย่างไร แม้คุณแม่มีธุรกิจส่วนตัวก็ตาม”

วางแผนกับการประกวด ‘มิสยูนิเวิร์ส 2015’ ที่โคลอมเบียจะเป็นเจ้าภาพปลายปีนี้ยังไง
“ขั้นแรกต้องเน้นในเรื่องของภาษาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าหนูก็สื่อสารได้ ที่ผ่านมาหนูเดินแฟชั่นโชว์ มีเพื่อนที่เป็นชาวต่างชาติ ก็สื่อสารกับเขาได้ แต่ว่าไม่ได้เก่งอะไรมาก ก็ต้องพัฒนาให้เก่งภาษามากขึ้น และฟิตหุ่น อยากเตรียมพร้อมเรื่องร่างกายมากๆ เพิ่มกล้ามเนื้อ หนูรู้สึกว่าผู้หญิงที่มีซิกแพ็คสวย ที่สำคัญสาวๆ จากหลายประเทศทั่วโลกเขาต้องหุ่นดีกันทั้งนั้น เขาต้องพร้อมและหนูก็ต้องพร้อม จุดเด่นของหนูคือการเป็นตัวของตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่เหมือนใคร ทั้งเรื่องวิธีการเดิน การโพสต์ท่า รอยยิ้ม ทุกอย่างที่เป็นตัวเรา อยากพกความมั่นใจไปเวทีโลก ถ้าเรามัวแต่ลังเล และหาข้อด้อย ไปด้วยใจไม่เต็มร้อยก็ไม่ควรไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต้องทำให้ดีที่สุด หนูเป็นคนจริงจังเวลาทำงาน แต่ปกติเป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง ชอบยิ้ม มองโลกในแง่ดี คุณตาเคยสอนว่าเขาก็คนเราก็คน มีสองไม้สองมือเหมือนกัน ศักยภาพอาจแตกต่างกันบ้าง แต่เราต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเอง หากเราไม่เชื่อมั่นในตัวเรา ก็ไม่มีใครมาเชื่อมั่นในตัวเราแล้วค่ะ”

ต่อยอดกับการเรียนปริญญาตรี คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์
“ในฐานะที่เรียนคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ คณะของเราสอนให้เป็นคนดีอยู่แล้ว ตามสโลแกนของคณะคือช่วยเหลือเขาเพื่อให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้ค่ะ ซึ่งตอนนี้หนูได้เป็นตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ก็จะช่วยเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์สิ่งต่างๆ และหนูเชื่อว่าในความเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ทำให้หนูมีศักยภาพในการช่วยเหลือสังคมเพิ่มมากขึ้น” 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก www.siamdara.com

 

Siamdara
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

เคนดัลยังคงขึ้นแท่นนางแบบค่าตัวแพงที่สุดแห่งปี ว่าแต่เท่าไหร่กันนะ?!

More story

  • 1