View 8.65K / Share

ซีรีส์เกาหลีอมตะที่ดูกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ #วนไปค่ะ

ENTERTAINMENT/Movies - ซีรีส์เกาหลีอมตะที่ดูกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ #วนไปค่ะ

ความโด่งดังของซีรีส์เกาหลีได้ขยายความฟินมาถึงประเทศไทยจนตอนนี้มีให้เราดูเป็นร้อยๆ เรื่อง ทั้งเรื่องที่เป็นกระแส บอกต่อกันมาจนติดเป็นพฤติกรรมเสพติดซีรีส์งอมแงมทั้งบ้านทั้งเมือง

Girldaily จึงขอหยิบซีรีส์ที่สนุกสุดฤทธิ์จนต้องกลับมาดูได้ไม่มีเบื่อ จะวนไปมาซ้ำแค่ไหนก็ยังอินอยู่!

1. Autumn in my heart รักนี้ชั่วนิรันดร์ (16 ตอน)

นำแสดงโดย ซงซึงฮยอน และ ซองเฮเคียว

นักแสดงเล่นดีงามตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงตอนโต และสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยดู แนะนำว่าไม่ต้องอ่านเรื่องย่อ หรือดูตัวอย่างอะไรทั้งสิ้น ให้แต่ละซีน ค่อยๆ ดำเนินเรื่องราว รับรองทิชชู่ม้วนเดียวก็ไม่พอ แต่แอบบอกเบาๆ ว่า พระเอกหล่อมากค่ะท่านผู้ชม

จุดเด่น : เก่าแต่เก๋า ครบทั้งความรัก ดราม่า โรแมนติก แก่งแย่ง มีความเป็นนางเอ๊กนางเอกสูง คือวิถีการดำเนินเรื่องนี้เลย ซีนอารมณ์โผล่มาเพียบให้เราตามจนจบเรื่อง และถ้ามีเพลงประกอบซีรีส์คลอข้างหูด้วยแล้วล่ะก็ อือหือ! มาเต็มๆ

2. แดจังกึม จอมนางแห่งวังหลวง (60 ตอน)

นำแสดงโดย จีจินฮี และ ลียองแอ

เป็นเรื่องราวสุดดราม่าในวังหลวงสมัยก่อน เน้นเรื่องราวชีวิตของ ‘ซอ จังกึม’ หมอหลวงคนแรกที่เป็นสตรีในสมัยโซซอนซึ่งมีหลายฉากในเรื่องที่กระชากอารมณ์คนดู และที่สำคัญเป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องเดียวที่ไทยนำมาออกอากาศซ้ำมากที่สุด

จุดเด่น : แสดงถึงความอดทนของผู้หญิงสมัยก่อน และมีการพูดถึงวัฒนธรรม ตำรับอาหาร และการแพทย์ในราชสำนักเกาหลี

3. Boys Over Flower หรือ F4 (25 ตอน)

นำแสดงโดย  ลีมินโฮ และ คูเฮซอน

ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องทำออกมา 3 เวอร์ชั่น และปังมากทุกเวอร์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นไตหวัน ญี่ปุ่น และเกาหลี ซึ่งของเกาหลีเองนำเสนอออกมาให้นางเอกดูน่าสงสารถึงขีดสุด และก็โชคดีถึงขีดสุดเช่นกัน บางฉากเราก็บ่นว่าอยากเป็นนางเอกจุง มีแต่คนหล่อมารัก อิอิ พอดูไปเรื่อยๆ ก็เลือกทีมกันได้เลยนะว่าจะ ทีมพระเอกหรือพระรองดีน้า.......

จุดเด่น : เป็นซีรีส์เบาสมองที่ไม่ได้จัดดราม่าหนักมากเกินทน นางเอก ทั้งแก่นและสู้ชีวิต พระเอกก็รวยแบบเวอร์ถึงเวอร์มากตามสไตล์ซีรีส์เกาหลีจนหยุดดูไม่ได้ อ๋อ! ลืมบอกไปว่า ฉากฮาๆ ก็มีให้เราได้เห็นเช่นกันนะเธอ

4. Rooftop Prince ตามหาหัวใจเจ้าชายหลงยุค (20 ตอน)

นำแสดงโดย ปาร์คยูชอน และ ฮันจีมิน

อารมณ์แบบทวิภพบ้านเรา ที่อยู่ดีๆ นางเอกก็ย้อนไปยุคโบราณ แต่อันนี้กลับกันที่พระเอกเป็นคนยุคโบราณที่หลุดไปอยู่ในโลกปัจจุบัน(ปี 2012) เป็นความเปลี่ยนแปลงที่พระเอกแทบจะรับไม่ได้กันเลย แต่สุดท้ายเราก็ต้องมานั่งลุ้นอีกว่า พระเอกจะรักกับนางเอกอย่างไร

จุดเด่น : การดำเนินเรื่องของรอยต่อระหว่างสองยุคที่มีระยะเวลาห่างกันถึง 300 ปี ความมีเสน่ห์ของพระเอก และเรื่องวุ่นๆ ที่นางเอกต้องเจอ พร้อมความฮาแบบขีดสุดแน่นอน

5. The Master’s Sun (16 ตอน)

นำแสดงโดย โซจีซบ และ กงฮโยจิน

ถือเป็นซีรีส์เกาหลีแนวใหม่ ณ ขณะนั้นเลยก็ว่าได้ เพราะโดยส่วนใหญ่จะเน้นไปที่เรื่องราวสุดกุ๊กกิ๊กใสๆ หรือดราม่าจัดหนัก แต่เรื่องนี้กลับเลือกที่จะเสนอความลึกลับปนโรแมนติก กับบทนางเอกเป็นคนเห็นผี และเมื่อได้อยู่ใกล้พระเอก ผีกลับหายไปซ่ะงั้น นี่แค่สปอยเป็นน้ำจิ้มนะ ต้องไปลองดูกัน!

จุดเด่น : ผู้ชมจะได้ลุ้นไปพร้อมๆ นางเอกว่าเธอจะผ่านปัญหาที่เจอไปได้อย่างไร และมีเอฟเฟกต์ให้ชมในเรื่อง พระเอกก็มาดเข้มได้ใจเจ๊จริงๆ

6. Empress Ki (51 ตอน)

นำแสดงโดย ฮาจีวอน, จูจินโม และจีชางอุก

อะไรที่เกี่ยวกับวังหลวงไม่เคยทำให้เราผิดหวัง โดยเฉพาะสาวสามัญชนที่ได้ขึ้นเป็นใหญ่ถึงขั้นจักรพรรดินี โดยนอกจากเนื้อเรื่องที่ชวนให้ติดตามทุกตอนแล้ว ยังจะได้เห็นภาพสวยๆ การแต่งกายย้อนยุค และการเชือดเชือนของนักแสดงทั้งหลายที่ตีบทแตกเข้าถึงน้ำถึงเนื้อมาก

จุดเด่น : ใครที่หวังความฮาเป็นอันดับหนึ่ง ต้องกดปุ่ม Pause เรื่องนี้ไว้ก่อน แต่ถ้าอยากได้ความเข้มข้นแนวประวัติศาสตร์ ดราม่า โรแมนติก ก็กด Play ต่อได้เลย นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอถึงการล่มสลายของเผ่ามองโกลบนแผ่นดินจีน

7. Jang Ok Jung จางอ๊กจอง (24 ตอน)

นำแสดงโดย ยูอาอิน และ คิมแตฮี

เรื่องนี้คิมแตฮี สวยลืมมมมมม กับการแต่งกายของหญิงสาวสมัยก่อน และปมดราม่าของเหล่าสนมในวังที่คิดจะมาขึ้นเป็นที่หนึ่งเหนือกันและกัน ใช้ทั้งเล่ห์กล การแบ่งพรรคแบ่งพวก รวมถึงการนำเสนอความรักที่ไม่ว่าจะถูกผิดอย่างไร “ฉันก็รักเธอ”

จุดเด่น : ไม่ได้มีแค่ความรักหรือเรื่องดราม่า แต่ยังนำเสนอเรื่องราวของการออกแบบเสื้อผ้า เครื่องสำอาง และได้เรียนรู้การเรียงลำดับสนมในสมัยโชซอนอีกด้วย

8. I Hear Your Voice (18 ตอน)

นำแสดงโดย อีจงซอก  และ ลีโบยอง

ครบทุกรสชาติมากๆ จนหลายคนยกให้เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ในดวงใจ มีความฟินในตัวพระเอกและนางเอกจนมานั่งคิดว่า ชีวิตจริงมันมีไหมคนแบบนี้ (ประมาณว่าอิจฉาเค้าอ่ะนะ) ใครที่อยากทำอาชีพทนายต้องดูนะ เผื่อเป็นแรงบันดาลใจอีกทาง

จุดเด่น : ข้อคิดในการใช้ชีวิตดีๆ เพียบ ฉากที่คาดเดาไม่ถึงนี่แหล่ะ คือจุดที่ทำให้เราอยากติดตามต่อ ไม่รู้จักเบื่อ และอาจจะหลงรักพระนางโดยคุณไม่รู้ตัว

9. Good Doctor ฟ้าส่งผมมาเป็นหมอ (20 ตอน)

นำแสดงโดย จูวอน และ มูนแชวอน

ต้องยกย่องให้ ปาร์ก แจบอม ผู้เขียนบทเรื่องนี้ กับการเสนอมุมมองสุดให้กำลังใจ โดยเฉพาะคนที่ท้อมากๆ ต้องหยิบมาดูซ้ำแน่นอน ด้วยการตั้งคาแรกเตอร์ให้พระเอกเป็นออทิสติก จนสุดท้ายพยายามกลายเป็นหมอรักษาคน!

จุดเด่น : ได้รับรางวัลมากมาย ถือว่าเป็นซีรีส์ที่อิงความเป็นจริงของมนุษย์ ให้กำลังใจผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ มีฉากประทับใจมากมายจนหลายคนเทใจดูซ้ำไม่ต่ำกว่า 3 รอบ รวมถึงมีเรื่องของการแพทย์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้งหมดนี้คือซีรีส์ 9 เรื่องที่ฉายเมื่อหลายปีก่อน แต่ยังฮิต และขึ้นแท่นเป็นซีรีส์อมตะกันไป (อย่างน้อยก็ต้องมีหนึ่งในนี้ที่ทุกคนต้องชอบบ้างแหล่ะ) ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการดูซีรีส์เกาหลีจริงจังของใครหลายคน จนต้องติดตามเรื่องอื่นๆ กันต่อ นั่งเช็คเรื่องใหม่แทบทุกวันนี้ หรือถ้าใครอยากโหวตเรื่องไหนอีก ตามมาคอมเม้นกันต่อในเฟสบุ๊ค Girldaily ใต้คอนเทนส์นี้สิ ช่วยกันแชร์ซีรีส์ในดวงใจคุณขึ้นแท่นเป็นซีรีส์ที่ห้ามพลาด!

9 หนังสยองขวัญ บน Netflix ที่จะทำให้คุณอินกับเทศกาลฮัลโลวีน

More story