View 4.63K / Share

3 หนังดัง ที่แฟชั่นเผ็ดไปถึงดาวอังคาร แซ่บจนน่าแต่งตามรัวๆ

FASHION/Fashion Talks - 3 หนังดัง ที่แฟชั่นเผ็ดไปถึงดาวอังคาร แซ่บจนน่าแต่งตามรัวๆ

แม้ส่วนใหญ่เราจะดูหนังแล้วจะโฟกัสไปที่บทบาทบทภาพยนต์ก็ตาม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า หลายครั้งหลายคราที่เสื้อผ้าในหนังนั้นเผ็ดจนเป็นที่กล่าวถึงไม่ด้อยไปกว่าเนื้อเรื่องเลย และเหล่านี้คือ 3 เรื่องที่เสื้อผ้าแซ่บจนคุณต้องยอมสิโรราบ

1. The Age of Adaline

เรื่องราวของหญิงสาววัย 29 ปี อดาไลน์ โบว์แมน ที่ประสบอุบัติเหตุในคืนหิมะตกคืนหนึ่ง และนั่นทำให้เธอไม่แก่อีกต่อไป นอกจากความอมตะที่ตรึงความงามของเธอไว้ให้เป็นนิรันดร์แล้ว สวรรค์ยังให้ความสามารถพิเศษอีกอย่างที่แทบจะหาใครทัดเทียมได้ คือ รสนิยม นั่นเอง หากใครได้ดูเรื่องนี้เป็นต้องร้องว้าวเหมือนดิฉันเป็นแน่แท้ เพราะเสื้อผ้าแต่ละชุด แฟชั่นในแต่ละยุคสมัยที่ถูกถ่ายทอดออกมา บอกได้เพียงคำเดียวว่า เลิศ!! ทั้งวินเทจและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน หากจะพูดว่า Perfect ก็คงไม่มากเกินไปนัก และเชื่อว่าเพราะการทำงานหนักของฝ่ายเสื้อผ้าส่งให้เบลค ไลฟ์ลี่ กลายเป็นแฟชั่นไอคอนระดับตำนานได้เลยทีเดียว (ถ้าในหนังมันกลายเป็นเรื่องจริงได้อ่ะนะ) โดยเฉพาะชุดเดรสกุชชี่กำมะหยี่สีเบอร์กันดียาวกรอมพื้นนั่น จากชิ้นงานระดับไฮเอนด์ปี 2014 สู่ไอเท็มในคืน New Year’s Eve ปี 1945 ตามท้องเรื่อง กล่าวได้ว่าร่วมสมัยทั้งเมื่อก่อนจวบจนกระทั่งปัจจุบันกาล คือนิยามของคำว่า Timeless ที่แท้จริง แต่จะไม่ยกความดีความชอบให้กับเหง้าหน้าและทรวดทรงองค์เอวของแม่เบลคเองก็คงจะไม่ได้ ต้องยอมรับว่าทั้งตัวคนใส่ และเสื้อผ้าหน้าผม พิถีพิถันจนลงตัวในทุกรายละเอียดจริงๆ

2. The Dressmaker

เมื่อทิลลี่ ดันเนจ หญิงสาวช่างตัดเสื้อจากปารีสเดินทางกลับบ้านเกิดในชนบทที่ออสเตรเลียหลังจากที่ต้องระเห็จไปตอน 10 ขวบด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร เธอกลับมาอีกครั้งในปี 1950s เพื่อแก้แค้นโดยมีประสบการณ์การทำงานกับ Madame Vionnet และ Cristobal Balenciaga กูตูริเย่ร์ตัวแม่แห่งยุคเป็นทัพหน้า ม้วนผ้าไหมอิตาลีเป็นอาวุธ ดันเนจสะท้อนแฟชั่นในยุคหลังสงครามที่กำลังก้าวข้ามขอบเขตน่าเบื่อแบบเดิมๆได้ดี พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของแฟชั่นและสตรีว่าความเฟมินีนไม่จำเป็นต้องมาพร้อมคอร์เซตเสมอไป กระโปรงสุ่มใหญ่ยังคงอยู่ ควบคู่ไปกับเสื้อผ้าแบบโครงสร้าง (Structured) การจับเดรปพาดลำตัว คัตติ้งที่ทำให้ส่วนโค้งเว้าดูชัดเจน เผยส่วนที่ดีและปิดส่วนที่แย่ เอวเอสยังคงต้องมา เรียบง่ายและเลอเลิศ ในขณะที่ชาวบ้านร้านตลาดสวมเสื้อผ้าในโทนสีคลุกฝุ่น (Earth Tone) กับสไตล์แบบชาวไร่ชาวนา (Farmer) กระทั่งพระเอกของเราก็ตาม แต่เคทมักสวมเสื้อผ้าสีสด รวมถึงสีดำ (สนิท) โดยมีงานโอต์กูตูร์สุดเผ็ดที่มีดิออร์เป็นแรงบันดาลใจ ที่ยิ่งกว่าสตันนิ่งก็ต้องชุดเดรสสีแดงเข้ารูปตัดเย็บจากผ้าไหมอิตาเลี่ยนสีแดงสด (ที่ดีไซเนอร์ซื้อมันมานานถึง 25 ปี กว่าจะได้ใช้มันก็ในหนังเรื่องนี้) ในสนามฟุตบอลนั่นแล ที่ส่งให้เคท วินสเลต ควรได้รับออสการ์จากแอนนาวินทัวร์แบบสุดๆ เพราะมันเผ็ดเว่อร์มาก ไม่เพียงแต่แซ่บสุดในเมืองเล็กๆบ้านนอกนั่นเท่านั้น แต่เชื่อมั่นเหลือเกินว่านางต้องแซ่บสุดในออสเตรเลียแห่งยุค 1950s นั่นอีกด้วย 

3. You Who Came From The Star

ละครรักโรแมนติดและดราม่าจากเกาหลีเรื่องนี้ได้รับความนิยมแบบสุดๆมาก เรื่องราวของความรักและหว่างมนุษย์ต่างดาวหนุ่มรูปหล่อและซูเปอร์สตาร์สาวสวย นอกจากโด่งดังเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆแล้ว ยังเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวแม่อีกด้วย สไตลิ่งของนางก็จัดว่าสมฐานะตามท้องเรื่องจริงๆ เพราะไอเท็มแต่ละชิ้นที่ ชอน ซงอี (ชอน จีฮยอน) ใช้นั้น ไฮแบรนด์ล้วนๆจ้า ไม่ว่าจะเป็น Chanel, Dior, Prada, Louis Vuitton, Hermes, Chloe, Gucci, Burberry, Christian Louboutin, Saint Laurent, Givenchy, Tod’s และอีกมากมายยยยยยย ร่ายยังไงก็ไม่หมด เรียกว่าทั้งเรื่อง ถ้าไม่ใช่ซีนต่อเนื่องคุณจะไม่มีวันเห็นชุดซ้ำเด็ดขาด ที่เด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นรองเท้าเมทัลลิกสีเงินของ Jimmy Choo ที่เป็นดั่งความทรงจำอันล้ำค่า แต่ที่เผ็ดยิ่งกว่า คือมีการตั้งกระทู้ทั้งในเกาหลีและประเทศไทยรวมแบรนด์แฟชั่น เทียบ runway, lookbook กับ ฉากที่นางใส่ กันแบบชอตต่อชอต และต้องยอมรับว่านางไม่ได้มีอิทธิพลเพียงแค่ในโลกออนไลน์เท่านั้น ในโลกของออฟไลน์เองบรรดาสาวกแฟชั่นและแฟนคลับนางทั้งหลายก็แห่ไปซื้อตามๆกันมากมาย 

cr. aceshowbiz, angelastone, agnesvonhahn, defilmkijker, ppkppk, blogspot, cinemazzi, hitfix, mozzytrips, thairat, thenewdaily, beatuscorner, photovucket, cpall