• By /
  • 20 Nov 2015
  • 11:48

View 48.06K / Share

รีวิวไอศกรีมสูตรโลว์แคลอรี่ 14 รสชาติยอดฮิตจาก 6 ร้านดัง กินแล้วไม่อ้วน ดี๊ดีนะเธอ

HEALTH/Diet - รีวิวไอศกรีมสูตรโลว์แคลอรี่ 14 รสชาติยอดฮิตจาก 6 ร้านดัง กินแล้วไม่อ้วน ดี๊ดีนะเธอ

สำหรับสาวๆ ที่ชอบกินไอติมเป็นชีวิตจิตใจแต่ก็กลัวอ้วน รู้ไหมว่าหลายๆ ร้านชื่อดังก็มีไอติมสูตรสำหรับสาวๆ ที่ต้องการควบคุมปริมาณแคลอรี่ออกมาให้กินกันด้วยนะ จะอร่อยแค่ไหน GirlDaily เลยตะลอนชิม พิสูจน์รสชาติและสรรหามาบอกกัน เผื่อเอาไว้เป็นตัวเลือกในการหาขนมหวานล้างปากหลังอาหารในมื้อต่อไปกันอยู่ ลองมาดูสิว่าไอศกรีมรสไหนอร่อยได้ใจแบบไม่อ้วนบ้าง

พร้อมที่จะชิมลิ้มรสอร่อยและเย็นชื่นใจแบบไม่อ้วนกันหรือยัง ถ้าพร้อมเเล้วตามมาเลย 

1. Baskin Robbins (ชั้น 1 แฟชั่นไอส์เเลนด์ ใกล้โซนบิ๊กซี)  

ร้านแรกนี้น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันไม่น้อยกับไอศกรีมนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีไอศกรีมให้เลือกกินทั้งหมด 31 รสชาติหน้าร้าน (บางรสชาติสลับสับเปลี่ยนตามฤดูกาล) นอกจากไอศกรีมที่นำเข้าเเล้ว ท้อปปิ้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิปปิ้งครีม เชอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ อัลมอนด์ ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างนำเข้าจากอเมริกาทั้งหมด การันตีว่าไอศกรีมที่นี่ทุกสาขาทั่วโลกมีรสชาติไม่แตกต่างกัน (ถึงว่าราคาค่อนข้างจะสูงนิดนึงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ) นอกจากนี้ไอศกรีมของบาสกินมีสัญลักษณ์ฮาลาลด้วย ดังนั้นชาวมุสลิมก็กินได้แบบมั่นใจนะจ๊ะ  

บรรยากาศหน้าร้านสาขาแฟชั่นไอส์แลนด์ที่ทางร้านบอกว่ากำลังจะปรับรีโนเวทใหม่ช่วงเดือนมกราคม ถ้าอยากไปสาขาที่ร้านสวยแนะนำสาขา The Walk เกษตร-นวมินทร์นะจ๊ะสาวๆ 

นี่คือ โฉมหน้าวิปปิ้งครีมนำเข้าจากอเมริกา ความพิเศษของมันอยู่ที่ปริมาณแคลอรี่คือ 0 เปอร์เซ็นต์นะจ๊ะ โอ้ว แม่เจ้า คนรักวิปปิ้งครีมแต่กลัวอ้วนมีกรี๊ดกันบ้างล่ะ ตอนแรกพวกเรามิเชื่อถึงต้องกับขอขวดวิปปิ้งครีมมาดูฉลากดูรายละเอียดกันเลยทีเดียว ทางร้านบอกว่าเพราะแคลอรี่ที่เป็นศูนย์ ดังนั้นมันจึงละลายตัวรวดเร็วกว่าวิปปิ้งครีมของเจ้าอื่นๆ ลูกค้าหลายคนไม่รู้จะรู้สึกว่าทำไมละลายเร็วเหลือเกิน (ฉันยังถ่ายรูปไม่ทัน 5555) ถ้าจะขอซื้อวิปปิ้งครีมเป็นขวดกลับบ้านก็สามารถซื้อได้ แต่หลังจากเปิดกินเเล้วจะเก็บได้เพียง 3 วันเท่านั้นถึงจะคงรสชาติและรูปทรงเหมือนกับที่กินในร้าน (เอาไปบีบใส่กาเเฟสดก็น่าจะดีนะ)  

ไอศกรีม 5 รสนี้ คือ รสชาติที่ทางร้านบอกว่าโลว์แคลอรี่ เริ่มด้วยสีส้มล้วน รสส้ม Orange Sherbet ที่หอมกลิ่นส้มแบบซิทรัส รสชาติเปรี้ยวๆ หวานๆ กำลังพอดี รสช็อกโกแลต Maui Brownie Madness เป็นช็อกโกแลตโฟรเซ่นโยเกิร์ตที่ผสมแมคคาเดเมียและถั่วรวมถึงบราวนี่เอาไว้ ให้พอเคี้ยวกรุบเล็กๆ รสชาติไม่หวานมากแต่ก็ไม่เข้มแบบดาร์กช็อกโกแลต รส Citrus Twist Ice ผสมกันระหว่างมะนาวและเลมอน เปรี้ยวแบบไม่เเสบคอ หอมกลิ่นมะนาวเบาๆ  รสสตรอเบอร์รี่ Strawberrt Sorbet ชอบตรงที่มีเนื้อสตรอเบอร์รี่ผสมอยู่ และ รสผลไม้รวม Rainbow Sherbet ผสมกันระหว่างรสส้ม รสสับปะรดและราสพ์เบอร์รี่ ติดใจรสนี้ที่สุดเพราะเนื้อไอศกรีมบางเบาและมีเนื้อสับปะรดเป็นเส้นๆ ผสมอยู่ จะบอกว่ามันตักกินเพลินมาก เหมือนรสชาติค็อกเทลชายทะเลก้ำกึ่งกับรสชองซูกัสที่กินตอนเด็กๆ แต่มีความเย็น และวิปปิ้งครีมที่ละลายเร็วนี้ก็อร่อย หวานมันพอดีๆ แต่ให้สัมผัสบางเบาบนลิ้น ค่อยๆ ละลาย เชื่อว่าสาวๆ หลายคนจะหลงรักมันเหมือนเรา (อยากจิซื้อกลับบ้านหลายๆ ขวดเลยจีจี) 

ส่วนไอศกรีม 3 รสนี้ ไม่ใช่สูตรโลว์แคลอรี่ แต่คือ รสชาติท้อปฮิตในเมืองไทยของทางร้านที่ขายดีจนเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน Mint, Java Mocca และ Cotton Candy ที่เด็กๆ ทั้งหลายต่างติดอกติดใจ (เราก็แอบเผลอใจชิมมาด้วย ยอมแม้แคลอรี่จะพุ่ง T T รสวานิลลาของที่นี่ก็ติดอันดับการให้คะแนนในอเมริกานะว่าเป็นไอศกรีมวานิลลาอันดับหนึ่งของโลก ว้าว!!!) 

2. Parferio by Sfiee (ชั้น 6 CTW) 

ร้านนี้มีทั้งไอศกรีมโยเกิร์ตและไอศกรีมนมพาร์เฟ่ต์ รวมไปถึงไอศกรีมเกล็ดคริสตัลสูตร Low Sugar ด้วย ถือว่าได้รับความนิยมเพราะเป็นร้านไอศกรีมญี่ปุ่นเจ้าแรกของประเทศไทย เน้นแนวไลท์ ไขมันต่ำและใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล 

นี่คือ ไอศกรีมเกล็ดคริสตัลที่เรียกว่า Granita ทำจากผลไม้สด 100 เปอร์เซ็นต์ มีหลากรสให้เลือก แต่รสชาติขายดี คือ เสาวรสและสตรอเบอร์รี่ ตอนแรกเราคิดว่ามันจะต้องเหมือนน้ำแข็งรสน้ำหวานเบาๆ พอชิมรสชาติเข้มข้นทีเดียว รสเสาวรสนี่เหมือนน้ำเสาวรสสดเลยทีเดียวล่ะ แต่รสสตรอเบอร์รี่รสชาติแบบแยมไปนิดนึงและค่อนข้างหวานหน่อย จะอมให้ค่อยๆ ละลายหรือเคี้ยวเกล็ดน้ำแข็งกรุบๆ ก็เพลินดี จะเลือกเติมท้อปปิ้งผลไม้สดเพิ่มด้วยก็ได้ตามชอบนะ (สองถ้วยนี้คือไซส์เล็กถ้วยละ 59 บ้านนะจ๊ะ) 

3. Swensen's  (ชั้น 6 โซน Baecon CTW) 

เอ่ยชื่อแบรนด์ไอศกรีมจากอเมริกาแบรนด์นี้ เห็นทีจะไม่มีใครไม่รู้จัก สเวนเซ่นส์เองนอกจากจะมีไอศกรีมรสชาติพิเศษตามฤดูกาลแล้ว รสชาติที่บ่งบอกว่า Fat Free นั้นก็มีหลายรสเช่นกัน  

รสที่เลือกวันนี้คือ รสแอปเปิ้ลเเครนเบอร์รี่ Apple Cranberry Sorbet กับรสอัลมอนด์พราลีนดีไลท์ Almond Praline Delight รสแอปเปิ้ลนั้นอร่อยแบบเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ มีชิ้นแครนเบอร์รี่ให้เคี้ยวหนุบหนุบ เนื้อสัมผัสบางเบาแบบชอร์เบ แต่แปลกใจกับอัลมอนด์พราลีนดีไลท์เพราะเนื้อสัมผัสมันครีมมี่มาก หวานมันเหมือนมีไซรปแทรกในเน้ื้อไอศกรีมจนแอบคิดว่าเอ๊ะ Fat Free จริงๆ เหรอ (หรือฉันดูป้ายผิดหว่า) แต่คนที่ชอบความหอมมันแบบคาราเมลน่าจะถูกใจ (นอกจากสองรสนี้รสชาติแบบ Fat Free ก็มี Yogen Berry อีกรสจ้ะ) สองรสนี้สกู๊ปละ 55 บาท

4. Emack & Bolio's (ชั้น 6 CTW) 

ไอศกรีมสัญชาติอเมริกาอีกแบรนด์ที่ก่อนหน้านี้มีเหล่าสาวๆ และวัยรุ่นต่อแถวซื้อกันยาวเหยียด (เพราะโคนไอศกรีมมีการตกแต่งได้น่ารักน่าถ่ายรูปเป็นที่สุด) ไอศกรีมของที่นี่ส่งตรงมาจากบอสตัน มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1975 โดดเด่นในเรื่องของการผลิตจากนมที่ไม่ใช้สารเร่งฮอร์โมนใดๆ หน้าร้านจะมีน้องวัวในชุดเทพีเสรีภาพยืนต้อนรับอยู่ และถ้าไม่อยากกินไอศกรีมร้านนี้ก็มีมิลค์เชคและสมูทธี้โยเกิร์ตให้เลือกด้วย 

นี่คือ รส วานิลลา Non - Fat ซึ่งเป็นรสการันตีว่าโลว์แคลอรี่แน่นอน ตอนกินรู้สึกว่ารสชาติไม่หวานและไม่มัน นึกไม่ออกเหมือนกันว่ารสเหมือนอะไร แต่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากรสวานิลลาที่เคยกิน เนื้อไอศกรีมเข้มข้นมีความหนืดนิดๆ ละลายช้า ทำให้ไม่ต้องเร่งรีบกินก่อนละลาย (ราคาสกู๊ปละ 120 บาท) เราแอบชอบช้อนยาวที่มีความแข็งแรงคงทนดีเป็นพิเศษนี่ด้วย 

บรรดาโคนรูปแบบต่างๆ ของทางร้าน แต่วันนี้เราไม่ได้สั่งโคนมาด้วยนะจ๊ะ ไม่อยากแคลอรี่พุ่งมากไปกว่านี้ การตกแต่งโคนที่เป็นเอกลักษณ์นี้มีมา 35 ปีแล้วนะในอเมริกา 

5. Frozen Bride (ชั้น7 โซน Atrium CTW)  

ไอศกรีมเจลาโต้สไตล์อิตาเลียนแบบพรีเมี่ยม ร้านนี้ทุกรสชาติโลว์แคลอรี่หมดจ้า กินได้ทุกรสเลย ฮูเล่!!! มีทั้งหมด 19 รส จะตักเป็นสกู๊ปใส่ถ้วยแบบธรรมดาก็ได้หรือจะให้เค้าตักเป็นรูปดอกไม้แบบนี้ก็ได้ ราคาต่างกันเล็กน้อย (โคนนี้ 2 รสชาติราคา 159 บาท) ร้านตกแต่งด้วยสีชมพูและขาวเรียกว่าฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งมากเข้ากับความน่ารักของไอศกรีมรูปดอกไม้

เราเลือกสองรสในการทำดอกไม้ สีฟ้าของดอกนี้คือรส Mint Candy รสชาติจะเย็นๆ เบาๆ เมื่อเข้าปากมันละลายหายไปเลย ตอนแรกก็งงๆ นิดหน่อย (ไม่ค่อยรู้รส) กินไปหลายคำเข้าจะรู้สึกว่าเย็นๆ แบบมิ้นท์จางๆ ส่วนสีเขียวตรงกลางรสชาติเข้มข้นมาอีกนิดเพราะเป็นรส Green Tea ชาเขียวมัทชะ หอมกลิ่นชาเขียวเบาๆ รสชาติก็เข้มข้นดีและเเน่นอนว่าเนื้อไอศกรีมค่อนข้างละลายเร็ว ถ้ามัวแต่ชื่นชมดอกไม้มันจะไหลลงมาตามมือ ยิ่งถ้าเลือกเป็นรสผลไม้จะละลายเร็วยิ่งขึ้นเพราะเนื้อจะนิ่มมากกว่า (ไม่สามารถเลือกรสผลไม้มาเป็นรสตรงกลางดอกไม้ได้เพราะความนิ่มที่มากกว่า แอบเสียใจเล็กน้อยเพราะที่จริงเราอยากได้รสเลมอนสีม่วงลาเวนเดอร์อยู่ตรงกลาง)  

หลายคนอาจจะสงสัยแล้วทำยังไงให้เป็นรูปดอกไม้ เราเลยหาคลิปมาให้ดูกันด้วย 

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก You Tube General Video 

6. Gelate (ชั้น3 โซน Eden CTW) 

ไอศกรีมอิตาเลียนสไตล์โฮมเมดที่เนื้อแน่น เข้มข้น สองรสชาติที่ระบุว่าเป็นสูตร Sugar Free ของร้านนี้มีสองรส คือ รส Cappuccino และ รสChocolate ที่ขอบอกว่ารสชาติเข้มข้นมากๆ คาปูชิโนนี่เหมือนกินกาแฟเลยส่วนช็อกโกแลตก็มีความเข้ม หวานมันที่ไม่เลี่ยน (ที่เราชิมนี้เป็นสกู๊ปเล็ก ราคาสกู๊ปละ 55 บาท) ร้านนี้ก็มีเก้าอี้ให้นั่งกินสบายๆ ดูเป็นส่วนตัวดี ส่วนรสชาติก็ออกแนวคลาสสิกไม่หวือหวา 

ความเก๋ไก๋อยู่ที่มีป้ายแสดงปริมาณแคลอรี่ ไขมัน โปรตีนและพลังงานของไอศกรีมแต่ละรสชาติบอกกันเห็นๆ จะจะบนโต๊ะทุกตัวด้วยจ้า สองถ้วยนี้ก็ 157.70 กับ 143.20 แคลอรี่ตามลำดับ 

เป็นอย่างไรบ้างสาวๆ ทีนี้ก็มีทางเลือกในการกินไอศกรีมได้มากขึ้นแบบไม่ต้องกังวลเเล้วใช่ไหม การให้รางวัลกับตัวเองบ้างในบางมื้อก็เป็นเรื่องที่ดีนะจ๊ะ ไอเอตได้แต่ก็มีความสุขไปด้วยได้ถูกไหม (แต่ไม่ใช่ให้รางวัลกับตัวเองทุกมื้อเป็นข้ออ้างล่ะ) ที่จริง GirlDaily อยากจะรีวิวอีกหลายๆ ร้านมาเล่าสู่กันฟังแต่ดูจากสภาพหนังหน้าท้องตอนนี้ที่ใกล้แตกแล้วคงต้องพอก่อน ไว้โอกาสหน้านะสาวๆ จ๋า 

 

3 เมนูอาหารเช้าง่ายๆ ไดเอตสูตรเฮลธ์ตี้จากกราโนล่า ผอม สวย ชัวร์!

More story