• By /
  • 11 Sept 2015
  • 14:23

View 491 / Share

5 วิธีรับมือ FOMO อาการ“กลัวเป็นคนไม่สำคัญ”ในโลกออนไลน์

HEALTH/Health Tips - 5 วิธีรับมือ FOMO อาการ“กลัวเป็นคนไม่สำคัญ”ในโลกออนไลน์

ในโลกออนไลน์ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเฟซบุค แชทไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ฯลฯ มักสร้างให้ผู้เล่นมีโลกส่วนตัวอีกใบหนึ่งขึ้นมานอกเหนือจากโลกความจริงแบบออฟไลน์ แถมทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้แบบอิสรเสรี ไม่มีขอบเขตจำกัด หลายคนเมื่อมีคนมาสนใจทักทายพูดคุยแม้จะไม่รู้จักกันมาก่อนหรือใช้คำทักทายเพียงสั้นๆ แต่นั่นก็ทำให้เกิดอาการ “ติด” ที่จะมีปฏิสัมพันธ์ในการตอบโต้ พูดคุย ติดตามและเป็นส่วนหนึ่งของโลกออนไลน์นั้น

บางคน “ติด” หนัก ต้องออนไลน์ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ตื่นขึ้นมาต้องเช็คไลน์เช็คเฟซบุค ก่อนนอนก็ด้วย และถึงขั้นภาคภูมิใจเมื่อมีคนมากด Like เป็นจำนวนมาก หากวันไหนยอด Like ลดน้อยลงก็รู้สึกว่าตนเป็นคนไม่สำคัญจนเกิดความวิตกกังวล เครียดแบบไม่รู้ตัวและคอยสร้างตัวตนให้เป็นที่รู้จักยิ่งขึ้นในโลกเสมือนจริงเหล่านั้น หลายคนละทิ้งความสัมพันธ์ในโลกแห่งความจริงไปด้วย ไม่สนใจเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะมัวก้มหน้าก้มตาแชท หลายรายติดเสียจนส่งผลกระทบถึงการทำงานเลยทีเดียว 

FOMO ก็คือ คำย่อของกลุ่มอาการ Fear of Missing Out หรืออาการกลัวเป็นคนไม่สำคัญ นั่นเอง

กลุ่มอาการ FOMO หรือความหลงแบบนี้มีในหลายประเทศทั่วโลก ผลที่ตามมาในขั้นต่อไปของคนที่มีอาการนี้คือ มักมีสมาธิสั้น อารมณ์แปรปรวน ขี้หงุดหงิด โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เสพสื่อออนไลน์หรือใช้อินเตอร์เนต บางคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เข้ากับผู้คนรอบข้างในชีวิตจริงไม่ได้ กลายเป็นคนเก็บตัวเก็บกด มีปัญหาในการแก้ไขปัญชีวิต เมื่อเป็นหนักก็ต้องมีการบำบัดรักษาเช่นกัน แต่การ “ติด” สิ่งใดสิ่งหนึ่งก็ไม่ใช่จะเลิกกันง่ายๆ จริงไหม คงต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นลองสังเกตตัวเองกันหน่อยไหมว่า คุณมีอาการ FOMO กันหรือเปล่า ถ้ามีอาการลองทำตามที่ GirlDaily แนะนำดูนะ เผื่ออาการจะลดน้อยลงและไม่ส่งผลกระทบในแง่ของสุขภาพ ชีวิตและการงานตามมา

1.กำหนดเวลาในการใช้สื่อออนไลน์ให้ชัดเจน

ฟังดูซีเรียสจริงจัง แต่การสร้างวินัยให้ตัวเองแบบชัดเจนจะช่วยดึงสติให้คุณอยู่กับโลกความจริงได้ยาวนานขึ้น  อาจจะอนุญาตให้ตัวเองใช้อินเตอร์เนตได้เป็นช่วงๆ อย่างเช่น ช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน 10 นาที หลังอาหารเที่ยงอีก 10 นาที ช่วงเย็นหลังเลิกงานและการออกกำลังกายอีก 15 นาที การแบ่งการใช้งานตามช่วงเวลาเช่นนี้จะทำให้คุณสามารถบาลานซ์การทำกิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตได้ ไม่หมกมุ่นจนกินเวลาการทำงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่สำคัญ

2.ค้นหากิจกรรมที่ชอบเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

จริงอยู่ว่าในโลกออนไลน์มักมีอะไรแปลกใหม่ที่น่าสนใจมานำเสนออยู่เสมอ แต่การที่คุณได้ลองสัมผัสหรือทำกิจกรรมต่างๆ นั้นด้วยตัวคุณเองมันจะทำให้คุณรู้สึกดีกว่าแค่อ่านและดูจากคลิปหลายเท่าเลยล่ะ แทนที่จะนั่งดูคลิปสอนทำอาหารทุกวันๆ ลองเข้าครัวและลงมือทำดูบ้าง มันน่าจะสนุกกว่าแค่ดู ว่าไหม   

3.ไม่จำเป็นต้อง “อิน” กับทุกเหตุการณ์ในออนไลน์

ต้องทำความเข้าใจว่าข้อมูลข่าวสารในออนไลน์นั้นมาไวจนบางครั้งอาจไม่ผ่านการกลั่นกรองถึงข้อมูลที่ถูกต้องหรือดีงามมากนัก เพราะเป็นการแข่งขันของสื่อที่มักจะต้องการแข่งขันด้านความว่องไวในการนำเสนอ ข้อมูลข่าวสารหลากหลายนำมาซึ่งความเคร่งเครียด อย่าเอาความรู้สึกของคุณลงไปมีอารมณ์ร่วม 100 เปอร์เซ็นต์ อย่าเสียใจแทน เครียดแทนบุคคลที่เป็นข่าวหรือถูกอ้างถึงจนเกิดความเครียดสะสมในใจคุณเองอยู่ตลอดเวลา จำไว้ว่า "เสพเพื่อรู้เท่าทันสังคมปัจจุบัน" ก็พอ

4. เลือกเสพสื่ออนไลน์เท่าที่จำเป็น

อย่าให้ข่าวสารในโลกออนไลน์กลายเป็นตัวนำทางทุกอย่างในชีวิตคุณทุกวินาที การหันหน้ามาพูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ลองหาวันว่างหรือวันพักร้อนที่คุณปิดทุกการสื่อสารเพื่อใช้เวลากับคนที่รักดู ความสุขที่จับต้องได้กำลังรออยู่  

5. แยกระดับความสัมพันธ์กับคนรู้จักในโลกออนไลน์ให้ชัดเจน

เดี๋ยวนี้ข่าวการหลอกลวงหรือต้มตุ๋นรูปแบบต่างๆ มาจากการทำความรู้จักกันทางออนไลน์มากขึ้น เพราะการทักทายและเข้ามาตีสนิททำได้ง่ายดาย การจะเปิดใจเพื่อรับเพื่อนใหม่ในชีวิตไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ควรต้องให้ระยะเวลาในการคบหาพูดคุยด้วยก่อนจะยอมพบหน้าค่าตากันจริงๆ อย่าลืมว่าเค้าหรือเธอเหล่านั้นคือคนที่คุณไม่เคยพบในโลกความจริงมาก่อน คุณอาจไม่รู้เท่าทันจุดประสงค์ที่เข้ามาทำความรู้จัก รวมถึงตัวตนที่แท้จริงของเค้าและเธอ (คนร้ายจำนวนมากเข้ามาพร้อมรูปโปรไฟล์ปลอมนะ) ดังนั้นการเซฟข้อมูลส่วนตัวเป็นการปกป้องตนเองให้ปลอดภัยจากภัยต่างๆ ได้ในระดับเบื้องต้น 

 

กฎเหล็กที่ควรรู้! ก่อนตัดสินใจกินคลีน

More story