View 1.12K / Share

สวยแล้วอย่าซกมก!!! 5 สิ่งที่สาวรักสะอาดต้องปฏิบัติเมื่อใช้เมคอัพ

HEALTH/Health Tips - สวยแล้วอย่าซกมก!!! 5 สิ่งที่สาวรักสะอาดต้องปฏิบัติเมื่อใช้เมคอัพ

โรคตาแดง เจ็บคอเป็นแล้วมันไม่สวยนะยูว์...!!! โปรดอ่าน 5 ข้อที่สาวๆ ควรปฏิบัติตาม แม้ไม่ใช่คุณนายสะอาดแต่เพื่อสุขอนามัยที่ดี แม้เรื่องเมคอัพ เครื่องสำอางก็ห้ามซกมกเด็ดขาด!

อาหารที่เราเลือกกินเข้าไปทุกวัน เรายังต้องเลือกที่สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพราะเราไม่อยากป่วย ยารักษาโรคเรายังต้องเช็คก่อนว่าหมดอายุหรือยัง #เครื่องสำอางก็เช่นกัน

1. อย่าใช้เมคอัพร่วมกับใคร

เพื่อนสาวสุดที่รักขอยืมอายไลเนอร์ มาสคาร่า กลอสอีกนิด เพราะอีก 5 นาทีหนุ่มที่นัดไว้จะโผล่มาหาแบบแทบไม่ทันตั้งตัว ท่องไว้ว่ายังไงก็ไม่ให้ยืมฮ่ะ! ถ้าเพื่อนสาวทำหน้าเว้าวอนสุดฤทธิ์ก็ตัดใจยกให้ไปเลย! เอาซี่! ใจใจกับเพื่อนอยู่แล้ว! แม้แต่ญาติพี่น้อง พี่สาว น้องสาวก็เหอะ โนๆๆ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าเธอมีพาหะนำโรคติดต่ออยู่บ้างหรือเปล่า ก็เหมือนกับที่เราไม่ควรดื่มน้ำแก้วเดียวกับใครนั่นแหละ หลักการเดียวกันเลย ยังจำได้มั้ย? ดาราสาวชื่อดังคนหนึ่งต้องพักงานไปเป็นอาทิตย์เพราะตาแดงจากการติดเชื้อที่ใช้แปรงแต่งตาร่วมกับคนอื่นน่ะ ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ เมคอัพของเราก็ใช้ของเราคนเดียว ถ้าเพื่อนไม่ให้ยืมก็อย่าไปโกรธว่านางไม่มีน้ำใจ เพราะของใช้ส่วนตัวมันไม่ควรใช้ร่วมกันจริงๆ นะ นึกถึงกกน.หรือแปรงสีฟันสิ กล้ายืมของเพื่อนใช้มั้ยล่ะ?

2. ทำความสะอาดแปรงเป็นประจำ

แปรงแต่งหน้า พัฟแต่งหน้า สปอนจ์ บิวตี้เบลนเดอร์ ทุกสิ่งทิงนองนอยต้องทำความสะอาดทุกครั้ง ควรล้างแปรงแบบสะอาดล้ำลึก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ (ล้างน้ำทำความสะอาดด้วยสบู่หรือเจลล้างแปรง) และทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้งด้วยน้ำยาล้างแปรง(ส่วนมากผสมแอลกอฮอล์) เช็ดขนแปรงเพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งนอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ยังช่วยให้การลงสีในครั้งต่อไปไม่ผิดเพี้ยนด้วย เพราะขนแปรงไม่ได้อมสีจากที่ใช้ไง ยิ่งแปรงอายไลเนอร์ ยิ่งต้องทำความสะอาดทุกวัน เพราะเจลไลน์เนอร์ที่แห้งแข็งติดขนแปรงทำให้การเขียนไลเนอร์ยากมาก แถมยังแข็งทิ่มเปลือกตาอีกต่างหาก ส่วนสาวๆ ที่ใช้บิวตี้เบลนเดอร์ลงรองพื้น ต้องทำความสะอาดทุกวัน! เพราะรองพื้นที่ตกค้างอยู่ในบิวตี้เบลนเดอร์หรือสปอนจ์จะซึมอยู่ในนั้น แล้วพอเราโปะรองพื้นใหม่ลงไป รองพื้นที่ค้างจากเมื่อวานก็ผสมลงไปด้วย หมักหมมสกปรกระวังเป็นสิวนะเธอ

ปล.ถ้าใครเคยไปที่ร้าน Innisfree จะเห็นตู้อบแปรงสำหรับฆ่าเชื้อโรค ถ้าใครซื้อของเค้าบ่อยๆ ก็เอาแปรง เอาพัฟไปอบได้นะ   

3. เทสเตอร์ก็ต้องสะอาด

ขนาดใช้ร่วมกับเพื่อนเรายังไม่อยากให้ใช้ แล้วนี่ใครไม่รู้! มาสคาร่าแท่งนี้ผ่านมากี่คนแล้ว ลิควิดลิปส์แท่งนี้ผ่านมาอีกกี่คน? ถ้าเจอแบบนี้งดลองไปเลยค่ะ แต่ถ้าอย่างที่ร้านเซโฟร่า หรือเคาน์เตอร์เครื่องสำอางใหญ่ๆ เขาจะมีพวกสำลี คอตตอนบัต แปรงเล็กๆ สำหรับลองใช้แล้วทิ้งเลยให้เราเทสต์เครื่องสำอาง มีแอลกอฮอล์ให้เช็ด รีมูฟเวอร์ให้เช็ด แบบนี้ใช้ได้ หรือถ้าบีเอจะทดลองสินค้าให้ ถ้าปัดแก้ม ปัดแป้งนิดหน่อย ก็อาจจะสังเกตแปรงเขานิดนึงว่าเยินมากมั้ย ถ้าดูใหม่สะอาดก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องสตริคมาก แต่ถ้าเป็นพวกลิปสติก ลิปกลอส แต่งตาทั้งหลาย อันนี้ต้องเข้มงวดหน่อยนะ 

ปล. อย่างที่เคาน์เตอร์ M.A.C จะรักษาความสะอาดของลูกค้าได้ดีมาก มีแปรงเทสเตอร์ใช้แล้วทิ้งเลย อย่างแปรงมาสคาร่า แปรงอายไลเนอร์ แปรงลงลิป มีแอลกอฮอล์ทำความสะอาดทุกครั้ง ฟองน้ำที่ใช้ลองรองพื้นแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออย่างที่เคาน์เตอร์ Shu Uemura ก็จะมีช้อนปาดลิปสติกออกมาก่อนลองกับลูกค้า 

(ขอขอบคุณเคาน์เตอร์ M.A.C และ Shu Uemura สาขาเดอะมอลล์บางกะปิ) 

4. เปิดใช้เมื่อไหร่โน้ตไว้เลย

สาวรักสะอาดหลายคนแปะสติ๊กเกอร์เขียนกำกับไว้เลยวันเดือนปีที่เปิดใช้ อย่างครีมกระปุก เซรั่ม นางแปะไว้หมด จะได้จำได้  เครื่องสำอางจะหมดอายุเร็วขึ้นถ้าเราเก็บไว้ในที่ที่ไม่เหมาะสม อย่างสาวๆ บางคนเก็บเครื่องสำอางบางส่วนใส่กระเป๋าไว้ในรถ เผื่อฉุกเฉินจะได้หยิบใช้ ไอเดียนี้ดีนะแต่ต้องทำใจว่าเมคอัพจะเสื่อมสภาพก่อนวันหมดอายุครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว หรืออย่างทิ้งไว้ในห้องน้ำที่แดดส่องถึงก็เหมือนกัน เพราะโดยปกติแล้วควรเก็บเครื่องสำอางไว้ในที่แห้ง แดดส่องไม่ถึงและในอุณหภูมิห้อง เครื่องสำอางจีงจะไม่เสื่อมสภาพเร็ว 

ลองสังเกตสัญลักษณ์เล็กๆ นี้ที่ฉลากเครื่องสำอาง อาจจะสกรีนอยู่หลังขวด บนกล่องที่ซื้อมา เลขที่เห็นคือจำนวนเดือนที่ใช้ได้หลังเปิดใ่ช้แล้ว อย่างเช่น 3M ก็ 3เดือน 24M ก็ 2 ปี (เราถ่ายมาให้ดูจริง อย่าง 24 เดือนถ่ายมาจากกล่องอายแชโดว์ ไวซ์พาเลตต์ของ Urban Decay) 

แต่…ถ้ามันไม่มีสัญลักษณ์นี้นี่คืออายุคร่าวๆ ของเครื่องสำอางค่ะ

ยาทาเล็บ : 2 ปี

เครื่องสำอางประเภทฝุ่นๆ เช่น อายแชโดว์ บลัชออน แป้งตลับ แป้งฝุ่น : 2 ปี

เครื่องสำอางเนื้อลิควิด หรือครีม เช่น รองพื้น ครีมบลัช เจลไลเนอร์ อายแชโดว์เนื้อครีม : 1 ปี

ลิปสติก : 1 ปี

ลิปกลอส : 6 เดือน

มาสคาร่า หรือลิควิดอายไลเนอร์ : 3-6 เดือน

5. ทำความสะอาดเครื่องสำอางเป็นประจำ

แปรงแต่งหน้า อุปกรณ์เสริมต่างๆ เราทำความสะอาดแล้ว อย่าลืมว่าแม้ตัวเมคอัพเองก็ควรทำความสะอาดเป็นประจำด้วยค่ะ อย่างลิปสติกที่เราหยิบมาทาบ่อยๆ มันก็สะสมพวกเชื้อโรค แบคทีเรียจากตัวเราเองอยู่บ้างนะ ลองใช้แอลกอฮอล์เจือจางเช็ด อย่างลิปสติกก็อาจจะปาดส่วนบนๆ มอมๆ ทิ้งไป ใช้ทิชชู่เนื้อแน่นชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกที ตลับแป้ง บลัชออน ตลับอายแชโดว์ก็ทำความสะอาดเอาแอลกอฮอล์เช็ดบ้าง ขวดรองพื้น ตลับคุชชั่น สังเกตสิตอนเราแต่งหน้าบางทีมือเราเลอะก็จับตลับ จับขวด มันก็มีรอยและคราบสกปรกเหล่านี้บนตลับ บนขวด ซึ่งมันก็หมักหมมเชื้อโรคได้เหมือนกันนะ ขอบอกว่าเราแอบไปส่องอุปกรณ์ เครื่องสำอางของเมคอัพอาร์ติสท์ระดับเทพๆ ทุกคนซีเรียสกับเรื่องความสะอาดมากจริงๆ นะ 

อ่านจบแล้วใครที่ยังมีลิปกลอสเก่าเก็บ แยกชั้นแล้วกองอยู่ก้นกระเป๋า ตลับอายแชโดว์ที่ซื้อสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ใช้จนบุ๋มเห็นถาดข้างล่างและเยินมากแล้ว (จบมา 3 ปีแล่้ว) ลิปสติกที่เคยกลิ่นหอมก็มีกลิ่นหืนๆ เซรั่มที่บีบออกมาแล้วสีเพี้ยนกว่าเดิม ตลับครีมบลัชที่ขอบๆ เหมือนจะมีราขาวๆ (รึเปล่า? ไม่แน่ใจ) ติดอยู่ เหล่านี้ก็ถึงเวลาโละๆๆๆ แล้วเปลี่ยนนิสัยรักสะอาดกับการใช้เครื่องสำอางได้แล้ว!!! 

กฎเหล็กที่ควรรู้! ก่อนตัดสินใจกินคลีน

More story