View 761 / Share

5 ทิปส์ ง่ายๆ ที่ช่วยให้สายตาของเรายังสดใส สวยปิ๊ง แม้จ้องจอคอมพ์จนล้า

HEALTH/Health Tips - 5 ทิปส์ ง่ายๆ ที่ช่วยให้สายตาของเรายังสดใส สวยปิ๊ง แม้จ้องจอคอมพ์จนล้า

"ดวงตา" ถือเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่เราใช้งานหนักมาก เริ่มกันตั้งแต่เสียงนาฬิกาปลุกดังนั้นคือ ตื่นนอน ก็ลืมตาปุ๊บ กว่าจะได้หลับตาพักผ่อนกันจริงจังก็นู่นเลย ตอนถึงเวลาเข้านอนอีกรอบ... แล้วอย่างนี้จะไม่รีบกันจริงๆ เหรอ ที่จะทะนุถนอมและรักษาดวงตาดวงน้อยๆ ของเราเอาไว้ ให้ใช้งานได้แบบตลอดรอดฝั่ง ถ้าใครพร้อมแล้วที่จะหันมาใส่ใจเรื่องของ "ดวงตา" ก็ตามเรามา เพราะเรามี 5 ทิปส์ง่ายๆ ที่ช่วยให้สายตาของเรายังสดใส สวยปิ๊ง เหมือนเดิมตลอดไป

1. ทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์

ข้อนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเมื่อกินดีแล้ว ร่างกายก็ได้รับแต่สารอาหารดีๆ ที่ส่งผลต่อไปยังอวัยวะต่างๆ ของเรา ทีนี้จะเลือกทานสารอาหารอะไรดีล่ะ ที่จะช่วยบำรุง "ดวงตา" ของเราให้แข็งแรง สารอาหารหลักๆ ที่ว่าก็คือ omega-3, zinc, vitamins C,E และ Lutein (ลูทีน) แต่งานนี้พระเอกของเราคือ Lutein (ลูทีน) เป็นสารที่พบได้ในปริมาณสูงในจุดของดวงตา ความสำคัญของลูทีนก็ช่วยปกป้องและบำรุงสายตา โดยทำหน้าที่เสมือนแว่นตากันแดดธรรมชาตินั่นเอง แล้วเราจะหามันได้จากที่ไหน? กินอะไร? มันถึงจะได้สาร ลูทีน ที่ว่านี้เข้าสู่ร่างกาย อาหารตามธรรมชาติที่เราสามารถพบสาร ลูทีน ได้แก่ ดอกดาวเรืองและโกจิเบอร์รี่ นอกจากนี้ยังพบในผักต่างๆ อย่าง กะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ต้นอ่อนกะหล่ำปลี ถั่วพิสตาชิโอ บร็อคโคลี ข้าวโพด แครอท ผักคะน้า ผักบุ้ง ผักปวยเล้ง ผักกาดหอม แตงกวาทั้งเปลือก ซูกินีทั้งเปลือก ถั่วแขก อะโวคาโด มัสตาร์ด ฟักทอง เป็นต้น ทีนี้เราก็รู้แล้วว่าทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อดวงตานั้นต้องทานอะไรบ้าง

2. ลด ละ เลิก การจ้องจอสกรีนนานๆ 

ชีวิตที่ติดจอสกรีนในยุคสมัยนี้ หลายๆ คนถึงขั้นถอดใจหากต้องลด ละ เลิก เพราะเรารู้ว่ามันกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว ตั้งแต่จอมือถือ แท็บเล็ต จอทีวี จอคอมฯ ที่ทำงาน เป็นต้น เวลาที่เราจ้องจอสกรีนเป็นเวลานาน ผลที่ตามมาก็คือ

- ตาแห้ง

- สายตาอ่อนเพลีย

- สายตาเบลอมองไม่ชัดและมีปัญหาในการโฟกัสภาพต่างๆ

- อาการปวดหัว ปวดคอ ปวดไหล่ และปวดหลัง

ทีนี้ทางออกที่จะรักษาความสดใส ใสปิ๊งของดวงตาเราก็มี ง่ายๆ เลยค่ะ คือการ ลด ละ เลิก จดจ้องที่จอสกรีนเป็นเวลานาน เราควรพักสายตาจากจอสกรีน โดยเฉพาะจอเล็กๆ อย่าง โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และจอคอมฯ แต่ละครั้งไม่ควรเกิน 20 นาที ด้วยการเงยหน้ามองไปข้างหน้าประมาณ 20 ฟุต หรือจะใช้วิธีการหลับตาซึ่งเป็นการพักสายตาที่ดีที่สุดประมาณ 30 วินาทีก็ได้ แต่หากเรารู้สึกว่าดวงตาของเรามันแห้ง ก็สามารถช่วยได้ด้วยการกะพริบตาให้ถี่ขึ้นนั่นเอง

3. คอนแทคเลนส์เอาออกทุกครั้งหลังหมดวัน

ถึงแม้จะเป็นคอนแทคเลนส์แบบรายเดือน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะใส่ค้างไว้ที่ดวงตาแบบข้ามวันข้ามคืน อย่าลืมว่าคอนแทคเลนส์ก็คือสิ่งแปลกปลอมที่เราใส่ไว้ในดวงตา เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน มันมีหลายเคสมาก สำหรับคนที่มักละเลยไม่ถอดคอนแทคเลนส์ เพื่อล้างทำความสะอาดและได้ให้ดวงตาได้พักผ่อนในแต่ละวัน เชื่อมั้ยว่าคนใกล้ตัวเราเองนี่แหละต้องสูญเสียดวงตาจากการติดเชื้อผ่านคอนแทคเลนส์! ฉะนั้นง่ายๆ เลย อย่านอนไปทั้งที่ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ เพราะดวงตาของเราต้องการออกซิเจน หากเราใส่ค้างคืนคอนแทคเลนส์จะขัดขวางการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ดวงตา และไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 - 12 ชั่วโมง เห็นมั้ยล่ะว่าง่ายมากเพียงแค่เราใส่ใจเท่านั้นเอง

4. แว่นกันแดดสำคัญกว่าที่เราคิด

อย่าเพียงแต่คิดว่า เดินออกไปซื้อข้างด้านหน้าออฟฟิศแป๊บเดียว ไม่เห็นจะเป็นไร อันนี้คิดผิดนะจ๊ะ เมื่อใดก็ตามที่เราต้องออกไปเดินในที่โล่งแจ้ง สายตาของเราจะต้องเผชิญกับแสง UV ไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เพื่อป้องกันอันตรายจากแสง UV ก็พกแว่นตากันแดดออกมาใส่กันหน่อย โรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับสายตาอย่าง ต้อเนื้อ ต้อกระจก ต้อลม กระจกตาเป็นฝ้าหรือจอประสาทตาเสื่อม เป็นต้น ส่วนการเลือกแว่นตากันแดดที่ดีเพียงพอกับสายตา ก็ควรมีคุณสมบัติคืออย่างน้อยๆ ต้องกันแสงได้ 75 - 90 เปอร์เซ็นต์

5. การตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี 

อย่างที่เราเกริ่นข้างต้นว่า "ดวงตา" ก็สำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่น ในเมื่อเรายังลงทุนตรวจร่างกายทั้งภายนอกและภายในได้กันทุกปี แล้ว "ดวงตา" ที่เราใช้งานตั้งตื่นจนหลับล่ะ จะไม่ลงทุนกันเลยเชียวเหรอ ดังนั้นอย่ารอช้า นัด "จักษุแพทย์" ใกล้บ้านด่วน เพื่อว่าหากดวงตาของเรามีอาการอะไรแล้วจะได้รักษากันได้ทันท่วงที

แต่หาก 5 ทิปส์ที่ว่ามันยังดูวุ่นวายวอแวหรือเราอาจจะทำให้ครบทุกข้อไม่ได้ เราก็มีทางลัดที่จะช่วยให้ "สายตา" ของเรายังสดใส สวยปิ๊ง เหมือนเดิมตลอดไป ด้วยเจ้าขวดจิ๋วขวดนี้ "สก๊อต เพียวเร่" น้ำพรุนสกัดเข้มข้นผสมวิตามิน เป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติ ที่สกัดจนได้น้ำพรุนเข้มข้นเป็นแหล่งสำคัญของใยอาหาร ช่วยเพิ่มกากในระบบทางเดินอาหารและกระตุ้นการขับถ่าย, วิตามิน 13 ชนิด, แอล-คาร์นิทีนและ "ลูทีน" ที่ช่วยปกป้องและบำรุงสายตา จากการศึกษาพบว่า ระดับลูทีน 2.0 – 6.9 มิลลิกรัมต่อวัน จะช่วยป้องกันการเสื่อมของจุดด่างในดวงตาได้ และในขวดจิ๋วแต่แจ๋ว "สก๊อต เพียวเร่" ขวดนี้มี "ลูทีน" ถึง 0.003% เชียวนะ ทานง่าย ทานได้ทุกวัน เพื่อดวงตาของเราทุกคน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://m.facebook.com/scotchpureethailand/

cr:blankitinerary; foodtolove; bloglovin'; theworkher; familyeyehealth

 

 

 

 

ประโยชน์เพียบ! อ่านจบแล้วอยากพุ่งตัวไปหาซื้อ "น้ำทับทิมสกัดเข้มข้น" มาดื่มทันที

วิ่งบนลู่หรือเอาต์ดอร์ แบบไหนเบิร์นได้ผลดีกว่ากัน!?