View 963 / Share

จะฟิตทั้งทีก็ต้องเลือกชุดออกกำลังกายให้เหมาะสม

HEALTH/Health Tips - จะฟิตทั้งทีก็ต้องเลือกชุดออกกำลังกายให้เหมาะสม

จะวันไหน ๆ เราก็พร่ำบอกกับตัวเองเสมอว่าอยากหุ่นดีกับเค้าบ้าง การเลือกซื้อชุดออกกำลังกายจึงถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีของการตั้งใจจริงใช่ไหมล่ะสาว ๆ ! คือต่อให้ไม่ออกวันนี้พรุ่งนี้ แต่ได้นอนกอดชุดออกกำลังกายก็ถือว่าฟินแล้ว แต่สาว ๆ จ๋า มีชุดแล้วก็ต้องหยิบออกมาใช้บ้างนะ เดี๋ยวชุดจะเหงาซะเปล่า ๆ วันนี้เราจึงมาพร้อมเทคนิคการเลือกซื้อชุดออกกำลังกายเพื่อให้เป็นการเริ่มต้นความตั้งใจในการฟิตแอนด์เฟิร์ม ส่วนจะออกไม่ออกเดี๋ยวค่อยว่ากันเนอะ อิอิ

1. เลือกบราให้ถูกต้อง เราควรเริ่มต้นจากการแยกประเภทกันก่อน เอาแบบหลักการง่าย ๆ บราที่เราใส่ในชีวิตประจำวันปกติ ต่อให้เป็นทรงเหมือนกับสปอร์ตบราก็ใช่ว่าจะมาใช้แทนกันได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีและเป็นการทำให้หน้าอกเรากระชับ คล่องตัวเวลาต้องออกกำลังกาย จึงควรเลือกสปอร์ตบราที่ดีไซน์มาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังเป็นการลดอาการบาดเจ็บขณะออกกำลังกายได้อีกด้วย

2. เลือกชุดให้เหมาะกับประเภทการออกกำลังกาย เนื่องจากชุดแต่ละแบบนั้นเค้าจะออกแบบมาเพื่อการรองรับแต่ละส่วนไว้เพื่อให้สะดวกต่อการเคลื่อนไหวขณะที่เราออกกำลังกาย เช่น ถ้าเราเลือกบราสำหรับการเล่นโยคะมาสวมใส่กับการวิ่ง ระดับการซัพพอร์ตก็จะไม่กระชับนั่นเอง 

เพราะฉะนั้นให้เราสังเกตเวลาเราไปซื้อชุดออกกำลังกาย อย่างบราของ Nike ชิ้นนี้ที่ป้ายจะเขียนว่า Light Support คือ เหมาะกับกีฬาที่เคลื่อนไหวเบา (โยคะหรือเดิน) นั่นเอง มีน้ำหนักเบามากกกก สายเล็กจึงช่วยระบายอากาศได้ดี และผ้าแห้งเร็ว โดยเฉพาะใครที่มีเหงื่อมากขณะออกกำลังกาย จะยิ่งเลิฟ และอย่าลืมเลือกไซส์บราให้ตรงกับตัวเองด้วยนะสาว ๆ

มาที่การเลือกกางเกงกันบ้าง จริง ๆ เราจะใช้เทคนิคเดียวกันกับการเลือกบรา คือเลือกตามประเภทของกีฬาที่เราเลือกออกกำลังกาย เพราะเคยสังเกตไหมว่าเวลาเราเห็นคนวิ่งในงานมาราธอนหรือปั่นจักรยานทำให้ต้องใส่แบบแนบเนื้อหรือที่เราเรียกว่ากางเกงเลกกิ้ง เพราะจะเป็นการช่วยให้กระชับยิ่งขึ้น ซับเหงื่อได้ดี ช่วยให้การเคลื่อนไหวคล่องแคล่วขึ้น แต่ถ้าเป็นกางเกงแบบทรงที่เราสวมให้ดูในภาพ จะเป็นทรง Standard Fit (ซึ่งเราชอบใส่ไปเดินช้อปปิ้งมาก ด้วยดีไซน์ที่ดูกึ่งแฟชั่นและผ้านิ่มมากกกกก) จะเน้นการออกกำลังกายเบา ๆ หรือเวทเทรนนิ่งทั่วไป ขอแค่กระชับในระดับปานกลางก็เพียงพอ 

3. การเลือกชุดออกกำลังกายอย่าดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว ทำไมเราถึงพูดแบบนั้น เพราะแท้จริงแล้วราคาไม่ได้เป็นตัวกำหนดคุณภาพของชุดออกกำลังกายเสมอไปน่ะสิ ไม่ใช่ว่าแพงที่สุดแล้วจะต้องดีแน่ ๆ แต่ให้เราดูเนื้อผ้า เทคโนโลยีในการออกแบบชุดนั้น ๆ ร่วมด้วย งั้นเราขอยกตัวอย่างชุดเดิมคือของ ไนกี้ เพื่อให้สาว ๆ เห็นภาพชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวที่เรานำมาโชว์ ตรงป้ายหรือแม้กระทั่งบนชุดเองจะเขียนว่า Dri-Fit คือการตัดเย็บด้วยการใช้ผ้าซับเหงื่อ เพื่อให้เรารู้สึกสบายตัวขึ้นในขณะที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้เราเองก็ไม่ต้องกังวลหรือหงุดหงิด หรือรู้สึกไม่สบายตัวจากเหงื่อ มีสมาธิมากขึ้นในการฟิตนั่นเองจ้า

4. ปรึกษาผู้รู้ ซึ่งผู้รู้ในที่นี้เราก็หมายถึงพี่ ๆ น้อง ๆ พนักงานนั่นแหละจ้า เพราะก่อนที่เค้าจะมาให้ข้อมูลกับเรา เค้าก็ผ่านการเทรนด์มาก่อนว่าแต่ละชุดแต่ละดีไซน์นั้น เหมาะกับการออกกำลังกายประเภทไหน บางทีเราอาจไม่มั่นใจว่าการออกกำลังกายของเราเนี่ย มันเรียกการออกกำลังกายประเภทเบา ปานกลาง หรือหนัก เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขินไม่ต้องอายนะ ถามเลย เพื่อที่เราจะได้ซื้อมาได้ตรงกับการใช้งานจริง ๆ

5. ใส่แล้วมั่นใจไม่ต้องเลียนแบบใคร ข้อนี้สำคัญไม่แพ้ข้ออื่น ๆ เพราะเราเองจะรู้จักรูปร่างเราดีที่สุด ถ้าเรามั่นใจกับการโชว์ทรวงทรงองค์เอวก็ลุยเลย และปัจจุบันนี้ดีไซน์ชุดออกกำลังกายมีหลากหลายมาก ถ้าเรากังวลตรงส่วนไหนก็ซื้อชุดแบบที่สามารถปกปิดจุดที่เราต้องการซ่อนไว้ได้ เช่น ถ้าเราไม่มั่นใจในหน้าท้อง ก็ใส่สปอร์ตบราไว้ด้านใน สวมเสื้อยืดหรือเสื้อแขนกุดไว้ด้านนอก เพื่อเพิ่มความมั่นใจและลดความกังวล จะได้มีสมาธิในการออกกำลังกายยังไงล่ะจ๊ะ 

เปิดตัว “BTL EMSELLA” เก้าอี้แห่งความสุขของสาวยุคใหม่

มาไทยแล้ว! เครื่องฟอกอากาศพกพา แค่ติด คล้อง ตั้งก็มีอากาศดีเป็นของตัวเอง