View 164 / Share

อร่อยสไตล์ไทยแท้รับหน้าฝนกับวัสสานะเมนูจาก Thai Terrace

LIFESTYLE/Eat Out - อร่อยสไตล์ไทยแท้รับหน้าฝนกับวัสสานะเมนูจาก Thai Terrace

มีใครจริงจังกับการย่างก้าวเข้าหน้าฝนอย่างเต็มตัวเท่าร้าน Thai Terrace อีกไหม!? จนมีเมนูประจำฤดูพร้อมเสิร์ถึงทุกคน แต่ก่อนที่เราจะไปดูหน้าตาเมนูที่ชื่อว่า วัสสานะเมนู เรามาทำความรู้จักร้านนี้กันสักนิดเพราะเชื่อว่าใครหลายคนต้องเคยได้ยิ่งชื่อ The Terrace มาแล้วแน่นอน

The Terrace เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2535 ภายใต้การดำเนินงานของเซ็นทรัล ในแนวอาหารไทยและฟิวชั่นฟู้ด ซึ่งด้วยระยะเวลาที่เปิดมานานกว่า 40 ปี จึงมีกลุ่มฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นมาจนถึงทุกวันนี้ แต่วันนี้จ้า ทางแบรนด์เตรียมปรับโฉมอีกครั้ง โดยการเน้นแต่อาหารไทยแท้ รวมถึงการได้สัมผัสมรดกไทยผ่านวัฒนธรรมการกินอาหารที่ถ่ายทอดผ่านภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น และให้ชื่อแบรนด์ใหม่ว่า Thai Terrace (ไทย เทอเรส) นั่นเอง กับคอนเซ็ปต์ ไทย เทอเรส – ครบรสชาติ ถึงเครื่องปรุง รสไทยแท้ ซึ่งจะทยอยปรับโฉมภายในปีนี้ในแต่ละสาขาจ้า ส่วนการตกแต่งร้านยังคงเป็นสไตล์ Greenery โลกสีเขียวให้ความรื่นรมย์กับรสชาติอาหารท่ามกลางธรรมชาติ

เอาเป็นว่าเราทำความเข้าใจเรื่องคอนเซ็ปต์ร้านตรงกันแล้วนะทุกคน มาถึงไฮไลท์ที่เราจะมาแนะนำด้วยเมนูตำรับโบราณรับช่วงฤดูฝนของบ้านเรา ซึ่งเป็นการใช้วัตถุดิบที่หาได้ในฤดูฝน เช่น ระกำ ใบชะพลู หรือเห็ดเผาะ จนได้มาเป็นหมู่มวลเมนูที่เราเรียกว่า วัสสานะเมนู อาหารไทยตำรับโบราณประจำฤดูฝน นั่นเอง

เมนูแรกมาที่งานต้มกันก่อน คือปลากะพงต้มขิงสูตรโบราณ (299 บาท) เอาใจคนรักปลากันเลย และถือเป็นเมนูสำหรับคนรักสุขภาพก็ว่าได้ ซึ่งเนื้อปลาจะนำไปทอดให้พอกรอบ แล้วใส่ในซุปน้ำขิง และว่ากันว่าเมนูนี้มีโปรตีนดีมีประโยชน์ ซึ่งพอเราชิมบอกเลยว่า มีความกลมกล่อม และได้ความร้อนเบาๆ ของขิง ส่วนเนื้อปลาไม่คาว ไม่เหนียว จะกินเปล่าๆ หรือทานคู่กับข้าวร้อนๆ ก็เวิร์คจ้า ใครที่เลิฟสมุนไพรและปลา ของมันต้องสั่งเลยนะจ๊ะ

ต่อมาขอเอาใจคนชอบอาหารทะเลโดยเฉพาะกุ้ง ซึ่งจุดเด่นของร้านนี้จะยู่ที่กุ้งลายเสือนี่แหละ อย่างเมนูหน้าฝน ก็จัดกุ้งลายเสือห่อใบชะพลูย่างควงคู่กับน้ำปลาหวานพริกขิงสด (279 บาท) จากที่เราพิจารณาหน้าตาการจัดจานก็ร้องอุทานว่า ไข่กุ้ง! ก็มา พอชิมสัมผัสได้ว่าตัวกุ้งสดและไม่แข็ง แนะนำให้ทานพร้อมกันทั้งเนื้อกุ้ง ใบชะพลู และน้ำปลาหวานจะกำลังพอดี นอกจากนี้ตัวน้ำปลาหวานรสชาติแบบน้ำจิ้มโบราณเลยล่ะคือเข้มข้นถึงใจอมเปรี้ยวอมหวานในแบบมะขาม

ถ้าเราพูดถึงอาหารไทยแท้ก็ต้องมีน้ำพริกสิจ้า กับน้ำพริกระกำ เคียงไก่ย่างขมิ้นสูตรคุณย่า (249 บาท) ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าฝน ระกำก็จะเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ถูกนำมาชูโรงในจานนี้ ในถ้วยน้ำพริกที่เห็นอยู่นี้จะเป็นการนำกะปิมาผสมกับเนื้อระกำ เวลาทานจะได้รสชาติครบเลยทั้งเปรี้ยวเค็มหวาน มีความเผ็ดปลายลิ้นนิดๆ แต่กลิ่นระกำชัดได้ใจคนชอบทานเลยล่ะ ส่วนเนื้อไก่นุ่มกำลังดีและที่เห็นเป็นสีเหลืองเนื่องจากผ่านการหมักกับขมิ้น เวลาทานก็ทานคู่กัน และอย่าลืมจิ้มน้ำพริกกับผักสดที่เค้าให้มาบนจานด้วยนะ อือหืออออ หนำใจ!

อีกหนึ่งเมนูของคาว ซึ่งเค้ามีให้เลือกว่าจะมาสายเนื้อริบอายหรือปลากะพงดี ซึ่งเราขอจัดจานเนื้อมาเลยกับแกงคั่วเนื้อริบอายย่าง เห็ดเผาะ ใบชะอม (499 บาท) ตัวเนื้อเค้าจะเสิร์ฟมาในแบบ Medium rare (สามารถสั่งได้ว่าจะสุกระดับไหน) ราดด้วยน้ำซอสแกงคั่วมาแล้วบ้าง และจัดใส่ในถ้วยน้ำจิ้มมาให้เราราดเพิ่มเองได้ ส่วนข้างจานปกติเราจะคุ้นเคยว่าเป็นสลัด แต่เพื่อความเป็นไทยแท้ก็เปลี่ยนเป็นใบชะอมและเห็ดเผาะแทน รสชาติก็ให้นึกถึงแกงคั่วหอยขม จัดจ้านแบบนั้นเลยค่า สำหรับสายเนื้อย่างเราว่าเป็นการเปลี่ยนฟิลการกินสเต็กที่ดีมาก ซึ่งถ้าคนที่คิดว่ารสจัดจ้านเกินไป แนะนำให้ทานคู่กับข้าวสวยจะกำลังดีเลยล่ะจ้า

ปิดท้ายด้วยจานสุดฟินด้วยกล้วยไข่เชื่อมตัวเด็ดประจำร้านที่เค้าว่ากันว่าถ้าไม่ได้กินถือว่ามาไม่ถึงร้านนี้เลยทีเดียว แต่สำหรับวัสสานะเมนูจะเสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมกะทิ (89 บาท) เข้ามาช่วยชูโรงความชุ่มฉ่ำ จึงให้ความละมุมลิ้น หวานมัน และกล้วยก็เชื่อมมาได้อร่อยเช่นเคย จนต้องพูดว่า “อร่อยนะ จานเดียวไหวเหรอ?”

ทั้งหมดนี้ก็เป็นหน้าตาของวัสสานะเมนูที่จัดมาให้แฟนๆ ร้านนี้ได้อร่อยในช่วงหน้าฝนนี้ และอย่างที่บอกว่าวัตถุดิบบางอย่างก็มีเฉพาะหน้าฝนเท่านั้น เมนูที่เราพูดถึงจึงมีถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และทางร้านมีการจัดเซตมาให้ในราคาที่คุ้มกว่าเดิม มีให้เลือกแบบเหมาเซตตั้งแต่ราคา 499, 799 และ 1,299 บาท เอาเป็นว่าอ่านรีวิวของเราอย่างเดียวมันจะไปอินได้แค่ไหน ต้องลองไปทานด้วยตัวเองจะได้สัมผัสบรรยากาศในแบบ Greenery ไปด้วยยังไงล่ะจ้า

สั่งหนึ่งได้ถึงสอง หรือจะฟินกับเทมปุระพกได้ ก็ต้อง Tenya เท่านั้น

ไอเดียดี! Mister Donut จัดโดนัทไข่ยัดไส้ อร่อยยั่วๆ