View 226 / Share

รวบตึงวิธีทำข้าวยำเกาหลีแบบต้นตำรับ แถมขอเนียนใส่ชุดฮันบกซะเลย

LIFESTYLE/Inspiration - รวบตึงวิธีทำข้าวยำเกาหลีแบบต้นตำรับ แถมขอเนียนใส่ชุดฮันบกซะเลย

ข้าวยำเกาหลี หรือเรารู้จักกันในภาษาเกาหลีว่า Bibimbap ถือเป็นอาหารที่อยู่คู่ประวัติศาสตร์เกาหลีมาเนินนาน และยังคงอยู่ถึงปัจจุบันด้วยความหมายดีๆ ของสีสันของข้าวยำนั่นเอง โดยต้นตำรับจริงๆ จะเน้นการทำข้าวยำ โดยแต่ละสีจะมีความหมายต่างกันออกไปอีกด้วย

และที่เราบอกว่าการทำข้าวยำของเราครั้งนี้เป็นต้นฉบับออริจินอลเพราะเราได้ไปถึง Institute of Traditional Korean Food หรือ Tteok Museum ซึ่งเป็นสถานที่สอนทำอาหารดั้งเดิมของเกาหลี รวมถึงการได้สวมชุดฮันบกมีทั้งแบบผู้ชายและผู้หญิงอีกด้วย งานนี้มีหรือเราจะไม่ขอเนียนใส่ชุดฮันบกปลอมเป็นคนเกาหลี (ถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่ให้ก็ตาม) 

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการทำนั้น เราจะขอแนะนำ Bibimbap หรือข้าวยำเกาหลีคร่าวๆ ซึ่งในข้าวยำเกาหลีจะมีสีสันของเนื้อสัตว์และผักต่างๆ รายล้อมดูสวยงามน่ากิน และมีความหมายตามตำราแพทย์โบราณอีกด้วย แน่นอนว่าพอพูดถึงคำว่า แพทย์ มันก็จะต้องเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกาย นั่นคือ ส่วนผสมต่างๆ ในอาหารจะเป็นตัวแทนของอวัยวะภายในของร่างกายมนุษย์ การได้ทานสิ่งเหล่านี้เข้าไปก็จะทำให้เกิดสมดุลในร่างกายที่มีสารอาหารครบถ้วนนั่นเอง

แต่ก่อนที่เราจะพาไปลอกสูตรข้าวยำเกาหลีแบบฉบับดั้งเดิม ขอใส่ชุดฮันบกแพร่บบ แท้แด่! อันยองงงง อปป้า ซารางเฮ โอเค! นอกเรื่องตลอดเรา! ไปต่อกันเรื่องกินจะดีกว่า

และนี่ค่ะ ครูที่จะพาเราไปดูสูตรการทำข้าวยำเกาหลีฉบับดั้งเดิม และงานนี้เราจะทำออกมาได้น่ากินขนาดเปิดร้านได้เลยไหม ต้องรอชม

งั้นเราขอสวมวิญญาณแดจังกึมอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการเตรียมส่วนผสมกันก่อน (แนะนำให้ซื้อผักและน้ำซอสตามร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีของเกาหลีขาย หรือตาม Korean Town บ้านเรา)

ซูกินี (คล้ายแตงกวาบ้านเราผสมอะโวคาโด) 2 อัน, รากเบลล์ ฟลาวเวอร์ หรือโทราจิ, ผักกูด หรือเซนไม, เนื้อหั่นชิ้นพอดีคำ, ไข่ไก่ 2 ฟอง, น้ำซอสเกาหลีผสมงา (หาซื้อได้ที่ซูเปอร์มาเก็ต โซนของเกาหลี), เกลือ, แป้งชุบทอด และน้ำมัน

ถ้าส่วนผสมพร้อมแล้ว ลุยสิจ๊ะ

1. ล้างผักทุกอย่างให้สะอาด แล้วพักรากเบลล์ฟาวเวอร์ไว้บนจาน

2. จากนั้นหั่นตัวผักกูดหรือเซนไมประมาณ 4 เซ็นต์ เตรียมไว้บนจานเช่นกัน


3. นำซูกินีอันแรกมาหั่นเอาเฉพาะเปลือกด้านนอกสีเขียว ให้เป็นลักษณะยาวพอประมาณ ไม่หนามาก พักไว้บนจานสักครู่


4. ต่อด้วยการเตรียมเนื้อวัว(หรือเนื้อหมู) โดยการใส่ซอสงาลงไปหมัก


5. ระหว่างที่เรารอซอสซึมลงเนื้อวัว เรามาต่อที่เซนไมที่หั่นเรียบร้อย โดยการนำซอสงา(ตัวเดียวกับที่หมักเนื้อ) คลุกผสมลงไป และทิ้งไว้


6. ไปต่อที่ตัวเปลือกซูกินีที่ล้างสะอาดแล้ว โดยการโรยเกลือเล็กน้อย คลุกให้ทั่ว


7. มาต่อที่ซูกินีอีก 1 ลูก ให้หั่นเป็นแว่นๆ ไม่หนามาก นำซูกินีที่หั่นเป็นแว่นเรียบร้อย ไปชุบแป้ง ชุบไข่ แล้วทอดให้เหลืองน่ากิน เสร็จแล้วก็พักไว้บนจาน



8. หลังจากทุกอย่างหมักไว้หมดแล้ว ก็ได้เวลาลงเตา โดยใส่น้ำมันเล็กน้อย นำซูกินี(ที่ซับเกลือออกแล้ว) ลงผัด

ตามด้วยเบลล์ฟลาวเวอร์ลงผัดเช่นกัน

และสุดท้ายนำเซนไมที่หมักแล้วลงผันำทั้งหมดเตรียมใส่จาน


9. หันมาที่เนื้อก็ลงผัดในกระทะให้สุก


10. จากนั้นก็ทอดไข่ดาวสวยๆ สักฟองไว้โป๊ะตรงกลางข้าว ซึ่งยิ่งทอดไข่ได้สวยแค่ไหนก็จะดึงให้อาหารในจานเราดูดีไปอีก

เป็นยังไงบ้างกับสูตรที่เรานำมาฝาก ซึ่งปกติเวลาเราไปเกาหลีก็มักจะชะเอิงเอยตามเมียงดง ย่านฮงอิก แต่ครั้งนี้เหมือนเปิดอีกประสบการณ์นอกเหนือจากการช้อปปิ้งอย่างแท้จริง เราว่าในทริปทริปนึงไม่ว่าจะประเทศไหนก็ตาม ถ้าลิสต์สถานที่น่าสนใจอย่างที่เราพามาวันนี้ มันก็จะได้ฟิลลิ่งอีกแบบหนึ่งที่น่าประทับใจฝุดๆ เช่นกัน ส่วนใครอยากจะมาใส่ชุดฮันบก ทำอาหารเกาหลีแบบเราก็ลองหารายละเอียดกันต่อได้เลยที่เว็บไซต์ kfr เค้าจะบอกรายละเอียดครบถ้วน โอ๊ยยๆๆๆ ขอตัวไปกินข้าวยำเกาหลีฝีมือคนชอบเกาหลังอย่างเราก่อนนะ กลิ่นช่างยั่วกระเพาะซะเหลือเกิน!

นี่แหละบ้านในฝัน! ส่องบ้านตัวอย่าง MUJI House ที่ญี่ปุ่น

ไอเดียดี HKT48 ไอดอลแนะนำการท่องเที่ยวรอบเกาะคิวชู