• By /
  • 24 Sept 2015
  • 16:11

View 314 / Share

ดำน้ำ อาบแดด คุยกับปลาให้ฟินที่ ‘มัลดีฟส์’ ยังไงชีวิตนี้ต้องไปให้ได้

LIFESTYLE/Travel - ดำน้ำ อาบแดด คุยกับปลาให้ฟินที่ ‘มัลดีฟส์’ ยังไงชีวิตนี้ต้องไปให้ได้

สาวรักทะเลที่ไม่แคร์ผิวโอโม่ อยากตากแดดให้ผิวเป็นสีแทนจงฟัง... หมู่เกาะเล็กๆ แห่งนี้จะทำให้เธอแฮปปี้ เพราะถึงแดดจะเปรี้ยง แต่ก็ยังได้แช่น้ำ ดำผุดดำว่ายสบายใจ และที่นี่ยังเป็น Destination ในฝันของสาวๆ หลายคน ที่อยากจะหนีหนุ่มสุดที่รักไปพักด้วย ใช่แล้วล่ะ... มัลดีฟส์

แลนดิ้งถึงสนามบินนานาชาติมาเล่กันแล้ว ก่อนข้ามไปยังรีสอร์ตหรูกลางมหาสมุทร ลองแวะไปเรียนรู้วิถีความเป็นอยู่ของชาวมัลดีฟส์กันที่ ‘มาเล่’ (ภาษาสันสกฤต หมายถึงบ้านหลังใหญ่) เมืองหลวงที่เล็กที่สุดในโลกด้วยพื้นที่ 2.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาเดินแค่ 20 นาทีนิดๆ ก็ทั่วเกาะแล้ว

เป้าหมายแรกที่เราแวะคือ ‘Chandhanee Magu’ แหล่งรวมร้านขายของพื้นเมืองและของที่ระลึกตลอดสองข้างทาง มีทั้งงานหัตถกรรมพื้นเมือง เสื้อผ้า กระเป๋า และสินค้าท้องถิ่น เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-23.00 น. (วันศุกร์จะเปิดหลัง 14.00 น.)

อย่างร้านนี้ ‘Shop No.4’ ร้านสีแดง (สีมงคลของชาวมัลดีฟส์) เก่าแก่ที่เปิดมานานกว่า 30 ปี ละลานตาไปด้วยสารพัดเครื่องประดับ รวมถึงตุ๊กตาสาวในชุดมัลดิเวียนโบราณ (Dhivehi libaas) พร้อมไหข้างลำตัวที่ถือเป็นภาพจำของสาวมัลดิเวียนในยุคก่อน

เดินต่อมาแวะช้อปปิ้งที่ ‘Big Bazaar’ ร้านขายของแอนธีคชื่อดังประจำย่าน ที่หลังจากช้อปเรียบร้อย ก็มีศิลปินหนุ่มผู้ออกแบบสินค้าหลากหลายชิ้นในร้าน มารอเพ้นต์หลังมือให้คุณเป็นที่ระลึกแบบฟรีๆ  

นั่ง Sea Plane ต่อมาอีกเพียง 25 นาทีจากสนามบินมาเล่ไปยังเกาะสวรรค์กลางมหาสมุทรอินเดีย ‘มัลดีฟส์’ สาธารณรัฐที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลน้อยที่สุด ซึ่งเป็นสถานที่ฮันนีมูนในฝันของนักท่องเที่ยวทั่วโลก  

เข้าพักกันที่นี่ LUX* MALDIVES รีสอร์ตหรูบนเกาะส่วนตัว Dhidhoofinolhu โอบล้อมด้วยหาดทรายขาวละเอียดทอดยาวกว่า 2 กิโลเมตร กับน้ำทะเลใสแจ๋ว ไฮไลท์คือห้องพักแบบ Water Villa หรือวิลล่ากลางทะเล ซึ่งจะแบ่งเป็นสองฝั่งให้เลือกตามใจ ฝั่งหนึ่งก็จะได้เห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้น ส่วนอีกฝั่งก็จะได้สัมผัสกับวิวพระอาทิตย์ตกดิน หรือใครชอบหาดทรายก็มีบ้านพักแบบ Beach Villa ที่เน้นความเป็นส่วนตัว น่าจะถูกใจคู่รัก

ว่างๆ แวะไปสัมผัสประสบการณ์สปาหรู LUX* Me Spa ที่ซ่อนตัวอยู่ในอีกมุมสงบของเกาะ ด้วยห้องทรีตเมนต์วิลล่าส่วนตัว โซนซาวน่าแยกหญิงชาย สระว่ายน้ำร้อน และสระว่ายน้ำเย็นจัด ที่ช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียน ปิดท้ายฟินๆ กับสปาทรีตเมนต์ที่ Water Treatment Villa ให้คุณผ่อนคลายกับสปาไปพร้อมกับนอนมองปลาสีสวยใต้ท้องทะเล

แม้ท้องฟ้าจะมืดมิดจนมองไม่เห็นประกายวิบวับของท้องทะเลใสๆ แต่กลางคืนของที่นี่ไม่เคยน่าเบื่อ เพราะมีปาร์ตี้ริมหาดสุดชิลล์ ฟังดนตรีไป ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ไปด้วย แถมบางทียังมีกิจกรรมพิเศษอย่างฉายภาพยนตร์บนหาดทรายขาว โรแมนติกสุดๆ

เพราะความอุดมสมบูรณ์ใต้ท้องทะเล อาหารทะเลที่นี่จึงไม่เป็นสองรองใคร โดยเฉพาะ ‘ปลาทูน่า’ ที่ส่งออกเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปเอเชีย เรียกได้ว่าการประมงสร้างรายได้เป็นอันดับ 2 รองจากการท่องเที่ยวเลย


** กิจกรรมน่าทำในมัลดีฟส์ **


ชมการแสดงพื้นเมือง
ทุกคืนวันอังคารต้องดูโชว์สุดพิเศษ ‘โบดูเบรู’ (BoduBeru) การแสดงร้องเล่นเต้นรำแบบพื้นเมืองมัลดิเวียน โดยมีกลองที่ทำจากมะพร้าวเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหลัก เริ่มต้นด้วยทำนองเนิบๆ ช้าๆ แล้วค่อยๆ เร่งจังหวะไปพร้อมๆ กับท่วงท่าเต้นรำที่สนุกสนาน

พบปะชาวมัลดิเวียน
ไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวมัลดิเวียนให้ดียิ่งขึ้นที่ Dhigurah Island เกาะพื้นเมืองใกล้เคียง ชมสถาปัตยกรรมสวยๆ วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่ผู้ชายจะออกไปทำงาน ส่วนผู้หญิงจะอยู่บ้านทำงานหัตถกรรม ซึ่งเน้นการใช้ต้นมะพร้าวที่ขึ้นอยู่ทั่วเกาะ อย่างเปลือกมะพร้าว คนที่นี่จะเอาไปแช่น้ำทะเล 1-2 เดือน แล้วนำมาแช่น้ำจืดอีกหน่อยจนอ่อนนุ่ม เมื่อนำมาฉีกแล้วตากแดดจะได้เส้นเชือกที่เหนียวทน นำมาผูกกับใบปาล์มมุงหลังคาหรือทำเสื่อได้ งานฝีมือที่ได้นอกจากจะนำไปใช้ในครัวเรือน ยังส่งขายตามร้านขายของที่ระลึกได้ด้วย

สัมผัสโลกใต้ทะเล
มองทะเลมัลดีฟส์จากบนบกว่าสวยมากแล้ว แต่ใต้ทะเลนี่สิ เต็มไปด้วยปะการัง ฝูงปลา และสิ่งมีชีวิตนานาพันธุ์ที่รอให้เราได้สัมผัส แม้ปะการังจะสีไม่สดใสเท่าบ้านเรา แต่ด้วยเอกลักษณ์ของพันธุ์สัตว์น้ำ ทำให้ที่นี่เป็นจุดดำน้ำที่มีความหลากหลายมากที่สุดแห่งหนึ่งในมหาสมุทรอินเดียเลย แถมวันไหนถ้าอากาศสดใสหน่อย เราอาจได้พบฝูงปลาโลมาว่ายโต้คลื่นทั้งวัน

ตามหาพี่เบิ้ม ‘ฉลามวาฬ’
ฉลามวาฬเป็นสัตว์น้ำเก่าแก่ขนาดลำตัวยาวราวๆ 4-14 เมตร ที่อยู่คู่ท้องทะเลใกล้เส้นศูนย์สูตรกว่า 60 ล้านปีมาแล้ว แต่เห็นอย่างนี้รู้มั้ยว่ามันเป็นมังสวิรัติ กินแพลงก์ตอนเป็นอาหารหลัก แถมยังเคลื่อนไหวช้า โดยมีศูนย์ชีววิทยาทางทะเล (Marine Biology Centre) พร้อมนักชีววิทยาทางทะเลคอยให้ความรู้ก่อนเราจะลงไปใต้ท้องทะเลสัมผัสกับฉลามวาฬด้วย


รู้ไว้...ก่อนไปมัลดีฟส์

-  คนไทยที่จะเดินทางไปมัลดีฟส์ ไม่ต้องขอ VISA นะ
-  มัลดีฟส์เป็นประเทศอิสลาม จึงมีข้อห้ามเรื่องการนำสิ่งของติดตัวเข้าประเทศ เช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารประเภทเนื้อหมู รูปเคารพ (แต่ในรีสอร์ทก็มีไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ดี)
-  สกุลเงินของที่นี่ คือ รูฟียาห์ (Rufiyaa) แต่ก็สามารถใช้ดอลล่าห์สหรัฐได้ รวมถึงใช้บัตรเครดิตเจ้าใหญ่ๆ ได้สบาย
-  ถึงภาษาทางการของที่นี่จะเป็นภาษาดิเวฮิ แต่มัลดีฟส์เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ภาษาอังกฤษจึงค่อนข้างแพร่หลาย
-  เวลาที่มัลดีฟส์จะช้ากว่าไทยประมาณ 2 ชั่วโมง
-  มัลดีฟส์มีสภาพอากาศแบบร้อนชื้น อุณหภูมิเฉลี่ย 29-32˚C มีเพียง 2 ฤดูคือ ฤดูร้อน (ธ.ค.-เม.ย.) และฤดูฝน (พ.ค.-พ.ย.)
-  ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านลมมรสุม จึงทำให้น้ำทะเลใสเป็นพิเศษ เหมาะแก่การท่องเที่ยวที่สุด

Special Thanks: Vivi Thailand Magazine
(ต้นเรื่อง: สริตา อุรุพงศา / ภาพ: อาทิตย์ ลิ้มพงษ์)

 

 

Girldaily
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกับ 6 กิจกรรมห้ามพลาดที่ คุราชิกิ เมืองเก่าสุดชิล