• By /
  • 9 May 2019
  • 13:50

View 139 / Share

6 ที่พักสไตล์ธรรมชาติกับแหล่งที่เราอาจไม่เคยไป

LIFESTYLE/Travel - 6 ที่พักสไตล์ธรรมชาติกับแหล่งที่เราอาจไม่เคยไป

สำหรับขาเที่ยวที่ชอบแบกเป้ออกไปท่องโลกกว้าง และอยากสัมผัสกับธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ เราเชื่อว่าแหล่งท่องเที่ยวที่จะแนะนำให้ลองไปต่อไปนี้น่าจะถูกใจไม่เบา เรียกว่ามีตั้งแต่ไปตะลุยทะเลทรายอันเวิ้งว้างจนไปถึงการชมวิวและน้ำทะเลสีเขียวมรกตกับเกลียวคลื่นสีขาวที่ซัดเข้าฝั่งมา ไม่พูดเยอะละกัน ลองไปเช็คดูว่ามีที่ไหนกันบ้างเผื่อจะใช้ปักหมุดวางแผนทริปครั้งหน้า

1.วาดิรัม ประเทศจอร์แดน

เมื่อพูดถึงจอร์แดน เราก็จะนึกถึงถึงทะเลเดดซี ที่เป็นทะเลสาบที่เค็มที่สุดในโลก แต่แหล่งเที่ยวที่มาแรงสุดตอนนี้เห็นจะเป็นวาดิรัม หุบเขาทะเลทรายตอนใต้ของจอร์แดนที่เค้าว่ากันมีทิวทัศน์และบรรยากาศเหมือนดาวอังคารมากที่สุด และแน่นอนว่าใช้ถ่ายหนังมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง ใครอยากลองเที่ยวและสัมผัสบรรยากาศที่ต่างไปจากเดิมนี่เป็น 1 ในช้อยส์ที่น่าสนใจ นอกจากนี้แล้วที่โด่งดังอีกอย่างคือ Suncity Camp  ห้องพักสไตล์โดมกระจกที่สามารถนอนมองดูดาวยามค่ำคืนที่มีชื่อว่า Martian Domes 

 

2. มอริเชียส (Mauritius)  เป็นเกาะในทวีปแอฟริกา  ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ทะเลสวย น้ำใสเท่านั้นแต่ยังเต็มไปด้วยสภาพป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์และเขียวขจี และยังมีทะเลทรายเจ็ดสีที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุต่างๆ ใครอยากศึกษาแหล่งธรรมชาติอย่างละเอียดที่นี่ก็ยังมี Black River Gorges National Park ให้เดินเที่ยวชมและผจญภัยได้สนุกสนาน ไหนๆ มาแล้วลองไปพักที่ บับเบิ้ล ลอดจ์ บัว เชอรี (Bubble Lodge Bois Cheri)  ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ไร่ชา รายล้อมด้วยพรรณไม้เขียวชอุ่ม ภายในห้องฟองอากาศตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทนและวัสดุธรรมชาติ

3.บา อุทุรุ ประเทศมัลดีฟส์

หนึ่งในท่องเที่ยวในฝันที่ใครก็อยากไป แม้จะเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในทวีปเอเชียแต่ความงดงามทางธรรมชาติของเกาะแห่งนี้โด่งดังมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ที่สำคัญความเป็นส่วนตัวสูงมากเพราะมีสโลแกนว่า 1 รีสอร์ตเท่ากับ 1เกาะ การจะไปอีกเกาะต้องทำเรื่องขออนุญาตก่อน ใครอยากชมวิวทะเลสีมรกตระยิบระยับจับตาแบบ 180 องศาจนสุดสายตาโดยไม่มีอะไรมาบดบัง วิลลาส่วนตัวที่ Milaidhoo Island Maldives คือฝันที่เป็นจริง ห้องบูติกสุดหรูแห่งนี้มีแม้กระทั่งแนวประการังส่วนตัวและยังอยู่ในเขตสงวนชีวมณฑลซึ่งได้รับความคุ้มครองจากองค์การยูเนสโกอีกด้วย

4.ไวพารา ประเทศนิวซีแลนด์

ขึ้นชื่อเรื่องธรรมชาติอันงดงาม เต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแถม ประชากรแกะที่นี่มีมากกว่าคนซะอีก มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น

ทะเลสาบ Tekapo  น้ำพุร้อน Rotoruaในบ่อที่ประกอบด้วยแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จนเกิดสีสันแปลกตาที่หลากหลายราวกับสายรุ้ง แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวสไตล์ชนบทแนะนำ  Greystone PurePod กระท่อมกระจกสุดหรูแบบรักษ์โลกนี้ตั้งอยู่สูงขึ้นไปเหนือโรงกลั่นไวน์ออแกนิคแสนสวยในหุบเขา Waipara Valley ที่พักทำจากกระจกแบบเต็มบาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งใช้พลังงานแสงอาทิตย์จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

5.กุ้ยหลิน ประเทศจีน

กุ้ยหลินนั้นงดงามเปี่ยมไปด้วยมนตร์เสน่ห์ จึงถือเป็นจุดหมายห้ามพลาดหากได้ไปเยือนมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของประเทศจีน ที่นี่มีชื่อเสียงมาจากภูเขาหินปูนที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และสายน้ำที่คดเคี้ยว โดยมี    Heshe Hotel  เป็นเสมือนขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ จากหน้าต่างบานยักษ์ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน คุณสามารถชมวิวชนบทที่อยู่รอบๆ นอกจากนี้ ที่นี่ยังอยู่ห่างจากถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดในมณฑลนี้ โดยหินงอกหินย้อยและการเรียงตัวของหินอายุกว่า 180 ล้านปีในถ้ำนี้ได้ดึงดูดผู้มาเยือนนับเป็นเวลากว่า 1,200 ปีมาแล้ว ดังที่เห็นได้จากข้อความที่จารึกด้วยหมึกไว้ตั้งแต่สมัยยุคต้น ๆ ซึ่งยังปรากฏอยู่บนผนังถ้ำจนทุกวันนี้

6.นอร์ชคอต ประเทศนอร์เวย์
นอร์เวย์หนึ่งในประเทศที่ชมแสงเหนือสวยที่สุด แต่จริงๆ มีอะไรที่น่าเที่ยวมากกว่านั้นอีกไม่ว่าจะเป็นเส้นทางแอตแลนติคโอเชียน ล่องเรือชมความสวยงามของฟยอร์ด หรือนั่งรถไฟสายโรแมนติก แต่ถ้าจะไปลองแวะไปพักที่ Manshausen Island เป็นเคบินนอร์ดิกสไตล์มินิมอลริมทะเลซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Manshausen เกาะขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลจากชายฝั่งของประเทศนอร์เวย์ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ที่พักมีห้องนั่งเล่นตกแต่งอย่างทันสมัย จึงทำให้ที่พักนี้ดูเสมือนลอยอยู่กลางอากาศ โอบล้อมด้วยทะเล ท้องฟ้า แถมยังมองเห็นแสงเหนือได้ชัดเจน เหมาะจะเซลฟี่เป็นที่สุด

ยิ่งใหญ่อลังการด้วยการส่ง GUNDAM สู่อวกาศต้อนรับพิธีเปิดโตเกียวโอลิมปิก 2020

พาไปทัวร์คาเฟ่หมูจิ๋วแห่งใหม่ใจกลางกรุงโตเกียว