View 464 / Share

ชัดเจนในตัวตน แฮปปี้ที่เป็นตัวเองแบบ ‘ซานิ’

CELEB/Celeb Interview - ชัดเจนในตัวตน แฮปปี้ที่เป็นตัวเองแบบ ‘ซานิ’

สาวห้าวแห่งบ้าน AF6 ที่ ณ ปัจจุบันดูเธอจะสนุกสนานกับหลายๆ หน้าที่ ทั้งการร้องเพลง เล่นละคร หรือกระทั่งเป็นโค้ชดูแลเด็กๆ และที่ดูจะไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่ คงเป็นความชัดเจนในตัวตน กับความกล้าที่จะพูดและแสดงออกอย่างตรงๆ นี่แหละ

‘รัก Never Die’ กลายเป็นสาวฮิปฮอปไปแล้ว
จริงๆ ชอบเพลงแร็พที่สุดตั้งแต่เด็กแล้ว เป็นคนชอบดูภาพ เอ็มวีก็เลือกดูฮิปฮอปเพราะองค์ประกอบเยอะ เลยกลายเป็นชอบเพลงแนวนี้ไปด้วย รู้สึกว่ามันฟังง่าย ฟังได้ทุกโอกาส จังหวะมันกลางๆ จะทุกข์จะสุขก็ฟังได้ แค่ไม่เคยทำเพลงแร็พ แต่ก็อยากทำตั้งแต่แรก พยายามมาตั้งแต่ตอนเป็น AF ทำเพลงส่งค่าย แต่เขาบอกแรงไป ภาพเราเป็นร็อกด้วย มันยังติดอยู่ตรงนั้น ใช้เวลาหว่านล้อมค่ายอยู่เกือบ 3 ปี (หัวเราะ) ไม่ใช่ไม่ชอบร็อกนะ ร็อกมันคือความพีคความสุดในตัวตนของเรา ส่วนงานเพลงเป็นแค่สไตล์เพลง เราทำเพลงฮิปฮอปแต่ข้างในร็อกมันก็ร็อกอยู่ดี ตัวตนของเราคือร็อกที่แร็พได้ เราแค่สนุกกับมันมากขึ้น

เป็นยังไงบ้างที่ได้ทำสิ่งที่อยากทำมาตั้งแต่เด็ก
ทำให้รู้ว่าชอบและสนุกกับมันจริงๆ ทุกครั้งที่ทำเพลงก็ลงไปดูแหละ แต่ไม่เคยถึงขนาดดูเอ็มวีเอง นั่งตัดไพล็อทเอ็มวีเอง ไม่เคยพยายามและรู้สึกกับมันขนาดนี้ ส่งเมล์ไม่ผ่านไฟล์ใหญ่ไป ก็วิ่งมาออฟฟิศเอง ตอนนี้กำลังคิดจะเรียนด้านภาพจริงจัง เพิ่งมารู้ตอนนี้ว่าชอบ อย่างถ้าเพลงมา 1 เพลง ซานินึกภาพเอ็มวีก่อนเลย ยิ่งได้ทำงานของตัวเองก็ยิ่งสนุก ถ้าศิลปินคิดงานเองทุกอย่างมันจะมีผลกับตัวเรา สมมุติคนอื่นทำเอ็มวีให้แต่เจอภาพแบบ...อะไรวะ ก็บั่นทอนนะ (หัวเราะ) แต่พอมันเป็นเราทั้งหมด ทุกอย่างจะยิ่งมีความหมาย เพราะมันคือเรา

แต่มันต่างจากภาพเดิมมาก ห่วงเรื่องนี้บ้างไหม
ซานิเป็นคนทำอะไรโดยเอาตัวเองเป็นหลัก และเชื่อว่าศิลปินทุกคนมีความรักความชอบของตัวเอง วันไหนที่เราทำในสิ่งที่รู้สึกจริงๆ คนฟังจะรู้สึกได้ว่ามันเป็นเรา ใช่เรา ตอนทำเพลงนี้ออกมาทุกคนก็บอกว่าใช่ว่ะ ทางแกเลย คือถ้าเอาสิ่งที่เราชอบออกมาจริงๆ เขาจะไม่สำลัก มันกลืนได้ และการทำซิงเกิลนี้ก็ตอกย้ำว่าสิ่งที่เราคิดมันถูก

ทุกวันนี้ฟังเพลงแบบไหน
ฟังทุกแนว แต่ชอบดู Les Twins ดูพวกนักเต้น ชอบมองภาพพร้อมเพลง มองมูฟเมนต์แล้วคิดงานออกว่าอยากทำอะไรต่อ เพราะเขาจะตัดเพลง เหมือนเราดูดีเจสปินแผ่น เอาเพลงโน้นนี้มาต่อกัน บางทีมันคนละแนวเลย แต่ต่อกันได้ ถ้าดูศิลปิน 1 คน เราจะได้แนวเดียวทั้งเพลง แต่ดูแบบนี้ได้รู้ว่าดนตรีมันพลิกได้ ช่วยให้เราครีเอตได้มากกว่าเดิม

สิ่งที่ชอบที่สุดในวงการบันเทิง
การร้องเพลง ได้จับไมค์ขึ้นเวที นั่นคือความสุขที่สุด จะทุกข์จะเศร้าแค่ไหน ต่อให้ 1 นาทีที่แล้วร้องไห้อยู่ แต่พอขึ้นเวทีก็ลืม เราจะกลายเป็นซานิคนที่รักการร้องเพลง

ชอบอะไร ณ วินาทีที่ร้องเพลงอยู่บนเวที
ชอบพลังที่ได้รับจากคนดู สายตาที่เขามองเรา มันคือพลังที่ได้กลับมา ซานิเคยทำงานร้อง 20-30 เพลงได้เงิน 400 บาท แต่กลับบ้านแล้ว อิ่มเพราะคนดูมีความสุข จนทุกวันนี้เวลาทำงานก็ไม่เคยถามว่างานนี้ได้เท่าไหร่ เงินมันก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราอยากได้ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สิ่งที่เราต้องการคือพลัง อย่างถ้าหนูร้องเพลงให้พี่ฟัง แล้วพี่ตาเป็นประกาย แค่นั้นแหละมีความสุขแล้ว วันไหนคนดูคนฟังเดินหนีไปเราจะเหี่ยว ซานิเชื่อว่าศิลปินเป็นแบบนี้ทุกคน ที่เราต้องการคือความอิ่มเอมจากคนเป็นสิ่งที่เราเองก็ได้รับ ไม่ใช่มาให้ฝ่ายเดียว

สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากวงการนี้ล่ะ
ความอดทน แต่ละคนคิดไม่เหมือนกัน บางคนด่าเรา บางคนชมเรา เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทน อย่างตอน AF ปีแรกไม่มีคนรู้จักเลย ถ้าวันนั้นไม่อดทน ไม่พยายามก็ไม่ถึงวันนี้

ทำไมต้องอดทน
พ่อกับแม่ซานิโชคดีที่ไม่รวยตั้งแต่เกิด เลยรู้จักไขว่คว้า ขยัน ถ้ารวยแต่เกิด อยากได้อะไรได้ เราคงไม่รู้จักการดิ้นรน AF มีตั้งกี่รุ่น เราเพิ่งมาประกวดตอนอายุจะเกินแล้ว มันไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงตอนนี้ และที่ยากมากคือต้องอดทนให้ถึงสุดท้ายแต่ก็ไม่เกินที่จะทำ

สิ่งที่ประทับใจไม่ลืมของชีวิต
เป็นเด็กเกเรใช้ชีวิตมาหมดทุกอย่าง โดดเรียน ตีกับคน แล้วความเลวอย่างนึงของเราคือขโมยเงินแม่ ถึงจะแค่ขโมยไปเก็บก็เถอะ จนวันนึงประทับใจความคิดได้ของตัวเอง แม่ไม่เคยบอกว่าลำบาก ทุกเช้าจะมีแบงก์ร้อยวางบนโต๊ะให้ วันนึงกลับบ้านมาเราก็เปิดกระเป๋าแม่จะแฮ้ปสักหน่อย แต่กระเป๋าไม่มีเงินเลย นาทีนั้นฉุกคิดขึ้นมาว่าทำไมเราชั่ว เขาไม่มีเงินแต่ไม่พูด ซานิว่าไม่รู้ว่าตัวเองดีไม่เป็นไร แต่วันไหนรู้ว่าตัวเองชั่วควรประทับใจตัวเอง พอรู้ตัววันนั้นก็เปลี่ยนเป็นคนใหม่เลย เงินที่ได้มาต้องใช้อย่างมีคุณค่า รู้จักเก็บ ต้องไม่ทำให้ใครลำบาก

สิ่งที่เปลี่ยนไปและอะไรที่เหมือนเดิม
ยังใช้ชีวิตแบบเดิม พูดไม่เพราะ ห้วนๆ เหมือนเดิม เจอเพื่อนก็เหมือนเดิม ที่เปลี่ยนคือหน้า หน้าเปลี่ยนเยอะ (หัวเราะ)

วงการไม่เปลี่ยนเราบ้างเหรอ
ไม่นะ มันแล้วแต่คน ที่เขาเปลี่ยนคงเป็นเรื่องการวางตัว ดังมากขยับนิดหน่อยก็โดนข่าวไม่ดี พอเจ็บเยอะคนเราก็ต้องระวังตัว แต่เราไม่ได้ดังขนาดพี่อั้ม และโชคดีที่ไม่มีข่าวเสียหาย เลยยังเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนอีกอย่างคือความคิดความอ่านโตขึ้น เริ่มมีอะไรให้รับผิดชอบ เมื่อก่อนพ่อแม่รับผิดชอบ แต่ตอนนี้ภาระอยู่ที่เรา ได้รู้ว่าเมื่อก่อนพ่อแม่ลำบาก เราต้องเก็บเงิน เงินมาให้แม่หมด บัตรเครดิตไม่มี มีแต่เอทีเอ็ม ไปเมืองนอกชีวิตลำบากมาก แต่ก็ดี ทำให้เราระวังเรื่องการใช้เงิน

อยากให้คนมองเราเป็นตัวอย่างด้านไหน
ความกตัญญู คนกตัญญูแปลกตรงเวลาตกมันตกไม่สุด เวลาขึ้นต่อให้ขึ้นไม่สุดแต่ก็ไม่ลำบาก พ่อแม่เป็นคนที่ทำให้เราเกิดมา วันหนึ่งต่อให้ไม่มีใคร มองกลับมาเหลือพ่อแม่ก็แฮปปี้แล้ว ซานิเคยเกเรมาก่อน รู้ว่าเด็กก็คือเด็ก แต่วันหนึ่งขอให้คิดได้แล้วเปลี่ยนตัวเองใหม่ เพราะไม่มีใครสำคัญและรักเรากว่าพ่อแม่ แล้วก็เรื่องความอดทน เด็กสมัยนี้ความอดทนต่ำเลยกลายเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ใครพูดอะไรมาก็ยอมไม่ได้ ซานิก็ไม่ยอมคนนะ แต่วันหนึ่งพอเรามาอยู่ในสังคมให้คิดเยอะๆ ว่ามันมีหลายขั้นหลายชั้น ถ้าอดทนได้ใครก็รักเรา

 

Profile
ชื่อ : นิภาภรณ์ ฐิติธนการ (ซานิ)
วันเกิด : 10 ตุลาคม 2528
การศึกษา : ปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ผลงานเด่น : ชนะเลิศ True Academy Fantasia 6,
IG : @zanizani

Special Thanks : Ceci Thailand Magazine / Photo: niggaaof

 

 

Girldaily
[ ไม่อนุญาตให้คัดลอกรูปภาพหรือนำไปเผยแพร่รูปภาพต่อไม่ว่าวิธีใดๆ ถ้าฝ่าฝืนมีความผิดตามกฎหมายที่ระบุไว้สูงสุด ]

ไอดอล กับ ดีไซเนอร์ สองทางเดินที่รักของ Beam สมาชิกวงน้องใหม่ FEVER

More story

  • 1